ชวนทำความเข้าใจ ‘มายาคติชนกลุ่มน้อยตัวแบบ’ ที่มาของสาเหตุ การทำร้ายผู้สูงอายุชาวเอเชียในสหรัฐฯ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

Crazy Rich Asians

มายาคติชนกลุ่มน้อยตัวแบบ คืออะไร ?

ชาวเอเชียที่อพยพเข้ามาในสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกว่า เอเชียน-อเมริกัน มักถูกมองว่า เป็นชนชาติที่อพยพเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ และประสบความสำเร็จมากกว่าชนชาติอื่นที่อพยพเข้ามา

โดยมายาคติที่ทำให้เข้าใจว่า ชาวเอเชียน-อเมริกัน นั้นประสบความสำเร็จมากกว่าชนชาติอื่น เกิดจากความเชื่อที่ว่า คนเอเชียนั้น มีความเคร่งครัดในระเบียบวินัย ทำตามกฎระเบียบ ให้ความสำคัญกับการศึกษา รู้จักเก็บออม มีความอดทนสูง ไม่เกี่ยงงาน ไม่พึ่งพิงสวัสดิการจากรัฐ ให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ครอบครัว เครือญาติ และมีเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็ง

การบรรยายถึงลักษณะของชาวเอเชียนอเมริกันเช่นนี้ ถือเป็นการเหมารวมชาวเอเชียนอเมริกัน และ ทำให้คนในสังคมเชื่อว่า ชาวเอเชียนอเมริกันมีชีวิตที่สุขสบายกว่าชนชาติอื่น ทำให้คนในสังคมเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงที่ชาวเอเชียนอเมริกันต้องเผชิญ

Twitter

ที่มาของมายาคติชนกลุ่มน้อยตัวแบบ

มายาคติดังกล่าวเป็นผลมาจากนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่มีการอนุญาตให้ชาวเอเชียที่มีทักษะสูงอพยพเข้ามายังสหรัฐฯ และทำให้เกิดการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพชาวเอเชียสู่สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่ มายาคติดังกล่าว ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชื่นชมชาวเอเชียนอเมริกันแต่อย่างใด แต่เป็นการใช้มายาคติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง โดยมีข้อสนับสนุนจาก ช่วงที่สหรัฐฯ เคยพยายามเป็นพันธมิตรกับจีน เพื่อต่อกรกับจักรวรรดิญี่ปุ่นในช่วง ค.ศ.1943

The Diplomat

เนื่องจากก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ มีการออกกฎหมายกีดกันการอพยพของชาวจีน ค.ศ. 1882 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กีดกันการอพยพของชาวจีนเป็นเวลา 10 ปี และห้ามมิให้ผู้อพยพชาวจีนได้รับอนุญาตความเป็นพลเมือง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่คือกฎหมายเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นทางการนั่นเอง

ทั้งในปี ค.ศ.1892 ก็มีการออกกฎหมายเกียรี โดยกำหนดให้ ชาวจีนทุกคนจำเป็นต้องมีใบอนุญาตผู้มีถิ่นฐานในสหรัฐฯ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าชาวจีนไม่พกใบอนุญาตอยู่ตลอดเวลา จะมีโทษหนักถึงการเนรเทศ หรือ ถูกส่งไปตรากตรำทำงานอย่างหนักเป็นเวลา 1 ปี จนกระทั่งมีการยกเลิกกฎหมายกีดกันการอพยพของชาวจีน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อแสดงความเป็นพันธมิตรกับจีน ในการต่อกรกับจักรวรรดิญี่ปุ่น

The Diplomat

โดยหลังจากยุคตื่นทองในปี ค.ศ.1849 มีชาวจีนจำนวนมากอพยพเข้าไปอาศัยยังฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงชาวจีนยังช่วยสหรัฐฯ สร้างทางรถไฟข้ามทวีปแห่งแรก ทำให้ชาวสหรัฐฯ ดั้งเดิมที่เป็นชาวผิวขาว เกิดอคติว่า ชาวเอเชียนอเมริกันเข้ามาแย่งงาน แย่งอาชีพ ทั้งยังยอมทำงานที่รายได้น้อยจนส่งผลให้ค่าแรงโดยรวมลดลง

The Diplomat

มายาคตินี้ มักถูกนำไปใช้เพื่อเปรียบเทียบ ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวอเมริกันเชื้อสายยิว โดยเปรียบเทียบกับ ชาวอเมริกันแอฟริกัน ชาวแอฟริกัน และชาวอเมริกันเชื้อสายอเมริกาใต้ (ฮิสแปนิก) ว่าควรจะมีพฤติกรรมแบบชาวเอเชียนอเมริกัน รวมถึง การไม่ปริปากเมื่อถูกเอาเปรียบ หรือการยอมจำนนเมื่อถูกเหยียดเชื้อชาติ ทั้งยังส่งเสริมแนวคิดที่ว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายอเมริกาใต้ และชาวแอฟริกันอเมริกัน มีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมและพึ่งพิงรัฐสวัสดิการอีกด้วย

Pew Research Center analysis of U.S. Census and American Community Survey data

 

ความเป็นจริงที่ชาวเอเชียนอเมริกันต้องเผชิญ

จากการศึกษาของ Pew Research Center analysis of U.S. Census and American Community Survey data ระบุ ว่า จากการศึกษา ในปี ค.ศ. 1970-2016 แม้ชาวเอเชียนอเมริกัน จะมีรายได้เฉลี่ยสูงสุด หากเทียบกับ กลุ่มเชื้อชาติอื่น ๆ ที่อพยพเข้ามาอาศัยในสหรัฐฯ แต่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย กลับมีช่องว่างระหว่างรายได้มากที่สุดในกลุ่มเชื้อชาติอื่น ๆ เช่นกัน นั่นหมายถึง ชาวเอเชียนอเมริกันต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากกว่าเชื้อชาติอื่น ๆ

Pew Research Center analysis of U.S. Census and American Community Survey data

ในปี ค.ศ.1966 มีการเผยแพร่บทความของสื่อสหรัฐฯ ที่อ้างว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียเป็นชนกลุ่มน้อยที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นการกล่าวเป็นนัยว่า ชนกลุ่มน้อยชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเอง เพื่อตำหนิชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ที่มักพึ่งพิงสวัสดิการช่วยเหลือจากรัฐ มายาคติดังกล่าว ก่อตัวขึ้นในสหรัฐฯ และทำให้เกิดความบาดหมางในหมู่ชนกลุ่มน้อยผู้อพยพ และส่งผลกระทบเชิงลบต่อชาวเอเชียนอเมริกัน

AP

ผลกระทบของมายาคติชนกลุ่มน้อยต้นแบบ

หลังจากมายาคติดังกล่าว ได้ถูกปลูกฝังลงไปในความคิดของผู้อาศัยในสหรัฐฯ ก็ได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบ เช่น เกิดความบาดหมางของชนกลุ่มน้อย เกิดการแบ่งชนชั้นของชนกลุ่มน้อย เกิดการลดทอนการต่อสู้เรื่องสิทธิ์ของชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ โดยอ้างว่าชนกลุ่มน้อยที่มีชีวิตที่ยากลำบากต้องพยายามทำงานให้หนักขึ้น เช่น การโทษว่า ชีวิตที่ยากลำบากเกิดจากความล้มเหลวส่วนตัว โดยมองข้ามความไม่เท่าเทียมกันทางโครงสร้างของระบบ

เกิดการเหมารวมและลดทอนความแตกต่างในกลุ่มชนกลุ่มน้อยที่มีเชื้อชาติใกล้เคียงกัน ทั้งยังเพิกเฉยต่อการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง โดยบอกให้เอาชาวเอเชียนอเมริกันเป็นตัวอย่าง ซึ่งทำให้ชนกลุ่มน้อย อย่างชาวแอฟริกันอเมริกัน และ ชาวอเมริกันเชื้อสายอเมริกาใต้ รู้สึกเจ็บช้ำ ซึ่งการสร้างภาพจำว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย มีลักษณะเดียวกันไปทั้งหมด ถือเป็นปัญหา เพราะจะทำให้ คนในสังคม ขาดความเห็นอกเห็นใจ หรือมองข้ามบุคคลในชนกลุ่มน้อยที่ต้องการความช่วยเหลือ

The Seattle Times

แนวทางในการสลายมายาคติชนกลุ่มน้อยต้นแบบ

แนวทางในการสลายมายาคติ สามารถเกิดขึ้นได้จาก สร้างความเข้าใจต่อความหลากหลายของแต่ละชนชาติ พร้อมทั้งการสนับสนุนให้ สังคมช่วยกันหยุดการกระทำหรือเหตุการณ์การเหยียดเชื้อชาติ อคติ หรือการกลั่นแกล้งต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย

องค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานศึกษา ควรมีการรวบรวมข้อมูลข้อมูลชาวเอเชียนอเมริกันและให้ความรู้เกี่ยวกับความแตกต่าง เพื่อให้มีความเข้าใจชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสังคมที่แท้จริงของกลุ่มชาติพันธุ์

ยกตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ความแตกต่างระหว่าง คนญี่ปุ่น ที่แตกต่างจากคนจีน หรือคนจีนที่แตกต่างจากคนไทย เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีแนวทางปรับความเข้าใจต่อการเหยียดเชื้อชาติ และแนวทางการแจ้งเหตุ เพื่อให้บุคคลต่างๆ ทราบว่า จะรายงานการกระทำเหล่านี้ได้อย่างไรและที่ไหน หากพบเหยื่อหรือตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว

ท้ายที่สุด ควรมีการรณรงค์ให้คนทั่วไป มีความเข้าใจที่ตรงกับความเป็นจริงของชนกลุ่มน้อย รวมถึงสลายมายาคติชนกลุ่มน้อยตัวแบบ เพื่อต่อสู้กับอคติและส่งเสริมความเท่าเทียมให้แก่ผู้อพยพทุกชนชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน