รบ.สั่งพิมพ์ 2 ล้านเล่ม หนังสือบรมราโชวาท ท่านจุฬาราชมนตรีนำชาวมุสลิมร่วมสวดดุอา แสดงความ ไว้อาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ บิ๊กตู่สั่งพิมพ์ หนังสือพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส และหนังสือพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ 2 ล้านเล่ม เตรียมแจกประชาชน เริ่มแล้ว ประชาชนทั่วทุกทิศ หลั่งไหลสนามหลวง ร่วมกิจกรรม ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี คาดเต็มถนนหน้าพระลานและอาจล้นท้องสนามหลวง ทบ.สร้างสะพานแบริ่งข้ามคลองหลอด ซักซ้อมใช้แจกบัตรคิวในการเข้าสักการะพระบรมศพ แทนเข้าแถวยืนรอ พาณิชย์เปิดขายเสื้อดำราคาถูก หลายจังหวัดจัดกิจกรรมแสดงความไว้อาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประจวบฯรวมตัวถวาย สักการะ ลุงหมีวีลแชร์ถึงสิงห์บุรี สาวอ่างทองที่เคยถวายฎีกา ซึ้งใจได้เข้าถวายสักการะ
กทม.ห่วงคนล้นสนามหลวง
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ได้มอบหมายงานเตรียมความพร้อมการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพ โดยเฉพาะงานที่จะมีการปิดการจราจร ถนนหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง เพื่อร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งจะมีการบันทึกเป็นภาพยนตร์ โดยท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เพื่อนำไปฉายโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศและสถานีโทรทัศน์ต่างๆ คาดว่าจะมีประชาชนไม่ต่ำกว่า 1-2 แสนคนเข้าร่วมกิจกรรม แต่หากเกิน 2 แสนคนประชาชนจะทะลักออกจากสนามหลวง จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ เทศกิจ และอาสาสมัคร จัดเจ้าหน้าที่หลายพันนาย ลงพื้นที่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในงาน ขณะเดียวกันได้ประสานพล.ต.ท.อิทธิพล พิริยะภิญโญ เพื่อจัดตั้งสถานีตำรวจย่อยภายในสนามหลวง พร้อมจัดรถสายตรวจ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน บริเวณโดยรอบในรัศมี 500 เมตร
ผู้ว่าฯกทม. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม.ประเมินสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแก้ไขปัญหาวันต่อวัน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาด้านการจราจรเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปิดถนนบริเวณรอบสนามหลวง ขณะเดียวกันได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลสูบน้ำที่ขังอยู่บริเวณโคนต้นไม้ พร้อมทั้งพ่นยาฉีดยุง ตลอดจนทำความสะอาดถนนทุกวัน อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชน ติดต่อกองอำนวยการร่วม เพื่อบริหารจัดการในการแจกอาหาร น้ำ หรือเสื้อผ้า สิ่งของต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทบ.พร้อมรับคลื่นพสกนิกร
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการ เตรียมพร้อมดูแลรองรับประชาชนที่จะมา ร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในช่วงวันหยุดยาว รวมถึงกรณีจัดกิจกรรมรวมพลังร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ ในวันที่ 22 ต.ค. ที่ลานสนามหลวงว่า จะมีจุดคัดกรองประชาชนบริเวณรอบพื้นที่สนามหลวง เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย ส่วนยานพาหนะจะอนุญาตเฉพาะรถที่นำสิ่งของมาส่งเท่านั้น รถส่วนบุคคลจะไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด
พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า จากสถิติตัวเลขของสำนักพระราชวังเปิดเผยว่า 7 วันที่ผ่านมามีประชาชนมาแสดงความอาลัย 225,000 คน คิดเฉลี่ยแล้ววันละ 40,000-50,000 คน โดยเฉพาะช่วงวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. มีคนมาร่วมมากสุดถึง 70,000 คน ซึ่งกอร.รส.จะเตรียมความพร้อมดูแลและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เข้ามาร่วมงานอย่างทั่วถึง เพราะเจ้าหน้าที่เข้าใจถึงเจตนาของประชาชนที่ต้อง การแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมเพิ่มสายตรวจเจ้าหน้าที่และจัดจุดพักคอยให้กับประชาชนที่จะมาในทุกด้านของพระบรมมหา ราชวัง ตนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่มีขีดความสามารถรองรับประชาชนที่จะมาในช่วงวันหยุดยาวได้
ซักซ้อมใช้การแจกบัตรคิว
พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวต่อว่า การรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาเข้าเฝ้าฯและกราบถวายบังคมพระบรมศพตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.เป็นต้นไปนั้น เจ้าหน้าที่ได้ซักซ้อมการจัดทำบัตรคิว เบื้องต้นทางสำนักพระราชวังระบุว่าจะให้ประชาชนเข้าไปภายในรอบละ 100 คน และจะขยายจุดลงนามแสดงความอาลัยให้มากขึ้น ซึ่งการทำบัตรคิวเพื่อให้ประชาชนทราบว่าตนเองอยู่ลำดับที่เท่าใด เบื้องต้นต้องการคนที่ตรงต่อเวลาและมีความซื่อสัตย์ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. เกิดปัญหาการรับบัตรคิวแทน และเรื่องการปลอมบัตรคิว แต่ยังเป็นส่วนน้อย เพราะประชาชนส่วนใหญ่มีน้ำใจต่อกันและตั้งใจมาแสดงความจงรักภักดี
รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า หลังจากรับบัตรคิวแล้วอาจมีเวลาคลาดเคลื่อนบ้าง เนื่องจากจะต้องจัดพระราชพิธี จึงจำเป็นต้องปิดทางเข้า-ออกพระบรมมหาราชวัง เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งเวลาอาจจะขยายออกไป ขอให้ประชาชนเข้าใจ แต่เจ้าหน้าที่พยายามอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด หากช่วงไหนมีพระราชพิธีจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ส่วนประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดนั้น กระทรวงมหาดไทยจะบริหารจัดการ อาจมีการรับบัตรคิวล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้ามาในพื้นที่กทม.พร้อมกัน เนื่องจากจะมีปัญหาเรื่องการดูแล รวมถึงไม่สามารถเข้าเฝ้าฯและกราบถวายบังคมพระบรมศพได้ทั่วถึง ยอมรับว่าจากผลการซักซ้อมไม่ได้ผลเนื่องจากมีคนจำนวนมาก แต่พยายามแก้ปัญหาโดยการบริหารจัดการกับเวลาให้มีความเหมาะสม
สร้างสะพานแบริ่งรับปชช.
ที่กองบัญชาการทหารบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. กล่าวว่า ในส่วนกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย(กอร.รส.)โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ยังคงคอยสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมปฏิบัติอยู่ในพื้นที่ ควบคู่กับงานหลักคือดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน ตามแผนและมาตรการที่จำเป็นต่างๆ ทั้งจุดตรวจ จุดคัดกรองต่างๆ ที่ต้องจัดดำเนินการตามความจำเป็น เนื่องจากมีผู้คนมาร่วมกิจกรรมจำนวนมากกว่าช่วงปกติทั่วไป
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ล่าสุดพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม สั่งการให้กองทัพบก จัดสร้างสะพานแบรี่ แบบเอ็ม2 ให้ประชาชนที่มาลงรถบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ได้เดินข้ามคลองหลอด มายังสนามหลวงได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. สั่งการให้หน่วยทหารช่างจากกองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ เร่งดำเนินการ คาดว่าจะเสร็จในค่ำ วันนี้ สำหรับเรื่องสำคัญที่ได้รายงานในที่ประชุม กอร.รส.บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง.ของ คสช.ในวันนี้ คือนำข้อเน้นย้ำของพล.อ.ประวิตร จากที่ประชุมของ คตส.มาเสนอให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งเนื้อหาสำคัญคือให้ทุกส่วนร่วมกันขับเคลื่อนสิ่งที่จำเป็นต่อการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน กับ เรื่องดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างดีที่สุด สำหรับคณะทำงานในพื้นที่มีเรื่องการบริหารจัดการคิวเข้าแสดงความอาลัย ที่อาจปรับให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพิจารณาจัดคิวพิเศษให้คนชราและผู้พิการ รวมถึงการพิจารณาที่จะจัดทำคู่มือให้กับประชาชนอีกทั้งจะมีการ ปชส.ขอรับอาสาสมัครในการทำหน้าที่ล่ามเพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติในงาน
ตร.เตรียมอำนวยจราจร
พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รองผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. ประชุมเตรียมความพร้อม รับมือปัญหาการจราจรระหว่างวันที่ 22-24 ต.ค. ที่เป็นวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับช่วงวันดังกล่าวยังมีพระราชพิธี ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก โดยอาจมีผลกระทบต่อการจราจรในภาพรวม
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า สั่งการให้ทุกสน.ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จราจรเต็มอัตราในการอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงวันหยุดติดต่อกันนี้ โดยให้พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่กับสน.ใกล้เคียง หรือสนับสนุนการปฏิบัติของบช.น.ได้เมื่อได้รับคำสั่ง อีกทั้งให้สน.เร่งระบายรถออกนอกเมืองในเย็นวันศุกร์ ให้สน.ที่มีพื้นที่กำหนดเป็นสถานที่จอดรถโดยรอบกรุงเทพฯ ในงานพระราชพิธีและวางมาตรการในการอำนวยความสะดวกการจราจร เพื่อรองรับประชาชน
ขณะเดียวกันทางกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) รับแจ้งว่าบริเวณถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า หน้ากรมการส่งเสริมการส่งออก มีประชาชนเดินทางมาซื้อเสื้อดำราคาถูกที่เป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาวและวงกว้าง โดยสภาพการจราจรติดยาวไปถึงถนนพระราม 7 และถนนงามวงศ์ วาน ส่วนถนนสายหลักอาทิ ถนนวิภาวดีฯ และถนนบรมราชชนนี การจราจรเริ่มติดขัดเช่นกัน เนื่องจากประชาชนจากต่างจังหวัดเริ่มทยอยเดินทางเข้ามา โดยบางส่วนนำรถไปจอดไว้ในจุดที่จัดเตรียมไว้แล้วนั่งรถฟรีเข้าไปยังบริเวณท้องสนามหลวง อีกส่วนยังเตรียมปักหลักค้างคืน เพื่อร่วมกิจกรรมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งประวัติศาสตร์ในวันที่ 22 ต.ค. นี้ด้วย

รบ.พิมพ์แจกพระราชดำรัส
ที่กระทรวงวัฒนธรรม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย วธ.จัดพิมพ์หนังสือพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส และหนังสือพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ คาดว่าจะแล้วเสร็จสัปดาห์หน้า จากนั้นจะแจกจ่ายประชาชนที่ท้องสนามหลวง จำนวน 2 ล้านเล่ม
สนช.พบประชาชน
ที่สนามหลวง นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 พร้อมสมาชิกสนช. ร่วมกันแจกสิ่งของ น้ำดื่ม ยาดม ยาหอม พร้อมให้บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์และให้คำปรึกษาในข้อกฎหมายให้แก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพที่เต็นท์สนช. (ตรงข้ามศาลอาญา) โดยมีประชาชนต่อแถวรับสิ่งของเป็นจำนวนมาก
นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า สนช.ได้หารือกันในเรื่องของโครงการสนช.พบประชาชนที่ลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ทุกเดือน แต่ในช่วงนี้ได้มีการปรับให้สนช.มาพบประชาชนที่ท้องสนามหลวงแทนโดยได้มีการขอรับการสนับสนุนจากสมาชิกที่เป็นเจ้าของกิจการต่างๆ รวมทั้งภาครัฐและเอกชน นำอาหาร เครื่องดื่ม ยา และสิ่งของอื่นๆ ที่จำเป็นมาแจกให้กับประชาชนที่ขณะนี้ดวงใจทุกคนมารวมกันที่ท้องสนามหลวง โดยจะมีสมาชิกผลัดเปลี่ยนมาแจกสิ่งของให้กับประชาชนทุกวัน โดยในวันนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผบ.ตร. มาร่วมแจกหนังสือด้วย
จุฬาราชมนตรีแสดงความอาลัย
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ถนนคลองเก้า แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก กทม. นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี นายฐากูร ดิษฐอำนาจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ร่วมจัดงานแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยมีประชาชนชาวไทยมุสลิมเข้าร่วมพิธีกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ในงานมีการลงนามไว้อาลัย และอภิปรายในหัวข้อ “พระราชกรณียกิจของในหลวงที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิม” รวมทั้งพิธีสวดดุอา
นายอาศิสได้กล่าวแสดงความไว้อาลัยว่า นับตั้งแต่ทรงครองราชสมบัติตลอดระยะเวลา 70 ปี พระองค์ทรงงานอย่างหนัก ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจคุณูปการเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนชาวไทย สมดังพระปฐมบรมราชโองการว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกและธรรมราชาผู้ปกครองอาณาประชาราษฎร์ทุกเชื้อชาติและศาสนา ทรงเจริญรอยตามพระมหาบูรพมหากษัตริยาธิราช การพระราชทานเสรีภาพให้ประชาชนเลือกนับถือศาสนา ทรงเป็นผู้ตั้งมั่นในพระพุทธศาสนาพร้อมทั้งทรงยอมรับศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธโดยเสมอกัน

“พระราชกรณียกิจที่พระราชทานต่อประชาชนชาวมุสลิมนั้นมากเหลือคณานับ อาทิด้านการส่งเสริมคำสอนตามหลักศาสนาอิสลาม ด้านการส่งเสริมกิจกรรมตามหลักศาสนาอิสลาม ด้านการส่งเสริมศึกษาของชาวไทยมุสลิม ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยมุสลิมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการบริหารกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทย และด้านการส่งเสริมยกย่องบุคลากรศาสนาอิสลาม พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ ตราตรึงในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยมุสลิมมาโดยตลอดมิรู้ลืม การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระ บรมโกศ เป็นการจากไปเพียงพระวรกายเท่านั้น หากแต่พระองค์ยังทรงเป็นพระราชาผู้ทรงธรรมของปวงชนชาวไทยและทรงสถิตมั่นในดวงใจพสกนิกรของพระองค์ตราบ นิรันดร์กาล” นายอาศิสกล่าว
พาณิชย์เปิดขายเสื้อดำราคาถูก
กระทรวงพาณิชย์ ประสานงานกลุ่มผู้ผลิตเสื้อผ้าและสมาคมที่เกี่ยวข้องจัดงาน “รวมใจแสดงความอาลัย” ระหว่างวันที่ 21-24 ต.ค. 2559 ณ อาคารแสดงสินค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยวันนี้เริ่มจำหน่ายเป็นวันแรก ซึ่งภายในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายไว้ทุกข์ โดยขายในราคาถูกกว่าท้องตลาด ยกตัวอย่าง เช่น เสื้อยืดคอกลมขายในราคา 79 บาท เสื้อยืดโปโลขายในราคา 149 บาท และเสื้อเชิ้ตขายในราคา 229 บาท เป็นต้น จำกัดการซื้อคนละไม่เกิน 10 ตัว
ที่อาคารแสดงสินค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกลุ่ม ผู้ผลิตเสื้อผ้าและสมาคมที่เกี่ยวข้องจัดงาน “รวมใจแสดงความอาลัย” ระหว่างวันที่ 21-24 ต.ค. เริ่มจำหน่ายวันนี้เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. มีประชาชนจำนวนมากมารอที่จะเข้ามาเลือกหาซื้อเสื้อดำกันตั้งแต่ 9 โมงเช้า ทางกรมการค้าภายในและภาคเอกชนกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอเตรียมเสื้อผ้าชนิดต่างๆ ไว้ราว 1 ล้านตัว โดยจำกัดการซื้อของประชาชนต่อรายไม่เกินคนละ 10 ตัวเพื่อให้เพียงพอตลอด 4 วันจัดงาน อีกทั้งเกรงว่าจะมีการซื้อแล้วนำไปขายต่อเพื่อทำกำไรกัน นอกจากนี้ กระทรวงยังได้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส เซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ในการลดราคาเสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายไว้ทุกข์ในช่วงดังกล่าวด้วย จึงขอเชิญชวนคนไทยที่สนใจไปเลือกซื้อเลือกหาสินค้าได้ตามสถานที่ต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ ดังนั้น เชื่อว่าจะไม่ทำให้สินค้าขาดแคลนแต่หากพื้นที่ใดมีการฉวยโอกาสปรับราคาเกินควรประชาชนสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 ได้ทันที โดยโทษผู้ที่ค้าขายเกินควรจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป
เชียงราย-พะเยาร่วมแปรอักษร
ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย เป็นประธาน กล่าวนำถวายรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยมีข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่า มาร่วมพิธีหลายพันคน จากนั้นพร้อมใจกันแปรอักษรเป็นรูปหัวใจ ล้อมเลข 9 และชื่อจังหวัดเชียงราย เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระองค์จะอยู่ในใจของพสกนิกรชาวเชียงรายตลอดไป
ส่วนที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ นำกงสุลต่างประเทศในจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ พี่น้องชนเผ่าชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านม้งดอยปุย ในชุดแต่งกายชนเผ่าสวยงาม ร่วมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่แต่ละบ้านมีอยู่มาร่วมพิธีแสดงความไว้อาลัย
ขณะที่ จ.พะเยา จัดแปรอักษรคำว่า “รักพ่อ” ณ บริเวณข่วงวัฒนธรรม ริมกว๊านพะเยา แสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ จากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป ดังทั่วบริเวณ ขณะที่ผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงคะยา หรือกะเหรี่ยงแดง ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านในสอย จ.แม่ฮ่องสอน กว่า 2,000 คน ถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวในพระบรมโกศ ก่อนวางมาลัย ลงนาม จุดเทียน แสดงความไว้อาลัย
ส่วนราษฎรชาวไทยภูเขาเชื้อสายม้ง เมี่ยน ลีซอ ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เลย กว่า 1,000 คน ร่วมกันทำพิธีกรรมแสดงความไว้อาลัยตามพิธีกรรมของชาวม้ง ณ บริเวณลานอเนก ประสงค์ อบต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
ขณะที่บริเวณลานวัดหนองโพ ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ร่วมกับประชาชนต.หนองโพ และนักเรียนร.ร.หนองโพพิทยา จัดพิธีแสดงความอาลัย และสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณ จากนั้นจัดกิจกรรม “ซับน้ำตาด้วยน้ำใจกวนขี้ผึ้งสมุนไพรวัดหนองโพ” โดยจัดทำขี้ผึ้งสมุนไพร 99,999 ตลับ นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ณ ท้องสนามหลวง

พสกนิกรอีสานร่วมไว้อาลัย
ที่ห้องประชุม ชั้น 7 อาคารอำนวยการ ร.พ.อุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี นำผู้แทนโรงพยาบาลในจังหวัด ร่วมกันยืนสงบนิ่ง รวมจิตใจเป็นสมาธิ เป็นเวลา 9 นาที เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พสกนิกรชาวกาฬสินธุ์ จัดพิธีไว้อาลัยและตามรอยเสด็จเสวยพระกระยาหารที่ผาเสวย ภูพาน ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ ติดถนนทางหลวงหมายเลข 213 กิโลเมตรที่ 101-102 ซึ่งเป็นจุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เคยเสด็จฯประทับฝ่าพระบาทแรก ที่จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย. พ.ศ. 2498 หรือเมื่อ 61 ปีก่อน ขณะที่ ร.พ.ทุกแห่งในจ.กาฬสินธุ์ จัดพิธีถวายความไว้อาลัยและปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดี สานต่อพระราชปณิธานสมเด็จย่าเนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติด้วย
ส่วนนายกวีศักดิ์ เปรมนิธิวัฒน์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านปะการังแอดเวอร์ไทซิ่ง ใน จ.นครราชสีมา จัดทำสติ๊กเกอร์ข้อความว่า “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป, ๙ Always our beloved King และ ฉันเป็นคนไทยเกิดในรัชกาลที่ ๙ ” แจกให้กับประชาชนเพื่อนำไปติดที่กระจกรถ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่ ทน.ขอนแก่น มอบพระบรมฉายาลักษณ์ “ในหลวงรัชกาลที่ 9 ” จำนวน 10,000 แผ่น ให้กับประชาชนเพื่อแสดงความไว้อาลัย พร้อมกำหนดให้ทุกวันพระของต้นเดือนเป็นวันทำบุญตักบาตรของคนขอนแก่นเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่นายชูสักดิ์ ตรีสาร ผวจ.ชัยภูมิ นำพสกนิกร กว่า 2,000 คนกล่าวคำปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี ทั้งตั้งขบวนแปรอักษรเลขเก้าไทย ขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้องและยืนสงบนิ่ง 9 นาทีเพื่อถวายความไว้อาลัย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้านจ.ยโสธร จัดพิธีตักบาตรพระสงฆ์แบบย้อนยุคเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล บริเวณถนนคนเดินชุมชนเมืองเก่า 200 ปี บ้านสิงห์ท่า หน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยโสธร ส่วนพสกนิกรชาวบุรีรัมย์นับหมื่น ร่วมไว้อาลัยด้วยการแปรขบวนเป็นรูปปราสาทพนมรุ้งสัญลักษณ์จังหวัด ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.1 ส่วนที่วิทยาลัยอาชีวะสุรินทร์ เร่งระดมผลิตริบบิ้นดำ 39,990 ชิ้น แจกฟรีให้แก่ประชาชน
ชาวใต้ร่วมใจไว้อาลัย
นายซาฟีอี เจ๊ะเล๊าะ ประธานคณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยอิหม่าม คณะกรรมการ สัปบุรุษมัสยิดนารุล ฮูดา และพสกนิกรชาวไทยมุสลิม เป็นจำนวนมาก ร่วมละหมาดวันศุกร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มัสยิดนารุล ฮูดา หรือมัสยิดประจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมืองนรา ธิวาส ก่อนกล่าวว่า พสกนิกรชาวไทยมุสลิมรู้สึกเสียใจมากกับการสวรรคต แต่เชื่อว่ามุสลิมล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อยู่มิรู้ลืม ที่มัสยิดกลางนครศรีธรรม ราช ผู้นำมุสลิม 125 มัสยิดจาก 17 อำเภอ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วม 1,000 คน รวมตัวกันประกอบพิธีดุอาถวายเป็นพระราชกุศล ขณะเดียวกันอิหม่ามและสัปบุรุษประจำมัสยิดซอลาฮุดดีน ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ครั้งทรงฉายพระรูปบนแท่นแสดงธรรม “มิมบัร” เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2502 ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 42,935 บาท ซื้อที่ดินให้ชาวไทยมุสลิมในนครศรีธรรมราชร่วมกันสร้างมัสยิดแห่งนี้จนแล้วเสร็จ ชาวไทยมุสลิมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดทูนพระองค์ในฐานะองค์อัครศาสนูปถัมภกศาสนาอิสลาม และทุกศาสนาในแผ่นดินโดยแท้ ขณะที่น.ศ.วิชาทหาร มทบ.41 ออกแจกริบบิ้นดำไว้ทุกข์ แก่พี่น้องประชาชนในเมืองคอน
ขณะที่นายเอิบ พุมพันธ์ อายุ 48 ปี ชาว ต.คลองขุด จ.สตูล ซึ่งพิการขาซ้ายขาด โยกรถ 3 ล้อจากบ้าน ระยะทางประมาณ 5 ก.ม. เพื่อมาร่วมลงนามแสดงความไว้อาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสตูล ที่ห้องประชุมศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.ภาค 8 นำตำรวจในบังคับบัญชาลงนามแสดงความไว้อาลัยด้วยบรรยากาศเศร้าโศก ก่อนยืนสงบนิ่งเป็นเวลานาน 9 นาที ขณะที่นางจุฬา อินทร อายุ 78 ปี แม่ค้าขนมครก ติดป้ายแจกให้กินฟรีเป็นเวลา 3 วัน ส่วนที่มัสยิดดารุ้ลอาบีดีน ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ นำคณะกรรมการพร้อมด้วยชาวไทยมุสลิมร่วมประกอบพิธีแสดงความไว้อาลัยและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ร่วมจัดรำลึก”สมเด็จย่า”
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ต.ค. ยังตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบรอบ 116 ปี ของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี หลายจังหวัดทั่วไทยจึงร่วมกันจัดพิธีรำลึกถึงพระองค์ท่านเป็นประจำตามที่เคยปฏิบัติมา โดยที่บริเวณลานหน้าต้นตุง บนโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย นำข้าราชบริพารที่เคยถวายการรับใช้ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ตัวแทนชาวไทยภูเขาทุกชนเผ่า และชาวมอญที่เดินทางมาจาก อ.สังขะบุรี จ.กาญจนบุรี เข้าร่วมพิธีไหว้สาแม่ฟ้าหลวง ผวจ.เชียงรายกล่าวถวายราชสดุดี และถวายพานพุ่มเครื่องราชสักการะ หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ เพื่อถวายความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ส่วนโรงพยาบาลทุกแห่งใน จ.อุดรธานี จ.ร้อยเอ็ด จ.กาฬสินธุ์ จ.หนองคาย ร.พ. เพชรบุรี ร.พ.ปทุมธานี ร.พ.ฉะเชิงเทรา และอีกหลายแห่ง ก็ได้จัดงานถวายราชสดุดีฯ ก่อนที่จะมอบโล่สำหรับพยาบาลผู้มีคุณูปการต่อวิชาชีพการพยาบาล ส่วนที่แผนกทันตกรรม ร.พ.สุราษฎร์ธานี ประชาชนจำนวนมากเข้าคิวเพื่อขอรับบริการทันตสาธารณสุขฟรี ตามโครงการรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า”
สาวอ่างทองได้เข้าสักการะ
ว่าที่ร้อยโทอรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอสามโก้ จ.อ่างทอง พร้อมด้วย ร.อ.สายชล ม่วงศรี นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน ร.31พัน.1รอ. เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 41ม.3 ต.ราษฎรพัฒนา อ.สามโก้ จ.อ่างทอง เพื่อรับตัว น.ส.พยง สนโรจน์ อายุ 19 ปี อดีตเด็กนักเรียน ที่เคยเขียน ฎีกาขอพระราชทานทุนการศึกษาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ พร้อมครอบครัว เพื่อพาเข้ากราบสักการะและแสดงความไว้อาลัยที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระ บรมมหาราชวัง น.ส.พยงเผยว่า พอรู้ว่าจะได้ไปก็ร้องไห้ดีใจมากไม่คิดว่าจะมีโอกาสแบบนี้ ตนจะทำตามคำที่พ่อสอน ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
ด้านนางบุญเกื้อ สนโรจน์ อายุ 55 ปี แม่ของน.ส.พยง กล่าวว่าเมื่อวานนี้มีเจ้าหน้าที่จากทางสำนักพระราชวังเดินทางมาหา เพื่อสอบถามเรื่องราวและจะพาเข้าไปกราบสักการะ ซึ่งตนก็บอกไปว่าทางทหารและนายอำเภอสามโก้ แจ้งว่าจะพาไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังยังเปิดเผยว่า จดหมายที่ลูกสาวส่งไปในหลวงท่านทรงเปิดอ่านด้วยพระองค์เอง ทำให้ตนถึงกับน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ
ลุงหมีวีลแชร์ถึงสิงห์บุรี
นายสาธิต จันทรังษี หรือลุงหมี อายุ 55 ปี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่ปั่นวีลแชร์ออกเดินทางจากจ.พิษณุโลก เพื่อร่วมไว้อาลัย ณ พระบรมมหาราชวัง โดยออกเดินทางเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมาใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย พิษณุโลก-นครสวรรค์-ชัยนาท และ เข้าสู่ จ.สิงห์บุรี ลุงหมีบอกว่าตั้งใจจะเดินทางอย่างเงียบๆ และจะปั่นวีลแชร์ให้ถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ถ้าใกล้กรุงเทพฯ เริ่มมีรถนำมีขบวนใหญ่โต ก็คิดว่าจะปั่นวีลแชร์ไปแค่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นก็จะขึ้นรถเข้ากรุงเทพฯ เพราะตนคิดว่า ณ เวลานี้ไม่ควรมีการต้อนรับอย่างเอิกเกริก และในวันนี้ตั้งใจจะไปหยุดพักที่ จ.อ่างทอง
ส่วนทางด้านนายปาน หมื่นโยชน์ อายุ 84 ปี ชาวนา จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้พิการร่างกาย ขาสองข้างไม่มีแรง เป็นกระดูกทับเส้นประสาท มาร่วมปี นั่งรถสามล้อแบบคันโยกที่ได้รับพระราชทาน ติดพระบรมฉายาลักษณ์ มีข้อความ “ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย”และสวมเสื้อสีดำไว้ทุกข์ที่มีข้อความ “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” ออกเดินทางจากบ้านเกิด ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. เดินทางถึงจังหวัดปทุมธานีแล้ว
แม่ค้าข้าวมันไก่เมืองโอ่งแจกฟรี
ที่ร้านขายข้าวมันไก่ ของนางจริยา เพชรพิรุณ อายุ 63 ปี ริมถนนมนตรีสุริยวงศ์ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี เปิดเลี้ยงข้าวมันไก่ฟรีให้ประชาชน ถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งแต่เช้ามีประชาชนที่เป็นทั้งที่เป็นลูกค้าประจำและประชาชนผู้สูงอายุ ตลอดจนเด็กๆแวะเข้ามาต่อแถวรับข้าวมันไก่ไปรับประทานกันอย่างไม่ขาดสาย เจ้าตัวเผยยึดอาชีพขายข้าวมันไก่มากว่า 20 ปีแล้ว ทุกวันแม่ 12 ส.ค.และวันพ่อ 5 ธ.ค. จะแจกข้าวมันไก่ฟรีให้ประชาชนทั่วไปทำอย่างนี้มาหลายปีแล้ว เพราะต้องการทำความดีและเป็นการแบ่งปันในสิ่งที่เรามีให้กับคนอื่นบ้าง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จสวรรคตก็เสียใจมาก ร้องไห้ทุกวัน เพราะรักท่านมาก ก็ได้แต่ทำบุญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้พระองค์ท่านเท่านั้น
ประจวบฯรวมตัวถวายสักการะ
ดร.ทวี นริสศิริกุล ผวจ.ประจวบฯ นำประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นิสิต-นักศึกษา และประชาชนชาวจังหวัดประจวบฯทั้ง 8 อำเภอ เข้าร่วมกว่า 6,000 คน บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วยสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณยิ่ง ที่เสด็จแปรพระราชฐาน มาประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบ คีรีขันธ์ และได้ทรงงานประดุจดังพระราชวังแห่งที่สองของพระองค์ ถนนสายห้วยมงคลเข้าสู่หมู่บ้าน ในปี พ.ศ.2496 นับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการพัฒนาชนบท โครงการแรกของพระองค์ท่าน จากนั้นทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที ก่อน ผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมดร่วมลงนามและชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำริต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรี ขันธ์ ซึ่งได้จัดแสดงไว้บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติหน้าศาลากลางจังหวัด
ขณะที่นายสุรัตน์ หรือเอก คุ้มกะโทก วัย 41 ปี ชาวบ้านในชุมชนทางรถไฟ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรี ขันธ์ ผู้ป่วยด้วยโรคโปลิโอ ที่แม้จะไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเองแต่เป็นอีกคนหนึ่ง ที่มีความมุ่งมั่นโยกรถมาร่วมจุดเทียนแสดงความไว้อาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ที่หน้าวังไกลกังวล นายสุรัตน์ บอกว่า ตนรักในหลวงมาก ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นแต่ในหลวงทำงานทุกวัน ไม่รู้จะหาคำอธิบายว่าอย่างไร รู้แต่พ่อหลวงของเราทรงเหนื่อยจากการทำงานอย่างมาก มากกว่าประชาชนหลายเท่าตัว ผมรู้สึกเสียใจมากที่พระองค์เสด็จสวรรคต อยากให้พระองค์ท่านอยู่กับคนไทยไปนานเท่านาน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ตนจะเป็นคนดีและตั้งใจทำความดีเพื่อพ่อหลวง
ส่วนนางพันธุ์ลลิต และนายอุซ สวิสซิค 2 สามีภรรยา ชาวไทยและสวิตเซอร์แลนด์ ชาวปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาร่วมจุดเทียนแสดงความไว้อาลัย นายอุซ เอ่ยด้วยเสียงเศร้าว่า ตนอาศัยอยู่ในเมืองไทยมานานถึง 37 ปีเต็มแล้ว ที่ได้มาอยู่เมืองไทยด้วยความสุข แต่หลังทราบข่าวในหลวงรู้สึกเศร้ามาก ตนรักในหลวง เพราะตนเห็นภาพในหลวงทรงงานหนักมาอย่างยาวนาน เพื่อคนไทย ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
