ทั่วปท.จมอ่วม3ล้านไร่ ตายแล้ว11 จับตาทั้ง100เขื่อนอีสาน-น้ำปริ่ม หนองหารทะลักท่วมนครพนม! นายกฯบินสกลนครจ่ายเยียวยา

จมนาแก - มวลน้ำมหาศาลจากจ.สกลนคร ทะลักท่วมตลาดสดเทศบาลนาแก จ.นครพนม ร้านค้าและบ้านเรือนนับร้อยหลังจมน้ำ ชาวบ้านต้องอพยพขนย้ายข้าวของโกลาหล เมื่อวันที่ 31 ก.ค.

น้ำท่วมอีสาน ดับแล้ว 11 ราย ขณะที่เขื่อนใหญ่-เล็กอีกนับ 100 ในพื้นที่ น้ำปริ่มใกล้ล้น ครม.อนุมัติเยียวยาเบื้องต้น ครอบครัวละ5 พัน เสียชีวิตรายละ 5 หมื่น บ้านพังทั้งหลังให้ 2 แสน นายกฯตรวจเยี่ยมน้ำท่วมสกลฯ มอบเงิน 2 ส.ค.นี้ ปภ.แจงสถานการณ์ จับตา 9 ลุ่มน้ำยังวิกฤต “จิสด้า”คาดทั่วปท.จมน้ำ 3 ล้านไร่ สนามบินสกลฯ เปิดได้แล้ว นครพนมอ่วมรับน้ำต่อ สังฆราชทรงห่วงชาวบ้าน-พระ รับสั่งเร่งช่วย

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระเจ้า วรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะนายกมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประธานมูลนิธิฯ มีความห่วงใยพระภิกษุสงฆ์ และประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ทรงพระกรุณาโปรดให้ นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เชิญถุงยังชีพพระ ราชทาน และเยี่ยมเยียนประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่วัดบ้านกระยอม ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม จำนวน 420 ครัวเรือน และพระสงฆ์ 10 รูป ที่ได้รับผลกระทบจากพายุเซินกา

นายกฯเตรียมตรวจเยี่ยมน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าในวันที่ 2 ส.ค. นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. จะเดินทางลงพื้นที่ จ.สกลนคร เพื่อตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งร่วมโครงการบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ “ย้อมบ้านล้างเมือง” ที่เขตเทศบาลนครสกลนคร จากนั้นจะเดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ชุมชนรอบหนองหาร และจะเดินทางไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น เพื่อดูสภาพพื้นที่และการซ่อมแซม รวมถึงการแก้ไขปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นที่ถูกน้ำกัดเซาะ

ผบ.ทบ.บินเยี่ยมสกลนคร

ที่ท่าอากาศยานกองบิน 6 อาคาร 2 พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.เมือง จ.สกลนคร ว่า ตนจะลงพื้นที่เพื่อรับทราบสถานการณ์น้ำท่วมในจ.สกลนครและจ.นครพนม นอกจากนี้ยังนำความห่วงใย ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ไปฝากพี่น้องประชาชน รวมทั้งรับทราบปัญหาอุปสรรคในการช่วยประชาชนพร้อมเร่งรัดการระบายน้ำออกนอกพื้นที่ให้ได้โดยเร็ว

ปภ.แจงสถานการณ์

ที่รัฐสภา นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศ ไทยขณะนี้ว่า ภาพรวมมีพื้นที่น้ำท่วมใน 42 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 30 จังหวัด เหลือ 12 จังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ จ.สกลนคร และจ.ร้อยเอ็ด ส่วนของ จ.สกลนคร ขณะนี้ในตัวเมือง และพื้นผิวถนนน้ำลดแล้ว รวมถึงพื้นที่ในสนามบินที่น้ำแห้งแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบด้านความปลอดภัย คาดว่าอีกไม่นานจะ กลับมาใช้การได้ ส่วนเส้นทางอื่นๆ ที่สะพานถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ได้ซ่อมแซมโดยนำสะพานแบริ่งไปวาง อย่างไรก็ตามยังมีน้ำมากบริเวณหนองหาร เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำผ่านลำน้ำก่ำ ผ่าน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นระยะทางกว่า 100 ก.ม. ก่อนลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ภายในสัปดาห์นี้ แต่ในพื้นที่ลุ่มต่ำคงต้องใช้ระยะเวลาในการสูบน้ำออก

ยันมีแจ้งเตือนล่วงหน้า

นายฉัตรชัยกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการแจ้งเตือนประชาชนอยู่ตลอด ซึ่งปภ.ได้แจ้งเตือนก่อนวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งเป็นการแจ้งก่อนพายุจะเข้า และมีการแจ้งเตือนต่อเนื่องถึง 5 ครั้ง จนถึง วันที่ 27 ก.ค. ใน 3 เรื่อง คือ 1.เตือนเรื่องดินโคลนถล่ม 2.น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ 3.คลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน แต่ที่ในพื้นที่ จ.สกลนคร เป็นปัญหา เพราะมีฝนตกหนักบนยอดเขาภูพาน ส่งผลให้น้ำไหลหลากลงมาจากเขาจำนวนมาก ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลได้เตือนภัยเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ เพราะเป็นพื้นที่ปลายทางของแม่น้ำชีที่จะบรรจบกับแม่น้ำมูล ที่บริเวณ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พร้อมกันนี้ ในส่วนของลุ่มน้ำป่าสัก ขอให้ประชาชนมั่นใจในสถาน การณ์น้ำ เพราะหน่วยงานราชการได้พร่องน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไว้แล้ว จึงยังสามารถรับน้ำได้มาก ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็ยังไม่มีอะไร น่าเป็นห่วง

เขื่อนอีสานเต็มแล้ว 100 แห่ง

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรม ชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์น้ำโดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ได้ประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์) กับสำนักชลประทานทั่วประเทศ พบว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเซินกา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ทำให้มีปริมาณน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำสายหลักจำนวนมาก ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล ส่งผลให้เขื่อนหรืออ่างขนาดเล็กจำนวน 100 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำเต็มความจุอ่าง 100% ทุกเขื่อนในจำนวนนี้ต้องเฝ้าระวังหากมีฝนตกลงมาในปริมาณมากๆ อาจเกิดน้ำท่วมได้ แต่กรมชล ประทานได้บริหารจัดการน้ำ เตรียมระบายน้ำลง น้ำชีและน้ำมูลจากนี้ต่อไปจะใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ หากไม่มีน้ำใหม่เข้ามาเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้กรมชลฯเตรียมการพร่องน้ำตามเขื่อนต่างๆ เพื่อรอรับน้ำระลอกใหม่ เนื่องจากทางกรมอุตุฯแจ้งว่าระหว่างวันที่ 2-4 ส.ค. จะมีย่อมความกดอากาศต่ำพาดผ่าน พื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งจะทำให้มีฝนตกลงมาอีก แต่เป็นฝนตามฤดูกาลไม่ใช่พายุเข้าแต่อย่างใด

จิสด้าคาดทั่วปท.จม 3 ล้านไร่

วันเดียวกัน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์อุทกภัยจากภาพถ่ายดาวเทียมเรดาร์ที่เป็นความร่วมมือกันของหลายประเทศพบว่า ขณะนี้สามารถประเมินความเสียหายในเบื้องต้นว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ถึง 3 ล้านไร่ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์จากภาพดาวเทียมรายวันพบว่าขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยมีแนวโน้มลดลงแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำฝนเริ่มลดลง

นครพนมอ่วมรับน้ำต่อ

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นคร พนม ว่าตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา มวลน้ำมหาศาลจากหนองหาร จ.สกลนคร ไหลบ่าผ่าน อ.โคกศรีสุพรรณ ทะลักมายัง อ.วังยาง ของ จ.นครพนม ไหลลงสู่ลำน้ำก่ำที่ อ.นาแก ส่งผลให้เอ่อท่วมตลาดสดเทศบาลตำบลนาแกสูง 50-80 ซ.ม. ร้านกว่า 50 แห่ง และบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ตลาดสด 100 หลังคาเรือนถูกท่วมเสียหาย ต่างเร่งขนข้าวของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น

ขณะเดียวกันที่บริเวณสะพานข้ามน้ำก่ำทาง เข้าตัว อ.นาแก กระแสน้ำได้ซัดคอสะพานชำรุดเสียหายเป็นโพรงลึก เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงนครพนม โดยหมวดทางหลวง อ.นาแก เร่งลำเลียงกระสอบทรายมาปิดกั้นเป็นการชั่วคราว ขณะที่ร.ร.นาแกสามัคคี ประกาศปิดเรียน 3 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 31 ก.ค.ถึงวันที่ 2 ส.ค.นี้ เนื่องจากมีเส้นทางถูกน้ำท่วมตัดขาดหวั่นเกรงว่านักเรียนจะได้รับอันตราย

ด้านนายประทีป ฤทธิกุล รองผู้ว่าฯ นคร พนม กล่าวว่า นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯ นครพนม ประกาศให้ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.นาแก อ.วังยาง อ.เรณูนคร อ.ศรีสงคราม และ อ.นาหว้า เป็นอำเภอภัยพิบัติประสบน้ำท่วมแล้ว

ขณะเดียวกันกองทัพเรือ โดยพล.ร.ต.วราห์ แทนขํา ผบ.นรข.ในฐานะผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณ ภัยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(ผอ.ศบภ.นรข.) ได้ส่งกำลังพลพร้อมเรือท้องแบนเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.นครพนม อย่างเร่งด่วนแล้ว

จับตา 9 ลุ่มน้ำยังวิกฤต

นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดสถานการณ์น้ำของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ปภ. พบว่าขณะนี้มีพื้นที่ 9 ลุ่มน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤต ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำขึ้นสูงจากน้ำในพื้นที่ต้นน้ำไหลมาสมทบ ได้แก่ ห้วยน้ำก่ำ อ.นาแกและธาตุพนม จ.นครพนม, ห้วยน้ำยาม อ.สว่าง แดนดิน วานรนิวาส อากาศอำนวย จ.สกลนคร, แม่น้ำอูน อ.วาริชภูมิ พังโคน พรรณานิคม นาหว้า นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร-อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม แม่น้ำสงคราม อ.บ้านม่วง สว่างแดนดิน เมืองสกลนคร จ.สกลนคร – อ.ศรีสงคราม เมือง ท่าอุเทน จ.นครพนม, แม่น้ำชี อ.โกสุมพิสัย กันทรวิชัย เมือง จ.มหาสารคาม – อ.เชียงขวัญ ธวัชบุรี ทุ่งเขาหลาวง อาจสามารถ เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด – อ.เมืองยโสธร พนมไพร มหาชนะชัย ค้อวัง จ.ยโสธร, แม่น้ำมูล อ.ป่าติ๊ว คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร – อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ลำเชบาย อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี, แม่น้ำป่าสัก อ.หนองไผ่ บึงสามพัน วิเชียรบุรี ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ – อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

จากการคาดการณ์สภาพอากาศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วง 3 วันล่วงหน้า คือ วันที่ 1-3 ส.ค.นี้ ทุกภาคของประเทศไทยมีฝนลดลง ยกเว้นภาคใต้ แต่ยังมีพื้นที่เฝ้าระวัง และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน เช่น ภาคเหนือ ที่จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จ.หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี อุบลราชธานี และสกลนคร ภาคตะวันออก ที่จ.จันทบุรี ตราด และภาคใต้ ที่จ.ระนอง พังงา ภูเก็ตและกระบี่

ตร.ระดม 1 พันนายช่วยน้ำท่วม

ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพื้นที่ประสบภัยของ บช.ภ.1 ประกอบด้วย จ.พระนคร ศรีอยุธยา, บช.ภ.3 จ.นครราชสีมา จ.อุบลราชธานี จ.อำนาจเจริญ จ.ยโสธร, บช.ภ.4 จ.ร้อยเอ็ด จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.หนองคาย จ.กาฬสินธุ์ และ บช.ภ.6 จ.เพชรบูรณ์ จ.พิจิตร ขณะเดียวกันได้สั่งให้ บช.ภ.อื่นๆ เฝ้าระวังและเตรียมแผนรับมือด้วยสถานการณ์น้ำท่วมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เตรียมจะเปิดศูนย์ช่วยเหลือฯ โดยจะตั้งศูนย์ที่กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา รับสิ่งของอุปโภค บริโภค และเงินสด

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ขณะนี้ใช้กำลังมากกว่า 1,000 นาย เข้าช่วยเหลือประชาชน จัดชุดปฏิบัติการฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็ว คอยช่วยประชาชนในสถาน การณ์ฉุกเฉินและคอยชี้แจงประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกกับข่าวสารในโลกโซเชี่ยล

สรุปสถานการณ์โดยรวม

สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในพื้นที่ราบลุ่มใน 4 อำเภอ ซึ่งเป็นผลจากการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว พื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วม และน้ำเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ขณะที่เขื่อนลำปาวระบุ เป็นปรากฏการณ์ในรอบ 15 ปี น้ำทะลักเข้าเขื่อน 200 ล้านลบ.ม.ในวันเดียว จึงต้องเร่งระบายน้ำออกเป็นวันละ 20 ล้านลบ.ม. ส่งผล กระทบถึงบ้านเรือนริมตลิ่งลำน้ำปาว ในพื้นที่ อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และอ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ถูกน้ำล้นเข้าท่วม ซึ่งขณะนี้ความเสียหายจากอุทกภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่นาข้าว พืชไร่ พืชสวน บ่อปลา ถูกน้ำท่วมกว่า 140,000 ไร่ ใน 15 อำเภอ 84 ตำบล 747 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกือบ 20,000 ครัวเรือน ซึ่งจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว 11 อำเภอ

ขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด แจ้งเตือนประชาชนริมฝั่งแม่น้ำชี ประกอบด้วย อำเภอจังหาร เชียงขวัญ โพธิ์ชัย ทุ่งเขาหลวง ธวัชบุรี อาจสามารถ พนมไพร และโพนทราย เตรียมอพยพสิ่งของสัตว์เลี้ยง เด็ก คนชรา ขึ้นที่สูง หลังมวลน้ำก้อนใหญ่ จากชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคามและกาฬสินธุ์ ใกล้จะมาถึง ขณะที่ อ.เสลภูมิ โดยเฉพาะตำบลวังหลวงขณะนี้น้ำท่วมหมดทั้ง 18 หมู่บ้านแล้ว สิ่งที่ชาวบ้านต้องการเร่งด่วนขณะนี้คือ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และยารักษาโรค รวมทั้งเรือท้องแบนเพื่อช่วยเหลืออพยพชาวบ้าน

ด้านจ.สุรินทร์ น้ำไหล่บ่าจากพื้นที่ อ.พยัคฆ ภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ล้นท่วมเข้าพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ โดยมวลน้ำได้ไหลผ่านลำพลับพลา และแม่น้ำมูล เป็นเหตุให้หมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงถูกน้ำท่วมขัง นาข้าว ถนนหนทาง และบ้านเรือนประชาชน ในหมู่บ้านม่วงน้อย และบ้านสระขุด ต.สระขุด อ.ชุมพล บุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นเขตติดต่อระหว่าง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ และ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซ.ม. และเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

บุรีรัมย์เทศบาลตำบลพุทไธสง ระดมเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่ 4 เครื่อง เร่งสูบระบายน้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบาลทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ก็ยังมีปัญหาเนื่องจากมีจุดที่ระบายน้ำออกเพียงจุดเดียว คือ บริเวณบึงกลาง ไหลลงคลองอีสาน ทำให้น้ำระบายได้ค่อนข้างช้า ล่าระดับก็เริ่มลดลงเป็นบางจุด ส่วนโรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนพุทไธสง ยังปิดเรียนเป็นเวลา 2 วัน เพราะยังมีน้ำท่วมบริเวณสนาม อาคารเรียน และบ้านพักครู จึงต้องรอดูสถานการณ์น้ำอีกครั้ง

ศรีสะเกษ เตือนรับมือน้ำท่วม หลังอ่างเก็บน้ำจำนวน 13 แห่ง จากที่มี 16 แห่ง มีปริมาณน้ำเต็มอ่าง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่อยู่ติดกับเทือกเขาพนมดงรัก ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยติ๊กชู อ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ อ่างเก็บน้ำห้วยศาลา และอ่างเก็บน้ำโอว์ตาลัด พบว่าน้ำล้นสปิลเวย์ไหลทะลักลงมาตามลำห้วยและตามลำน้ำสาขา เอ่อล้นเข้าไปท่วมพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านในเขตหลายอำเภอจำนวนกว่า 20,000 ไร่ รวมทั้งถนนหลายสายถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายแล้ว ขณะที่น้ำที่ท่วมในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ ลดลงแล้ว

ด้านนายชูศักดิ์ ตรีสาร ผวจ.ชัยภูมิ นำคณะพื้นที่ช่วยเยียวยาชาวบ้านหนองลูกช้าง ต.บ้านขาม อ.จัตุรัส ที่ถูกน้ำท่วมตัดขาดการเข้าออกต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะต้องถูกน้ำท่วมขังในพื้นที่นานต่อจากนี้ไปกว่า 3 สัปดาห์-1 เดือนขึ้นไป เพราะเป็นแอ่งกระทะไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ง่ายๆ รวมทั้งการไฟฟ้าฯก็จำเป็นตัดตัดกระแสไฟในหมู่บ้านทั้งหมด ซึ่งขณะนี้จึงทำให้ราษฎรในพื้นที่กว่า 180 ครอบครัว ได้รับความเดือดร้อนหนักสุด

ส่วนที่ จ.อำนาจเจริญ ระดับน้ำลำเซบาย ยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ อ.หัวตะพาน ชาวบ้านในหมู่บ้านดอนหว่าน ต.หัวตะพาน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากน้ำไหลท่วมทางเข้าหมู่บ้านและบ้านเรือนชาวบ้าน สูงกว่า 1.2 เมตร ขณะที่นายสุเทพ รื่นถวิล ปภ.จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ล่าสุดที่ อ.ประทาย ระดับน้ำที่ท่วมนาข้าวและบ้านเรือนในเขตชุมชนเทศบาลยังคงทรงตัว ส่วน อ.ด่านขุนทด ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.เนินกุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ทหารจากกองบิน 46 ส่งกำลังพลเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมพนังกั้นน้ำเป็นวันที่ 3 ซึ่งวันนี้ได้เข้าช่วยเหลือสร้างพนังกั้นน้ำ ที่ ม.1 ต.เนินกุ่ม โดยมีหน่วยงานในพื้นที่และประชาชนจำนวนมากให้ความ ร่วมมือ

สังฆราชทรงห่วงพระเณร

ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระพรหมเมธี (จำนง ธัมมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธ วงศาราม กรรมการและโฆษกมหาเถรฯ กล่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานการประชุม สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีความเป็นห่วงวัดในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และขอให้มหาเถรฯ และสำนักพุทธฯ มีการไปดูแลวัดที่ประสบภัย รวมทั้งประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยทรงแนะนำว่า ควรมีการดำเนินการช่วยเหลือเป็น 2 ระยะ คือระยะเร่งด่วน โดยการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า และจากนั้นให้ พศจ.ไปสำรวจพื้นที่ที่ประสบภัย ว่ามีวัดที่ประสบภัยเท่าใด เพื่อนำรายงานมหาเถรฯ ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป

จ่ายเบื้องต้นครอบครัวละ5พัน

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคอีสาน นายออมสิน เผยหลังการประชุมว่า เบื้องต้นกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานสรุปสถานการณ์เพื่อจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท โดยมีรายงานว่ามีครอบครัวที่เสียหายประมาณ 7,000 ครัวเรือน และจะจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตตามหลักเกณฑ์รายละ 50,000 บาท เบื้องต้นมีจำนวน 11 ราย ส่วนกรณีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลังจะได้เงินช่วยเหลือประมาณ 200,000 บาทต่อหลัง เพื่อใช้เป็นค่าวัสดุก่อสร้าง ส่วนบ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนจะพิจารณาช่วยเหลือตามความเป็นจริง

นายออมสินกล่าวต่อว่า รัฐบาลจะโอนเงินจากกองทุนเข้าบัญชี จากนั้นให้นายกรัฐ มนตรีเป็นผู้มอบ ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสกลนครวันที่ 2 ส.ค.นี้ ส่วนการช่วยเหลือด้านอาหาร ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดตั้งโรงครัว 3 แห่ง ในจังหวัดสกลนคร ประกอบด้วย อำเภอสว่างแดนดิน พังโคน และอากาศอำนวย และในวันที่ 4 ส.ค. รัฐบาลจะจัดรายการเพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคอีสาน เป็นกิจกรรมเหมือนครั้งที่มีการช่วยเหลือภาคใต้ โดยจะเสนอชื่อรายการให้นายกฯพิจารณา เช่น รายการคนไทยไม่ทิ้งกัน, น้ำใจให้อีสาน เป็นต้น นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบเกี่ยวกับการเยียวยา ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ก่อนหน้านี้ กว่า 57,000 ครอบครัว เป็นเงินประมาณ 286 ล้านบาท และรับทราบการซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค เช่น การทำทางระบายน้ำ การบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใช้งบประมาณ 323 ล้านบาท

บทความก่อนหน้านี้ตร.ตรึงเข้มหน้าศาล “ปู”พร้อมแถลงปิดคดี-วันนี้ ยันไม่ได้ละเลยทุจริต “โกดัง-โรงสี”จี้รบ.อีก ให้ตรวจข้าวเสื่อมใหม่ สนช.ส่อต้านคัด”คตง.” สรรเสริญสะดุด4ปม
บทความถัดไปมอบตัวตบ100เข็ม-ดีเจสาวหล่อรํ่าไห้โต้ อ้างโดน หาเรื่อง วางเงิน 1.5แสน ประกัน