เพื่อไทย-ปชป.ทวงสัญญาคสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง นักวิชาการร่วมเรียกร้อง “ถาวร เสนเนียม”จี้”บิ๊กตู่ใช้ความเด็ดขาดแก้ปัญหาราคายาง สั่งเพิ่มปริมาณใช้ในประเทศ ด้านพท.เรียกร้องให้ช่วยชาวนาปลูกข้าวนาปี โรงสียังไม่รับซื้อ กรรมการสรรหาไม่กังวล ยังไม่มีคนยื่นสมัคร 7 กกต.ชุดใหม่ ยังเปิดถึง 10 พ.ย. ยันไม่มีการหารือว่าจะทาบทามใคร ไอลอว์เปิดข้อมูลลูก”มีชัย” รับเงินเดือน 4.7 หมื่น ในตำแหน่งรองเลขาฯคสช.
นักวิชาการจี้ปลดล็อกพรรค
วันที่ 28 ต.ค. นายยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการปลดล็อกพรรคการเมืองหลังผ่านพระราชพิธีสำคัญว่า ในเมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว และกำลังร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. และ ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. รวมทั้งนายกฯ ได้ประกาศวันเลือกตั้งชัดเจนแล้ว ดังนั้นการปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้พรรคการเมืองเตรียมความพร้อมรับเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงสรรหา กกต.ชุดใหม่ ผู้รับสมัครการเลือกตั้ง และประชาชน ทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องมีความพร้อมไปด้วยกัน เพื่อให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ
“คสช.ควรพิจารณาให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้บ้าง เช่น เปิดประชุมพรรค การคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค เป็นต้น โดยยังไม่ต้องถึงขั้นให้มีการหาเสียง หรือการระดมมวลชน ขอแค่เพียงให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้บางอย่างก็พอ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมายและกติกาใหม่ พรรค การเมืองจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้กฎ กติกาเหล่านี้” นายยุทธพรกล่าว
พท.ขอให้ทำโดยเร็ว
นายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมเดินหน้าทางการเมือง ว่า พรรคยังไม่มีการเตรียมตัวใดๆ ต้องรอให้คสช.ปลดล็อกให้สามารถทำกิจกรรมได้ เชื่อว่าเมื่อแล้วเสร็จพระราชพิธีสำคัญ คสช.จะเปิดให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อคสช.ปลดล็อกแล้ว พรรคเพื่อไทยจะมีประชุมเพื่อเตรียมการ เช่น เร่งสำรวจสมาชิก ซึ่งต้องให้ส.ส.ในพื้นที่สำรวจและตรวจสอบรายชื่อสมาชิกของตัวเอง จากนั้นจะรวบรวมทุกพื้นที่เข้าด้วยกัน หาก คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองในช่วงนี้ เชื่อว่าทุกพรรคยังสามารถเตรียมการได้ทันกรอบเวลา 90 วัน ตามที่พ.ร.บ.พรรคการเมืองกำหนด เรื่องการยืนยันสมาชิกพรรค จึงอยากให้คสช.ปลดล็อกโดยเร็ว เพื่อที่ประเทศไทยจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง สร้างความปรองดอง ลดความขัดแย้ง และไม่มีประโยชน์ที่คสช.จะต้องหยุดทุกอย่างไว้เช่นนี้
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีแล้ว คสช.ควรเร่งปลดล็อกพรรคการเมืองให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลให้พรรคเก่า โดยเฉพาะพรรคเล็ก ถูกจับแพ้ฟาวล์จนไม่สามารถส่งผู้สมัครลงแข่งขันในการเลือกตั้งที่อาจมีขึ้นตามโรดแม็ปได้ เพราะระดมทุน หาสมาชิกพรรค และจัดตั้งสาขาพรรคให้ครบตามจำนวนที่กำหนด ไม่ทัน 180 วัน เวลาเดินหน้าไปแล้วแต่การดำเนินการต่างๆตามกฎหมายกำหนดต้องผ่านที่ประชุมพรรคยังทำไม่ได้ หากทำสิ่งต่างๆ ไม่ทันตามกฎหมายกำหนดก็จะไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ และอาจต้องยุบพรรคหรือตั้งพรรคใหม่ และไม่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง คสช.จึงควรเร่งพิจารณาปลดล็อก
บี้แก้ปัญหาชาวนา
นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย คาดหวังว่าหลังจากนี้คสช.ควรเปิดช่องให้นักการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดทุกอย่างไว้ชัดเจน อีกทั้งตัวพ.ร.บ.พรรคก็มีผลใช้บังคับแล้ว ก็รอว่าคสช.จะดำเนินการเมื่อไร แต่อยากให้ปลดล็อกนักการเมืองให้ทำกิจกรรมพรรคโดยเร็วที่สุด
นายสมคิดกล่าวว่า นอกจากนี้ ขอเรียกร้องอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดูแลเกษตรกรเพราะตั้งแต่เดือนพ.ย.นี้เป็นต้นไป ข้าวนาปีต้องเก็บเกี่ยวจนถึงปี 2561 รัฐบาลจะดูแลชาวนาอย่างไร ขณะนี้ข้าวนาปีที่ภาคอีสานกำลังทยอยออก โดยที่โรงสีบางแห่งยังไม่เปิดรับซื้อ จึงขอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยด่วน ที่ผ่านมายังไม่เห็นมาตรการการช่วยเหลือที่ชัดเจนของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร ตอนนี้เกษตรกรเจอปัญหาค่าครองชีพเพราะมีรายได้น้อย และทำให้เห็นผลแล้วว่ามาตรการบัตรคนจนไม่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านให้ถูกจุด
ปชป.เรียกร้องผ่อนคลายบางส่วน
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากที่รัชกาลที่ 9 ทรงสอนให้ทุกคนรักกันและให้ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ซื่อตรง ก็ขอให้พี่น้องชาวไทยตระหนักและน้อมนำมาปฏิบัติ ซึ่งหมายความว่าตั้งแต่รัฐบาล สมาชิกสนช. รวมถึงพรรค การเมืองและนักการเมืองทุกคน เพราะทุกคนทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องตรียมความพร้อมเพื่อจะให้ประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่สมบูรณ์
นายวิรัตน์กล่าวว่า ดังนั้นทุกคนทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันที่จะทำให้การเข้าถึงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างถูกต้องและมั่นคง ทุกคนทุกฝ่ายจึงต้องตระหนักในหน้าที่ว่าจะทำอย่างไรให้เข้าถึงระบอบประชาธิปไตย นักการเมืองต้องนึกถึงความสามัคคี ปรองดอง ต้องไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดคิดร้ายหรือคิดไม่ดีกับประเทศชาติและรัฐธรรมนูญ ผู้มีอำนาจก็ต้องพิจารณาดูจังหวะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมได้เท่าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคง และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
กก.สรรหาไม่กังวล-สมัครกกต.
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ในฐานะกรรมการสรรหา กกต. กล่าวถึงการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็น กกต.ชุดใหม่ ที่ยังไม่มีบุคคลใดส่งเอกสารหรือยื่นเอกสารเพื่อเข้ารับการคัดเลือก หลังเปิดรับสมัครมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า เชื่อว่าไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เพราะขณะนี้ถือว่าเปิดรับสมัครมาเพียงครึ่งทางเท่านั้น และการรับสมัครก็จะเปิดต่อไปจนถึงวันที่ 10 พ.ย. เข้าใจว่าบุคคลที่จะลงสมัครคงต้องใช้เวลาเตรียมตัว และรอพิจารณาบุคคลที่ยื่นเอกสารสมัครเข้ารับการสรรหา ว่าจะสู้ไหวหรือไม่
นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนกรณีที่อาจไม่มีผู้สมัครครบจำนวนตามที่ประกาศนั้น ไม่ขอสมมติเหตุการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนที่พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ให้สิทธิกรรมการทาบทามหรือเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเข้าเป็น กกต. ได้โดยไม่ต้องยื่นใบสมัครได้นั้น ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นดังกล่าวถูกยกมาหารือในที่ประชุมกรรมการสรรหา กกต. และหากจะดำเนินการอย่างใดก็ต้องเป็นมติร่วมกันของที่ประชุม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า ช่วงนี้ก็เป็นช่วงพระราชพิธีสำคัญ จึงต้องให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน และยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์สุดท้าย จึงไม่น่ากังวลอะไร เมื่อถามว่า มองว่าผู้ที่จะมาเป็นกกต.ชุดใหม่ควรเป็นอย่างไร นายสมชัยกล่าวว่า ต้องมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกติกาที่กำหนดไว้ และผู้ได้รับเลือกต้องเข้ามาทำหน้าที่ที่สำคัญของบ้านเมือง ต้องเสียสละและต้องใช้ความสามารถ ประสบการณ์ที่มีเข้ามาทำให้การเลือกตั้งเป็นไปความบริสุทธิ์เที่ยงธรรม ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ก็เชื่อว่าน่ามีคนมาสมัคร จึงคิดว่าจะไม่มีปัญหา
จี้นายกฯแก้ปัญหายางพารา
นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากนี้ไปควรมาหาวิธีแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง เพราะพบว่าความเอาใจใส่ของรัฐบาลไม่จริงจัง หวังพึ่งพาเพียงจากการดำเนินการของบริษัทร่วมทุนฯ และไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทผู้มาร่วมทุนซึ่งไม่ได้เต็มใจมาตั้งแต่ต้น จึงวางหมากเกมไม่ยอมรับยางเข้าบริษัท เพื่อจะได้ดักตัดซื้อราคาต่ำและรัฐบาลไม่มีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมทำให้สถานการณ์ด้านราคายางแย่ลงไปเรื่อยๆ
นายถาวรกล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดกับเกษตรกรชาวสวนยางและเข้าใจปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอดรู้สึกอึดอัดกับแนวทางการแก้ปัญหายางพาราของรัฐบาล ขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาล ทบทวนบทบาทหน้าที่และโครงสร้างองค์กรของบริษัทร่วมทุนฯ ใหม่ให้สนองตอบความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง นอกจากนี้ กองการยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รมว.เกษตรฯ ออกมาควบคุมราคาส่งออกยางของพ่อค้าที่แข่งกัน เสนอขายไปต่างประเทศในราคาต่ำๆ แล้วมากดราคาซื้อจากเกษตรกรชาวสวนยางโดยอ้างราคาตลาดโลก อย่างไรก็ตาม โครงการเพิ่มการใช้ยางพาราภายในประเทศไม่เป็นรูปธรรม
“นายกฯควรลงมาขันนอตหลายๆ รอบ และควรตั้งเป็นคณะทำงานติดตามรายงานผลความคืบหน้าตลอดเวลา ถ้านายกฯยังไม่ลงโทษหน่วยงานที่เพิกเฉย ก็จะเป็นสภาพการณ์อย่างนี้ตลอดไป จึงขอให้นายกฯใช้ความเด็ดขาดในการสั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ ให้นำยางพาราไปใช้อย่างจริงจัง โดยกำหนดเชิงปริมาณ จำนวนงบประมาณและกรอบเวลา” นายถาวรกล่าว
ไอลอว์แฉลูกมีชัยรับงด.47,500 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อประชาชน (ไอลอว์) เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในคสช. ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2560 โดยระบุว่าคำสั่งฉบับนี้ได้แต่งตั้งรองเลขาธิการ ที่ปรึกษาและโฆษก ฯลฯ ประจำตัวของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคสช. จำนวน 34 คน เป็นทหารและตำรวจ 31 คน เป็นผู้หญิงเพียง 3 คน สำหรับรายชื่อบุคคลที่น่าสนใจ เช่น พล.อ.วลิต โรจนภักดี ปัจจุบันเป็นสมาชิก สนช. ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางมยุระ ช่วงโชติ บุตรสาวนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ. เป็น รองเลขาธิการ นายมีชัย ส่วน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. เป็น โฆษกประจำคสช.
ไอลอว์รายงานอีกว่า ประกาศ คสช.ที่ 93/2557 กำหนดให้ตำแหน่งเหล่านี้มีเงินเดือนประจำด้วย โดยเทียบเคียงกับอัตราเงินเดือนของข้าราชการการเมือง เช่น ตำแหน่งรองเลขาธิการประจำผู้ดำรงตำแหน่งในคสช. เทียบเท่า รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง รับเงินเดือน 47,500 บาท ตำแหน่งที่ปรึกษาประจำตัวผู้ดำรงตำแหน่งในคสช. เทียบเท่า ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี รับเงินเดือน 40,000 บาท ตำแหน่ง โฆษกประจำคสช.เทียบเท่า โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับเงินเดือน 40,000 บาท ตำแหน่งรองโฆษกประจำคสช. เทียบเท่า รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับเงินเดือน 37,500 บาท ตำแหน่ง ประจำคสช. เทียบเท่าประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับเงินเดือน 21,500 บาท
ปชป.จวกอยู่ที่สำนึก
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าเรื่องการแต่งตั้งแบบนี้อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคน ต้องคิดดูว่าเป็นการแต่งตั้งเพื่อประโยชน์ของวงศาคณาญาติ หรือแต่งตั้งเพื่อประโยชน์ของทางราชการ แบบนี้มีลักษณะของผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้าเลือกคนอื่นได้โดยมีความสามารถเท่ากันก็ควรจะเลือก หรือให้โอกาสคนอื่นมาทำหน้าที่ก่อน แล้วแต่สำนึกความรับผิดชอบ เพราะในสมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็มีคนเอาลูกเอาหลานเข้ามาเหมือนกัน แต่มีการตรวจสอบ ระยะหลังผู้ที่มาจากการเลือกตั้งไม่มีใครกล้าแต่งตั้งวงศ์วานว่านเครือของตัวเอง แต่ในระบบที่เขามาจากการยึดอำนาจนั้นไม่มีการตรวจสอบ เขาก็ไม่กลัว ก็ตั้งไป ไม่รู้จะพูดอย่างไร
“ถามว่าควรหรือไม่ควรดีกว่า ที่จริงไม่ควร เพราะยุคนี้เป็นยุคการปฏิรูป เวลาเราหายใจเข้าเราก็บอกปฏิรูป หายใจออกยาวๆ เราก็พูดเรื่องปฏิรูป แต่แบบนี้ เราหายใจเข้าลึกๆ เราแต่งตั้งลูก หายใจออกยาวๆ เราแต่งตั้งหลาน แบบนี้จึงไม่น่าจะเป็นยุคของการปฏิรูป ผู้ที่เริ่มต้นการปฏิรูปบอกว่า ระบบการเมืองเมื่อก่อนไม่ดีจึงต้องปฏิรูป ดังนั้นผู้ที่นำการปฏิรูปต้องทำตนเป็นตัวอย่าง เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าแม่ปูสอนลูกปูให้เดิน” นายนิพิฏฐ์กล่าว
เชื่อคสช.ผ่อนคลายบางส่วน
นายนิพิฏฐ์กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนี้ว่า คิดว่าคสช.คงจะปล่อยให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ในบางเรื่องแต่คงไม่ปล่อยหมด เช่น การประชุมพรรค แก้ไขข้อบังคับพรรคต่างๆ เขาคงเปิดโอกาสให้ทำได้ แต่เรื่องการทำกิจกรรมทางการเมือง อื่นๆ คิดว่าเขาคงไม่เปิดให้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม บอกว่ากฎหมายยังออกไม่หมดก็ยังไม่ปลดล็อกให้
ส่วนกรณีจะมีเลือกตั้งในปลายปี 61 จริงหรือไม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า เราต้องเชื่อพล.อ. ประยุทธ์ เป็นหลัก ไว้ก่อน เพราะถ้าคลาดเคลื่อนไปจากนั้นนายกฯต้องเป็นผู้อธิบาย