ธอส.จัด 6 มาตรการช่วยท่วม ให้กู้ซ่อมรถ-ซ่อมบ้าน ขาดรายได้ยังขอประนอมหนี้ได้ “บิ๊กตู่”ชี้มวลน้ำไม่ต่างปี 54 วอนประชาชนกระตือรือร้นมากกว่านี้ อย่ารอแต่เยียวยา อุตุฯเตือนระวังฝนถล่มภาคใต้ ครม.ขยายพักหนี้เกษตรกรใต้ สุพรรณฯ-ปทุมฯ-อยุธยายังอ่วมท่วมขัง
ป้องขอนแก่นได้ก่อน”ตู่”ตรวจ
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่บริเวณบ้านคุยโพธิ์ ม.4 ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำพองกัดเซาะแนวคันดินพนังกั้นน้ำคลอง 3 แอล พังทลายลง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งซ่อมแนวคันดินกันตลอด 24 ช.ม. โดยใช้กล่องเกเบียน ที่เป็นตาข่ายลวดบรรจุก้อนหินขนาดใหญ่ แล้วใช้รถแบ๊กโฮหย่อนลงไปเป็นพนังกั้นน้ำได้เป็นความยาว 30 เมตร จนสำเร็จ แม้ยังมีน้ำไหลซึมบ้างเล็กน้อย แต่ช่วยให้กระแสน้ำไหลลงในเขตเศรษฐกิจในเขตเมืองขอนแก่นน้อยลงอย่างมาก ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมาตรวจสอบในวันนี้
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการซ่อมแนวคันดินพนังกั้นน้ำคลอง 3 แอล ว่า น้ำที่กัดเซาะแนวคันดินมาตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้สามารถเชื่อมฐานของแนวคันดินได้แล้วเมื่อเวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา จากนั้นเสริมแนวกล่องเกเบียนให้มีระดับความสูงเท่ากับแนวคันดินเดิม แล้วบดอัดตัวแนวคันดินและฐานด้านบน คาดจะเสร็จทั้งระบบในเวลา 12.00 น.วันนี้
คาด 2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ
รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวต่อว่า ขณะที่มวลน้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในนั้นเดิมมีระดับน้ำไหลเข้าที่ 28 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เมื่อสามารถปิดจุดน้ำดังกล่าวนี้ได้แล้วจะเหลือที่ 7 แสนลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งขณะนี้ได้ระดมเครื่องสูบน้ำจากสำนักชลประทานจากทั่วประเทศมาติดตั้งอยู่ที่ประตูระบายน้ำดี 8 ห้วยพระคือ ต.พระลับ ซึ่งห่างจุดที่พนังกั้นน้ำขาดประมาณ 5 ก.ม. เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดและสูบน้ำออกจากพื้นที่ชั้นใน ที่ขณะนี้รับน้ำจากมวลน้ำที่ไหลผ่านจุดที่ขาดกับน้ำในเขตชุมชนเมืองให้ไหลลงสู่แม่น้ำชี โดยมั่นใจว่าระดับน้ำจะลดลงและกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ภายใน 2 สัปดาห์
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า คลองส่งน้ำ 3 แอล ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย ในเขตพื้นที่บ้านคุยโพธิ์ มีทหาร มทบ. 23 พร้อมเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน และจิตอาสา ระดมกำลังซ่อมแซมเป็นการชั่วคราวจนประสบความสำเร็จแม้ว่ายังมีน้ำไหลซึมบ้างเล็กน้อย แต่ก็ช่วยไร่นากว่า 1 หมื่นไร่ในต.บึงเนียมไม่จมน้ำ จากที่ท่วมไปแล้วประมาณ 5 พันไร่ และไม่มีน้ำเข้าไปในเขตชุมชนเมืองของเทศบาลนครขอนแก่นตามที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วง คาดว่าอีกไม่นานตรงบริเวณ ต.บึงเนียมที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร จะกลับคืนเข้าสู่สภาพเดิม
เร่งปิด 6 จุดน้ำทะลักเข้าเมือง
วันเดียวกัน นายวินัย ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมนายพงศธร นิศาพิทักษ์กุล อดีตนายกเทศมนตรีตำบลพระลับ สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช, อบจ.ขอนแก่น และเทศบาลนครขอนแก่น นำเครื่องจักรกลหนักและรถแบ๊กโฮ เร่งเสริมแนวคันดิน วางถุง เกเบียนและบิ๊กแบ๊ก บริเวณทางท่อลอดและสะพานข้ามถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ช่วงรอยต่อระหว่าง เขตต.บึงเนียม กับต.พระลับ โดยเฉพาะช่วงสะพานข้ามถนน ทางเข้าวัดท่าประทาย และประตูระบายน้ำดี 8 ห้วยพระคือ
โดยนายวินัยกล่าวว่า ขณะนี้สามารถปิดจุดที่พนังทลายลงมาได้แล้ว แต่มวลน้ำได้ไหลไปตามแหล่งน้ำสาธารณะและช่องทางเดินของน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ไหลมาตามทางลอดและทางเดินของน้ำ 6 จุดที่วางเป็นแนวลอดถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.พระลับ ซึ่งอยู่ในชั้นที่ 3 ของแนวป้องกันน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาทุกหน่วยงานได้ระดมกำลังปิดคันดินที่ทลายลงมาและเร่งสูบน้ำออกแต่มวลน้ำมีปริมาณที่มาก และไม่ได้มีการทำคันดินหรือวางแนวทางป้องกันน้ำทะลักในชั้นที่ 3 ทำให้มวลน้ำได้ข้ามฝั่งเข้าท่วมเขต ต.พระลับ ฝั่งเมืองแล้วในขณะนี้ จึงต้องเร่งทำแนวคันดินป้องกันทั้ง 6 จุด
บิ๊กตู่ชี้มวลน้ำไม่ต่างปี 54
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมและมาตรการเยียวยา ผู้ประสบภัยว่า วันนี้จะเดินทางไปจังหวัดขอนแก่น เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่เดือดร้อนจากผลกระทบน้ำท่วม ส่วนเรื่องสถานการณ์น้ำในขณะนี้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเรามีปัญหาในลุ่มแม่น้ำ ซึ่งมีลุ่มแม่น้ำทั้งหมด 25 ลุ่มน้ำ ลุ่มแม่น้ำที่มีปัญหาคือลุ่มแม่น้ำยม น่าน ลงมาเป็นลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน ทางตะวันออกเฉียงเหนือลุ่มแม่น้ำชี และแม่น้ำมูน ซึ่งมันมีผลกระทบจากพายุในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำนั้นมากกว่าปกติ
“เราบริหารจัดการน้ำมาตลอด จะบอกว่าไม่ท่วมเลยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นน้ำที่สะสมที่มาจากภาคเหนือส่วนหนึ่ง ปริมาณทั้งหมดไม่ต่ำจากปี 54 แต่เราจะทำให้เกิดผล กระทบให้น้อยที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ถึงอย่างไรก็ต้องมีปัญหาเพราะอยู่ใกล้แม่น้ำ ขณะนี้ระดับน้ำค่อยลดลงอย่างช้าๆ ได้ลดการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาลง ซึ่งมีแนวโน้มจะลดลงไปเรื่อยๆ ส่วนวันนี้ต้องเตรียมการรับมือน้ำท่วมภาคใต้ จากวันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย. ฝนจะตกภาคใต้
นำคณะตรวจท่วมขอนแก่น
ที่จ.ขอนแก่น พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมจากนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น และนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้มาติดตามสถานการณ์น้ำที่จ.ขอนแก่น และพื้นที่โดยรวมของภาคอีสาน เพื่อหามาตรการลดผล กระทบให้ได้มากที่สุด และมาเพื่อให้กำลังใจ พร้อมนำพระราชกระแสความห่วงใยจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่ทรงรับสั่งกับตนเสมอให้ดูแลประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีและมีความสุขมากที่สุด โดยพระองค์ท่านได้พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือผ่านองคมนตรี และผู้แทนมาตลอด อีกทั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามทุกเรื่องที่เกี่ยวกับประชาชน รัฐบาลจึงต้องทำให้ดีที่สุด
“ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ จากการรับฟังการรายงานทราบว่าปริมาณน้ำลดลงตามลำดับ ตนขอสั่งการให้มีการระบายน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อให้เหลือ 30 ล้านลบ.ม. ต่อวัน”
วอนประชาชนอย่ารอแต่เยียวยา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่จ.อ่างทอง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ชินชากับน้ำท่วม ขอให้เปลี่ยนความคิด ต้องพัฒนาตัวเอง ขณะที่ส่วนราชการต้องเตรียมอาชีพสำรองและมีคำตอบให้ชาวบ้านด้วย ทั้งนี้ไม่อยากให้ยกเรื่องน้ำท่วมมาเป็นประเด็นทางการเมือง ดังนั้นทุกหน่วยงานต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน นอกจากนี้ขอให้ทางจังหวัดได้ไปศึกษาการกักเก็บน้ำหลังน้ำลด ว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่แก้มลิงได้ หรือไม่ หากทำได้ก็ดำเนินการในทันที ซึ่งการดำเนินการอะไรก็ตามในวันนี้ต้องใช้แนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ด้วย
“วันนี้รัฐบาลถูกโจมตี ว่าเก่งนักแต่ทำไมน้ำยังท่วม ซึ่งไม่มีทางที่จะไม่ให้ท่วมเลย แต่มีทั้งท่วมมากและท่วมน้อย แต่สิ่งต้องการคือ ประชาชนต้องเชื่อฟังรัฐบาลและกระตือรือร้นมากกว่านี้ ไม่ใช่รอเพียงการเยียวยาจากรัฐบาลเท่านั้น ทุกอย่างต้องคิดใหม่ทั้งหมด และหน่วยงานภาครัฐก็อย่าขัดแย้งกันด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ให้ฟังรบ.อย่าฟังแต่หมอลำ
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ และคณะไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานปิดพนังคันดินคลองส่งน้ำชลประทาน 3 แอล ที่ ต.บึงเนียม โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันแก้ปัญหาให้กับประชาชน ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งอยู่เสมอว่าให้แก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งแม้วันนี้เราจะทำไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันประชาชนต้องปรับตัวเอง และขอให้รับฟังข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและตนเองด้วย อย่าฟังเพียงหมอลำอย่างเดียว
“น้ำคือชีวิต และนี่ก็คือบ้านเรา แผ่นดินของเรา อย่าให้ใครมาเอาประโยชน์จากเรา ผมไม่เอาผลประโยชน์เพราะผมไม่ใช่นักการเมือง แต่ต้องดูแลประชาชนทั้ง 70 ล้านคน เมื่อน้ำท่วม ประชาชนทุกข์ ผมก็ทุกข์ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
อุตุฯ เตือนระวังฝนถล่มภาคใต้
วันเดียวกัน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 3 พ.ย.) ฉบับที่ 5 ระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ เข้าปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ในช่วงวันที่ 1-3 พ.ย. ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรงที่เกิดขึ้นไว้ด้วย
พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ มีดังนี้ วันที่ 1 พ.ย. บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส, วันที่ 2-3 พ.ย. บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยม วิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
ครม.ขยายพักหนี้เกษตรกรใต้
วันเดียวกัน นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้พักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกร ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559/60 เพิ่มเติมจากมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2560 โดยเพิ่มงบประมาณอีก 859.50 ล้านบาท จาก 1,965.50 ล้านบาทต่อปี รวม 2 ปี เป็น 3,931 ล้านบาท เป็น 2,395.25 ล้านบาทต่อปี รวม 2 ปี เป็น 4,790.50 ล้านบาท
ทั้งนี้ การที่ครม.มีมติเพิ่มเติมความช่วยเหลือตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ที่มีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายจากอุทกภัย มีรายได้ลดลงมากกว่า 50% หรือเกษตรกรที่สามารถเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นในส่วนของเกษตรกรที่ไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) 47,539 ราย และเป็นเอ็นพีแอล 4,801 ราย รวม 51,340 ราย จึงต้องการงบประมาณที่รัฐจะชดเชยดอกเบี้ยให้ธ.ก.ส.แทนเกษตรกรในอัตรา 5% รวม 2 ปี เพิ่มขึ้น 859.50 ล้านบาท ซึ่งครม.อนุมัติงบประมาณเพิ่มให้ แต่ส่วนกลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอลให้ธ.ก.ส.รับภาระเองทั้งหมด
ยืดเวลาบริจาคหักภาษีถึงสิ้นปี
นายณัฐพรกล่าวต่อว่า ครม.ยังได้อนุมัติมาตรการเงินการคลังเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2560 (เพิ่มเติม) ตามที่กระทรวงเสนอ ได้แก่ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อจูงใจให้บุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลร่วมกันบริจาคเงินหรือทรัพย์สินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สามารถนำเงินวงเงินช่วยเหลือหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค. 2560 ครั้งนี้จึงอนุมัติขยายระยะเวลาออกไปเป็นสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2560 ส่วนมาตรการอื่นๆ ที่ดำเนินการอยู่ปัจจุบันยังไม่มีโครงการที่สิ้นสุดระยะเวลา จึงให้มีผลต่อไป
นายณัฐพรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ครม.ได้อนุมัติมาตรการจ้างงานผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ในการปรับปรุงซ่อมแซมที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติให้หน่วยงานต่างๆ พิจารณาจ้างงานผู้ลงทะเบียนที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามความเหมาะสม โดยประสานขอข้อมูลผู้ลงทะเบียนมายังศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
ธอส.จัด 6 มาตรการช่วยลูกค้าจมน้ำ
ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมวงเงิน 500 ล้านบาท สำหรับจัดทำโครงการเงินกู้ที่อยู่อาศัยเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยปี 2560 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้าที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด รวม 6 มาตรการ ได้แก่ มาตรการช่วยเหลือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่มีที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคารถูกน้ำท่วม จะลดภาระดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ โดยปลอดดอกเบี้ยนาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 คิดเอ็มอาร์อาร์ลบ 2.5% ต่อปี ปีที่ 2 เอ็มอาร์อาร์ลบ 2% ปีที่ 3 เอ็มอาร์อาร์ลบ 1% และปีที่ 4 จนครบสัญญา เอ็มอาร์อาร์ลบ 0.5-1%
สำหรับลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหาย สามารถขอกู้เพิ่มหรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมโดยคิดดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้นคิดเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.5-1% ต่อปี ส่วนลูกหนี้ที่หลักประกันเสียหายและกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ให้ลูกหนี้ประนอมหนี้ได้ 1 ปี 4 เดือน คิดดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 4 เดือนแรกโดยไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 5-16 ดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ให้กลับมาผ่อนตามปกติ
ให้คนถูกท่วมประนอมหนี้ได้
ส่วนลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ลูกหนี้ประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี ดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน ขณะที่ลูกหนี้ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระโดยใช้ดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือตามสัญญากู้ และสุดท้ายกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของค่าอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น
นายฉัตรชัยกล่าวด้วยว่า ผู้ที่ต้องการกู้เพื่อปลูกสร้างซ่อมแซมอาคาร ธนาคารกำหนดวงเงินให้กู้ต่อรายไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 หลักประกัน โดยคุณสมบัติของผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการเงินกู้ที่อยู่อาศัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี “60 จะต้องเป็นลูกหนี้เดิมของ ธอส. หรือลูกค้าใหม่ ซึ่งมีที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือ คู่สมรสและได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย
ร้อยเอ็ดครวญน้ำชีทะลักท่วม
สำหรับสถานการณ์น้ำที่ จ.ร้อยเอ็ด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดน้ำชีเอ่อล้นฝั่งท่วมฉับพลันที่วัดท่าชีศรีสุมังคลาราม หรือวัดบ้านดินดำ อ.จังหาร พระต้องขนของขึ้นที่สูงหนีน้ำจ้าละหวั่น ชาวบ้านต้องสร้างสะพานไม้ให้พระสงฆ์ออกไปบิณฑบาตเช้า และให้ชาวบ้านนำอาหารมาเลี้ยงเพล ทั้งนี้ ช่วงนี้มีผู้เสียชีวิตหลายรายที่ญาติๆ นำศพมาฌาปนกิจที่วัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้ใช้สะพานไม้ดังกล่าวเข้า-ออกวัด
นายรังสรรค์ ฤทธิ์มนตรี ผู้ใหญ่บ้านหนองบัวรอง ต.ดินดำ อ.จังหาร กล่าวว่า น้ำชีท่วมคราวนี้เหลืออีกเพียง 20 ซ.ม.ก็จะถึงระดับที่น้ำชีท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 นี่เป็นการท่วมรอบสองจากที่ท่วมมาแล้วแต่สูงกว่าเดิม 50-80 ซ.ม. ขณะนี้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องวัดได้วันละ 2-3 ซ.ม. พระและญาติโยมได้รับความเดือดร้อน
นายวิรัตน์ ฤทธิ์มนตรี ชาวบ้านหนองบัวรองกล่าวว่า โรงเรียนบ้านดินดำหนองบัวรองวิทยาถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตรมาตั้งแต่เดือนก.ค. ต้องอพยพนักเรียนไปทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนเครือข่าย กำหนดว่าจะกลับมาเรียนที่โรงเรียนเดิมอีกครั้งวันที่ 1 พ.ย. แต่ต้องกลับไปเรียนที่เดิมเนื่องจากพิษน้ำชีจากเขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำมากกว่า 54 ล้าน ลบ.ม. เกิดน้ำท่วมฉับพลันสูงขึ้นจากเดิม 50-80 ซ.ม. เป็น 2 เมตรเศษ และเพิ่มระดับสูงขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องวันละ 3 ซ.ม. คาดว่าน้ำจะลดปลายเดือนธ.ค. นอกจากนี้ ยังท่วมบ้าน 138 หลังคาเรือน ท่วมศูนย์พัฒนาเด็กบ้านดินดำ วอนภาครัฐและภาคเอกชนช่วยด่วน โดยเฉพาะน้ำดื่มซึ่งขาดแคลนมากเนื่องจากประปาจมน้ำ
สุพรรณ-ปทุม-อยุธยาอ่วมท่วมขัง
ที่จ.สุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาน การณ์แม่น้ำท่าจีนวันนี้ ยังมีปริมาณน้ำสูง ในหลายจุดเริ่มลดลง 5-10 ซ.ม. แต่ยังมีน้ำท่วมขังในปริมาณระดับสูง ใน 3 อำเภอท้ายน้ำ ทั้งที่อำเภอบางปลาม้า สองพี่น้อง และเมืองสุพรรณบุรี โดยในพื้นที่ตำบลไผ่กองดิน และตำบลจรเข้ใหญ่ ตำบลตะค่า ตำบลโคกคราม ขณะนี้ได้รับผลกระทบหนัก หลังมีการผันน้ำลงสู่ทุ่ง โดยรับน้ำมาจากประตูระบายน้ำผักไห่ และประตูระบายน้ำชันสูตร ฝั่งจ.พระ นครศรีอยุธยา ซึ่งมีพื้นที่ติดกัน ทำให้ปริมาณน้ำในทุ่งสูงมาก เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนและไร่นาเกษตรกร บ่อกุ้ง บ่อปลา กว่า 1,600 ไร่ ได้รับความเสียหาย เป็นวงกว้าง
ที่จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดเกริน ต.บางกะดี อ.เมือง แม้ระดับน้ำจะลดลงมาบ้าง แต่ก็ยังคงท่วมพื้นที่วัดสูงกว่า 50 ซ.ม. โดยท่วมมาแล้วเกือบ 2 เดือน ขณะที่สุนัขจรจัดกว่า 50 ตัวที่ถูนำมาปล่อยทิ้งวัด ขาดแคลนอาหาร ชาวบ้านบางคนต้องนำอาหารสุนัขมาถวายพระเพื่อเลี้ยงสุนัข
ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำเริ่มลดลงเฉลี่ยประมาณ 2-5 ซ.ม. โดยพบว่าที่ต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนคร ศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำน้อยเอ่อเข้าท่วมถนนด้านหลังตลาดบ้านแพนสูงประมาณ 30-40 ซ.ม. ระยะทางประมาณ 200 เมตร ไหลลงไปในคลองขนมจีน นอกจากนี้ยังพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนในชุมชน ม.2 ต.สามกอ อ.เสนา ถูกน้ำท่วมสูง ไหลดันพื้นบ้านหลุด ชาวบ้านต้องไปหาซื้อไม้พาเลท มายกข้าวของเครื่องใช้ ให้พ้นน้ำและใช้เป็นที่อยู่อาศัย
ที่จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณท่าน้ำนนท์ อ.เมือง ทางเทศบาลนครนนทบุรี ได้นำกระสอบทรายมากั้นที่แนวสันเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งหอนาฬิกา สูง 2 ฟุต ขณะที่จุดขึ้น-ลงเรือ ระดับน้ำสูงขึ้นมาเสมอพื้นท่าเรือ และยังคงเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติ ทางเทศบาลจึงทำสะพานไม้ทางเดินยกสูงระหว่างบกกับตลิ่งไว้ในกรณีน้ำขึ้นล้นเข้ามา
ทั้งนี้ พร้อมติดตามสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด