จากกรณีมีการแชร์คลิปชายคนหนึ่งด่ากราดพร้อมเข้าไปทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ รปภ. ของรพ.เพชรเวช สองราย โดยในโพสต์ดังกล่าวมีการระบุว่าผู้ก่อเหตุรายนี้คือลูกค้าที่เข้ามารับบริการ แต่เกิดการไม่พอใจอะไรบางอย่างจึงก่อเหตุดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 30 ม.ค. 64

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ก.พ. นายธนกร ดุสิตนพคุณ ผู้ก่อเหตุ ได้เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ถึงกรณีที่ลงมือทำร้ายร่างกาย 2 รปภ. จนได้รับบาดเจ็บ ว่า ในวันก่อเหตุ ตนไปดื่มกับเพื่อน แล้วรู้สึกมีอาการแปลก ๆ หายใจไม่ค่อยสะดวก ภรรยาจึงได้พาตนมาตรวจที่ รพ.เพชรเวช ซึ่งตอนไปถึง ตนก็ได้พูดคุยกับพยาบาลที่หน้าเคาท์เตอร์ แต่หมอในห้องฉุกเฉินดูไม่ดี รักษาช้า ตนจึงโมโหหงุดหงิด เพราะก่อนหน้านี้เคยเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้หลายครั้ง

เนื่องจากมีประกันสังคมที่นี่ รักษาช้าปล่อยให้คนไข้รอนานทุกครั้ง บางครั้งรอ 1-2 ชั่วโมงกว่าจะได้รักษา ไม่สนใจคนไข้เลย เข้าไปในห้องฉุกเฉินนอนรอ 29 นาที หมอให้กินยา 1 เม็ด แล้วก็เจาะอะไรสักอย่างที่มือ จนรู้สึกไม่ดี จนถึงถามว่า มองอะไร เขาก็ไม่ตอบกัน ตนจึงบอกว่า “ ทำไมไม่ค่อยดูแลคนไข้เลย “ เจ้าหน้าที่ก็บอกกลับมาว่า “ผมไม่ดูแลตรงไหน ?”

หนุ่มตบ รปภ.เปิดใจปมเดือด โต้ตอนโดนพูดไม่ดี ไม่มีคนถ่าย ทนมานานแล้ว

ระหว่างนั้น ตนก็ไม่ได้สนใจ เดินไปเข้าห้องน้ำ และก็ไปเห็นพยาบาลยืนลูบหัวกัน ยืนคุยซุบซิบกันสนุกสนาน แล้วพอตนเดินออกมา ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่คำไหนพูดไม่รู้ บอกว่า “ ก็แจ้งตำรวจเลย “ ตนก็เลยเดือด เพราะว่า ที่ผ่านมา ตนไม่ได้รับการรักษาที่ดีเลย แต่ว่าทำไมต้องโดนตำรวจจับด้วย ตนโกรธมาก จึงตะโกนบอกว่า “ ไปแจ้งเลย “ จากนั้นตนก็วิ่งปรี่ไปทำร้ายร่างกาย รปภ. ท่านหนึ่งที่เดินมาพอดี ตอนนั้นตนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แล้วตอนนั้น รปภ. ก็มองหน้าตนด้วย ตนเข้าใจว่า เป็นคนนี้ที่พูด ก็เลยก็เหตุไปเหมือนอย่างในคลิป

และสำหรับที่โรงพยาบาลแถลงข่าวเมื่อเช้าบอกว่าเอาตนไปรักษาอย่างดี ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตอนรู้สึกว่าโรงพยาบาลรักษาคนแบบสองมาตรฐาน คนรวยก็จะได้รับการบริการที่ดี และคนปกติแบบตน เจ้าหน้าที่ชอบทำเหมือนไม่อยากจะรักษา ซึ่งตนเจอกรณีแบบนี้มาหลายครั้งแล้วและครั้งนี้ก็ทนไม่ไหว

สังคมโซเชียลไม่ควรโจมตีตนอยู่ฝ่ายเดียวเพราะว่าคลิปที่หลุดไปมันอยู่ในช่วงท้ายคลิปแล้ว ในตอนที่ตนถูกโจมตีทางวาจาก็ไม่ได้มีใครถ่ายเอาไว้ สำหรับที่ทำร้ายร่างกาย ตนยอมรับผิดทุกอย่างและพร้อมที่จะเยียวยาผู้เสียหายทั้งสองคน ยอมรับ ที่ทำไปเพราะว่าขาดสติแต่ไม่ได้เมา ที่ทำไป เพราะว่าเก็บสะสมมานาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน