ผวจ.พังงาสั่งเร่งคลี่คดีทรชนรุมโทรมด.ญ.14 ตร. ยันดำเนินคดีตามพยานหลักฐานพร้อมส่งเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้เสียหายและครอบครัว หวั่นไม่ปลอดภัย ขณะที่ฝ่ายปกครองทำความเข้าใจคนในพื้นที่ ยันให้ความเป็นธรรม ด้านรองโฆษกตร.เผยรู้ตัวเพิ่มแล้ว 4 จากเดิมที่สั่งฟ้องแล้ว 3 ราย ขณะที่เปิดคำให้การด.ญ.14 ถูกกลุ่มทรชนรุมโทรมทั้งในบ้าน และลักพาตัวไปก่อเหตุนอกสถานที่ มีชายฉกรรจ์ลงมือหลายสิบคน พร้อมบังคับให้เสพยา และยังมีเหยื่อที่เป็นด.ญ.ถูกรุมโทรมอีก 2 คน
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต นำน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี แม่ของน.ส.บี อายุ 16 ปี แจ้งความร้องทุกข์ พ.ต.ท.กิตติภูมิ ถิ่นกลาง สารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกกลอย จ.พังงา เพื่อหาตัวกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งใน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ที่ก่อเหตุรุมโทรมลูกสาว นอกเหนือจาก 3 โจ๋ ที่อัยการสั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะมีคนร่วมก่อเหตุอีกกว่า 40 คน ตามที่ข่าวสดนำเสนอไปก่อน
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 ก.ย. นายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง เปิดเผยว่า หลังจากข่าว 40 ทรชนรุมโทรมเด็กสาวอายุ 14 โดยพาดพิงถึงหมู่บ้านเกาะแรด ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ก็สร้างความไม่พอใจให้กับราษฎรในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม จนอาจเกิดเหตุบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงในชุมชน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เกิดความวิตกกังวล มีการรวมตัวกันจับกลุ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางเรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากผู้ชายส่วนใหญ่ในหมู่บ้านยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับคดีดังกล่าว
นายเฉลิม สามิน ราษฎรหมู่ 6 บ้านเกาะแรดเปิดเผยว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีล่วงละเมิดเด็กหญิงอายุ 14 ปี ทั้งที่ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย ยอมรับว่ารู้จักกับครอบครัวผู้เสียหายเป็นอย่างดี และเคยให้ความช่วยเหลือกันในฐานะเพื่อนบ้าน
นายสุชีพ สุเมนที่ถูกพาดพิง ก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่เคยทำเรื่องเสียหายตามที่มีข่าวพาดพิงถึง
นายศรชัย ใจทัศน์ ราษฎรอีกรายหนึ่ง เรียกร้องขอให้ทางราชการเร่งหาทางเยียวยาราษฎรในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากการถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม จนเกิดภาวะความเครียดไปตามๆ กัน
ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น รอง ผวจ.พังงา สั่งการด่วนเพื่อเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาทางระงับเหตุความขัดแย้งที่อาจบานปลายไปสู่ความรุนแรง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่าราษฎรในพื้นที่แสดงความไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเตรียมการรวมตัวประท้วงปิดถนนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
หลังการประชุม นายเอกรัฐเปิดเผยว่า ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะจัดตั้งทีมแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา เข้าไปให้คำปรึกษา และให้กำลังใจราษฎรในหมู่บ้าน ตามขั้นตอนด้วยความเป็นธรรมในวันที่ 6 ก.ย.นี้ เบื้องต้นได้มีการนำผู้เสียหายไปอยู่ในที่ปลอดภัย ตามพ.ร.บ.ผู้ถูกกระทำจากคดีอาญา และพ.ร.บ.คุ้มครองพยาน เพื่อไม่เกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยกับผู้เสียหาย ส่วนเรื่องคดียังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เชื่อมั่นว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ที่ร่วมกระทำความผิดทั้ง 40 รายได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีพยานหลักฐานชัดเจน
ก่อนหน้านี้ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา มีหนังสือด่วนที่สุดไปถึง พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา เร่งรัดสืบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเร็ว
สำหรับคดีนี้แม่ของเด็กหญิงอายุ 14 ปีระบุว่า ถูกเพื่อนบ้านล่อลวงลูกสาวไปเสพยาเสพติด และร่วมกันล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนมากกว่า 40 คน ทั้งวัยรุ่นและผู้สูงอายุมาตั้งแต่ต้นปี 2559 และเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในขั้นต้น จำนวน 3 ราย เมื่อเดือนพ.ค. 2559 ก่อนอัยการจังหวัดพังงาจะสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2560 ต่อมาครอบครัวผู้เสียหายกับมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ จ.ภูเก็ต ระบุเพิ่มเติมว่ามีผู้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 14 ปี มากกว่า 40 ราย โดยมีการกระทำความผิดหลายครั้งติดต่อกัน
ด้านพล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่องได้ให้สหวิชาชีพสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหา แต่การดำเนินคดีทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้พยานหลักฐาน ซึ่งเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาตนลงพื้นที่เข้าไปในหมู่บ้านดังกล่าว พูดคุยกับโต๊ะอิหม่าม เพื่อทำความเข้าใจ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายและผู้ที่ถูกกล่าวหา และขอให้ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งชาวบ้านก็เข้าใจและพร้อมยอมรับ
พล.ต.ต.บุญทวีกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องความปลอดภัยของเด็กและครอบครัวเด็ก ทางกรมคุ้มครองสิทธิ์ และกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลคุ้มครองตามหลักการคุ้มครองพยานแล้ว ขอให้มั่นใจในความปลอดภัย และการดำเนินการตามพยานหลักฐาน
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องนายวรชิต หรืออีชา คงบุตร ผู้ต้องหาที่ 1 นายชาติชาย หรือเล็ก ศรีรัตน์ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายบุณพจน์ นนทรี ผู้ต้องหา ที่ 3 ในข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง, พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารและเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้กลอุบาย หลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือวิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ จำนวนหลายครั้งต่อเนื่องกัน และบังคับให้เสพยาเสพติด และส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการจังหวัดพังงาแล้ว และคดีนี้อยู่ระหว่างรอการสืบพยานในชั้นพิจารณาคดีของศาล
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ล่าสุดวันที่ 4 ก.ย.ได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายยัง โรงพยาบาล และนัดเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เจ้าหน้าที่วิชาชีพ เพื่อคัดแยกเหยื่อว่าเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่ จากนั้นจะสอบสวนปากคำเด็ก ต่อหน้า สหวิชาชีพ ตามกฎหมายเด็กและเยาวชน ตามที่แม่ผู้เสียหายกล่าวหาผู้ต้องหาเพิ่มเติมนั้น บก.ภ.จว.พังงาตั้งคณะพนักงานสืบสวนระดับกองบังคับการ เพื่อสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าว ล่าสุดทราบชื่อผู้ต้องหาแล้ว 4 คน ที่เหลือยังคงต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ผวจ.พังงาให้ฝ่ายปกครองเข้าไปคุยกับชาวบ้านเพราะเกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลาย จากกรณีที่จะนำผู้เสียหายไปนำชี้ที่เกิดเหตุ เพราะชาวบ้านเริ่มรวมตัวกันจะไปร้องเรียน นายอำเภอ ว่ามีการกล่าวหาเกินความจริง และมีการนำเสนอข่าวและสื่อโซเชี่ยล
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ขอให้มั่นใจในการทำงานของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี หากมีหลักฐานใดเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องไปถึงผู้ใดก็จะดำเนินการออกหมายจับและติดตามจับกุมโดยเร็วที่สุด เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการพิสูจน์ความผิด โดยยึดหลักทางนิติ วิทยาศาสตร์ และขอเตือนผู้ที่กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการจับกุม ปราบปรามทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะอย่างเช่นนี้ขึ้นอีก
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบสวนด.ญ.14 ที่เป็นเหยื่อ ระบุว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง โดยตอนแรกบุกเข้ามาที่บ้านโดยอาศัยช่วงที่ครอบครัวออกไปกรีดยางพารา ก่อนจะรุมโทรมและบังคับให้เสพยาเสพติด นอกจากนี้ยังบุกเข้ามาลักพาตัวไปจากบ้าน เพื่อไปก่อเหตุนอกสถานที่ โดยมีชายฉกรรจ์หลายสิบคนร่วมลงมือ โดยครั้งที่สูงสุดมีคนก่อเหตุถึง 11 คน นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้หญิงอีก 2 คน ตกเป็นเหยื่อด้วยเช่นกัน
ขอบคุณภาพประกอบช่อง3