สุดช็อก “ปู พงษ์สิทธิ์” ถูกปืนจ่อหน้ากลางคอนเสิร์ตในผับดัง จ.อำนาจเจริญ เจ้าตัวกระโดดชาร์จทันทีก่อนช่วยจับส่งตร. ที่แท้เป็นจ่า ทอ. ฉุนยื่นมือขอจับแต่ไม่ให้ ตร.แจ้ง 2 ข้อหาข่มขู่และพกพาอาวุธ แต่ไม่แจ้งพยายามฆ่า ก่อนผู้บังคับบัญชามาประกันตัวออกไป ตร.เผยจ่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ปูพงษ์สิทธิ์ คงเกิดอาการน้อยใจ ด้านเจ้าของผับเผยมีระบบตรวจตรา ห้ามนำอาวุธเข้า แต่ชายที่ก่อเหตุมากับเพื่อน 3 คน ประกาศตัวเป็นทหารชัดเจน จึงไม่สามารถยึดอาวุธได้ ทอ.แถลงเตรียมฟันวินัย ฐานพกอาวุธไปในที่สาธารณะ
เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุระทึกขึ้นภายในผับชื่อดังใน จ.อำนาจเจริญ โดยระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต ของปู- พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง เมื่อมีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปที่หน้าเวที ขณะที่ปู-พงษ์สิทธิ์ กำลังร้องเพลงและเล่นกีตาร์อยู่ พร้อมชูมือซ้ายขึ้นเพื่อขอจับมือ แต่ขณะนั้นปูกำลังเล่นดนตรีจึงไม่ได้มาจับมือด้วย จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ชูมือขวาที่ถือปืนพกเล็งเข้าใส่ปู พงษ์สิทธิ์ ก่อให้เกิดเสียงฮือฮา ก่อนที่ปูจะกระโดดลงจากเวทีเข้าชาร์จชายถือปืน และเรียกให้ผู้ที่ชมคอนเสิร์ตช่วยกันจับตัวเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผู้จัดการส่วนตัวของปู พงษ์สิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุปูเล่นคอนเสิร์ตที่ ผับดังกล่าว เล่นมาประมาณ 1 ชั่วโมง ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่งทราบว่าเป็นจ่าทหาร เดินมาที่หน้าเวที ยื่นมือขอจับมือปู แต่ช่วงนั้นปูกำลังร้องและเล่นกีตาร์อยู่ ทำให้ชายคน ดังกล่าวไม่พอใจ ชักปืนขึ้นมาจ่อหน้าปู
“จังหวะนั้น ปูก็หยุดร้องเพลงแล้วโถมตัวลงจากเวที พุ่งเข้าหาชายคนนั้นทันที ส่วนคนร้ายก็วิ่งหนีไปในกลุ่มคนดู ปูก็จับไมค์ประกาศว่าช่วยกันจับไว้ ถ่ายรูปไว้ด้วย เพราะมีปืน จากนั้นก็เกิดชุลมุนกันขึ้นก่อนจะช่วยกันจับไว้ได้ พร้อมปืนกล็อก 1 กระบอก”
ผจก.ส่วนตัวปูกล่าวว่า จากนั้นตนแจ้งตำรวจและมาควบคุมตัวคนร้าย ทราบว่าคือพันจ่าอากาศเอกภพไตร นาคสุวรรณ โดยทางตนแจ้งดำเนินคดีพยายามฆ่า แต่ตำรวจสภ.เมืองอำนาจเจริญตั้งข้อหาข่มขู่และพกพาอาวุธปืนเท่านั้น ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาของทหารนายนี้ มายื่นประกันตัวออกไป
พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เมื่อ “ปู พงษ์สิทธิ์” มาเล่นคอนเสิร์ตภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.เมืองอำนาจเจริญ โดยจังหวะที่กำลังร้องเพลงอยู่นั้น มีแฟนเพลงเป็นชายคนหนึ่งที่อยู่ในอาการมึนเมาเดินมาหน้าเวทีและขอจับมือ แต่ “ปู พงษ์สิทธิ์” ได้ปฏิเสธ เนื่องจากกำลังร้องเพลงอยู่ ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจและได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่และจ่อไปที่นักร้องดัง ก่อนชายคนดังกล่าวจะถูกควบคุมตัวไว้ได้
พล.ต.ต.พจน์กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนที่สภ.เมืองอำนาจเจริญ ทราบชื่อพ.อ.อ.ภพไตร นาคสุวรรณ อายุ 48 ปี สังกัดกองทัพอากาศ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบสวนและแจ้งความเอาผิด 2 ข้อหาคือ พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และข่มขู่ โดยไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าปืนที่พ.อ.อ.ภพไตรใช้ข่มขู่นักร้องดังยังไม่ได้ขึ้นลำไว้ จึงไม่ได้แจ้งเอาผิดข้อหานี้
ต่อมาผู้บังคับบัญชาของพ.อ.อ.ภพไตรได้ใช้ตำแหน่งประกันตัวพ.อ.อ.ภพไตรไปเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากนี้คงต้องรอสอบปากคำ “ปู พงษ์สิทธิ์” ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบไปยังสถานบันเทิงด้วยว่าเหตุใดถึงปล่อยให้มีการพกพาอาวุธปืนเข้าไปได้
“จาการสอบถามทราบว่า พ.อ.อ.ภพไตรเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ “ปู พงษ์สิทธิ์” ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องร้องเพลงของ “ปู พงษ์สิทธิ์” โดยตลอด เมื่อทราบว่านักร้องขวัญใจมาร้องเพลงที่ จ.อำนาจเจริญ จึงเดินทางมาฟังที่คอนเสิร์ต ก่อนพยายามจะขอจับมือ แต่ นักร้องดังกำลังร้องเพลงอยู่ จึงอาจไม่สะดวกที่จะจับมือด้วย ทำให้พ.อ.อ.ภพไตรอาจน้อยใจนักร้องในดวงใจ ก่อนชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่และเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น”
ด้านพ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.20 น. ของวันที่ 3 ส.ค. ร.ต.อ.เจน วิเศษรัมย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมิ่งเมืองว่า มีบุคคลพกพาอาวุธปืนเข้าไปในผับแห่งหนึ่งในจังหวัดอำนาจเจริญ จึงรายงานให้ ผู้บังคับบัญชา และรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่บริเวณหน้าผับดังกล่าว พบกับชายวัยกลางคนทราบชื่อภายหลังคือ พันจ่าอากาศเอกภพไตร นาค สุวรรณ อายุ 48 ปี กำลังถูกควบคุมตัวโดย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของร้าน อยู่บริเวณหน้าร้าน และตรวจสอบพบอาวุธปืนสั้น ขนาด 9 ม.ม. ยี่ห้อกล๊อก 19 จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยแม็กกาซีน 1 อัน กระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 5 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ เบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของผู้ต้องหาจริง
ร.ต.อ.เจเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนรับแจ้งความจากนายไกรศร วิรุตศรี ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากปู พงษ์สิทธิ คัมภีร์ จากกรณีที่ปู พงษ์สิทธิ์ มาเล่นคอนเสิร์ตที่ผับแห่งหนึ่งในจังหวัดอำนาจเจริญ และได้มีเกิดมีเรื่องกับคู่กรณีตามที่เป็นข่าวคือ พันจ่าอากาศเอกภพไตร โดยตอนนั้นผู้ต้องหาขอเข้าไปจับมือปู พงษ์สิทธิ์ ในฐานะแฟนคลับ แต่ในขณะนั้น ปู พงษ์สิทธิ์ แสดงอยู่และไม่พร้อมที่จะจับ ทำให้ผู้ต้องหาไม่พอใจและโมโห จึงชักอาวุธปืนที่พกพามาด้วยขู่ ปู พงษ์สิทธิ์ ก่อนที่จะเกิดการจลาจล และถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผับดังกล่าวนำตัวออกมาข้างนอกในที่สุด
เบื้องต้นสอบปากคำผู้รับมอบอำนาจ จากปู พงษ์สิทธิ์ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหาว่า ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนทางด้านผู้ต้องหาหลังจากเกิดเหตุ หัวหน้าทางต้นสังกัดก็ได้มาติดต่อขอประกันตัวออกไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องต่อไป
ขณะที่ผู้จัดการร้านดังกล่าวเปิดเผยว่า สาเหตุที่บุคคลดังกล่าวสามารถพกพาอาวุธปืนเข้าไปได้นั่น เนื่องจากตอนที่บุคคล ดังกล่าวเดินทางมาที่ร้านได้เดินทางมา 3 คน และได้แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งทางร้านก็ขอตรวจตราตามปกติ แต่เนื่องด้วยบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ทำให้ทางร้านไม่สามารถยึดอาวุธที่พกพามาได้ และเกิดเรื่องขึ้นในที่สุด ต่อจากนี้ทางร้านจะตรวจตราเข้มงวดขึ้นมากกว่าเดิมเป็น 2 เท่า ถึงว่าแม้ว่าบุคคลที่มาจะเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจก็ตาม และอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ทุกท่านว่าหากมาเที่ยวร้านแล้วพกพาอาวุธมาด้วยก็ควรเก็บไว้ในรถ ไม่ควรนำเข้าไปร้าน และหากมีการฝ่าฝืนทางร้านจะแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กรณีนี้หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วพบว่ามีการพกพา และแสดงอาวุธปืนไปที่ใดก็ตามแล้วนำไปใช้โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในราชการถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งกรณีดังกล่าวต้องดูว่าผู้ก่อเหตุมีเจตนาใช้อาวุธปืนเพื่อข่มขู่หรือไม่ ดังนั้น เรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่การลงโทษทางวินัยทหารนั้น ทางผู้บังคับหน่วยในกองทัพอากาศจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนกำลังพลของตนเอง เพื่อลงโทษทางวินัยต่อไป
พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขณะนี้ทางพล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยทางหน่วยต้นสังกัดของจ่าอากาศเอกคนดังกล่าวได้รายงานเรื่องเข้ามา ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินคดีอาญาเป็นเรื่องของ เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนโทษทางวินัยนั้น ผบ.ทอ.ได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าว เพราะการพกพาอาวุธไปในพื้นที่สาธารณะในขณะที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมายและผิดวินัยชัดเจน ดังนั้น จะต้องรอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามบทลงโทษทางวินัยต่อไป