กองปราบฯ บุกจับพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าคณะอำเภอชนแดนจ.เพชรบูรณ์ ข้อหาอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เผยเป็นเด็กสาวที่รับอุปการะดูแลตั้งแต่อยู่ ม.2 ส่งเสียจนเรียนจบ ฝากเข้าทำงานเป็นสิบตรี สังกัดค่ายทหารที่พิษณุโลก ต่อมาไปพบรักกับหนุ่มคนใหม่ จนเจ้าคณะอำเภอหึงหวง พาลูกศิษย์ลุยเคลียร์จนมีเรื่องชกต่อยอุตลุด จนชาวบ้านทราบเรื่องทนไม่ไหวต้องแจ้ง ตร. ช่วยจับ พร้อมคุมตัวสอบสวนที่กองปราบฯ ก่อนส่งให้เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์สึกมาดำเนินคดี เผยก่อนหน้านี้ก็ถูกข้อหาเงินทอนวัดด้วย ด้านเจ้าคณะอำเภอยันถูกกลั่นแกล้ง ด้วยข้อกล่าวหาเมื่อสิบปีก่อน ยันเป็นเด็กมาคอยดูแลทำความสะอาดเท่านั้น
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 29 พ.ย. พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รอง ผกก.4 บก.ป. ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย นำหมายจับศาลอาญาไปที่วัดลาดแค ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ควบคุมตัวพระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมแจ้งข้อหา ?กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม? ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 ทั้งนี้ เหตุที่ศาลออกหมายจับเนื่องจากเกรงว่าพระครูกิตติพัชรคุณจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จากนั้นควบคุมตัวไปยังกองกำกับการ 4 กรุงเทพฯ เพื่อนิมนต์ให้ลาสิกขา และสอบสวนเพิ่มเติม
นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังตรวจค้นภายในกุฏิของพระครูกิตติพัชรคุณ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่ในส่วนของที่พักของนายพรประวิตร ฤทธาเทวา อายุ 38 ปี ลูกศิษย์คนใกล้ชิดที่ปลูกอยู่ใกล้กันพบซองปืน 4 ซอง แม็กกาซีน 2 แม็ก กระสุนปืนกว่า 50 นัด จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งข้อหามีกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จากนั้นนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ดงขุย อ.ชนแดน
พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าวว่า คดีนี้มีชาวบ้านใน ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ร้องเรียนว่า พระครูกิตติพัชรคุณมีพฤติกรรมชู้สาวกับ ส.ต.หญิงเอ (นามสมมติ) ซึ่งประจำอยู่ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก จึงสืบสวนจนทราบว่า ก่อนหน้านี้ส.ต.หญิงเอมีฐานะทางบ้านยากจน พ่อและแม่จึงนำมาฝากให้พระครูกิตติพัชรคุณช่วยเหลือ ส่งค่าเล่าเรียนมาตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 2 สอดรับกับข้อมูลจากพยานว่าเคยพบเห็นส.ต.หญิงเอเข้าไปหาพระครู ที่กุฏิวัดในเวลากลางคืนอยู่บ่อยๆ ภายหลังเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วทางพระครูยังได้ฝากให้เข้ารับราชการทหาร เนื่องจากมีความสนิทสนมกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่หลายนาย
พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าวต่อว่า ต่อมาเมื่อส.ต.หญิงเอไปประจำการอยู่ที่ค่ายทหาร จ.พิษณุโลก ก็ไปพบรักกับชายหนุ่มคนใหม่ เมื่อทางพระครูทราบเรื่องก็เกิดความหึงหวง ก่อนเดินทางไปพร้อมกับลูกศิษย์คนสนิทอีก 7 คน เพื่อไปหาส.ต.หญิงเอ จนเกิดเรื่องชกต่อยทะเลาะวิวาทกับชายหนุ่มคนใหม่ จนทำให้ทั้งสองเลิกรากันไป ซึ่งเมื่อไม่นานนี้ก็ทราบว่าส.ต.หญิงเอได้ไปหมั้นหมายกับหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี เพราะตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว โดยมีการจัดงานห่างจากวัดลาดแคไปแค่เพียง 300 เมตร ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของชาวบ้านว่าเป็นการจัดฉากกันหรือไม่ และยังสงสัยอีกว่าเด็กอาจเป็นลูกของพระครูก็เป็นได้
พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าวอีกว่า นอกจากพฤติกรรมชู้สาวแล้วยังเป็นที่รู้กันดีว่าพระครูมักจะอ้างตัวว่ารู้จักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง สามารถฝากเข้าทำงานราชการได้ ซึ่งจากการเข้าตรวจค้นบริเวณโดยรอบกุฏิของพระครูยังพบกลุ่มชายฉกรรจ์ แต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร พกอาวุธปืนคอยคุ้มกันตลอดเวลา โดยยังพบอีกด้วยว่ามีพฤติกรรมไม่ออกมาทำกิจของสงฆ์ ชอบเก็บตัวอยู่ในกุฏิ รวมทั้งชอบออกจากวัดในเวลากลางคืนเป็นประจำ เบื้องต้นสอบสวนพระครูกิตติพัชรคุณให้การปฏิเสธ โดยกล่าวสั้นๆ เพียงว่าตนถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นนานมาแล้วจำไม่ได้ ส่วนการที่ต้องมีเด็กผู้หญิงคอยเข้ามาภายในกุฏินั้นก็เพื่อให้เข้ามาทำความสะอาด และทุกครั้งที่เข้ามาก็ไม่ได้เข้ามาเพียงลำพังคนเดียวแต่เข้ามาพร้อมกันหลายคน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝงแต่อย่างใด
พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าวต่ออีกว่า หลังจากนี้ก็จะสอบสวนพระครูกิตติพัชรคุณอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยวันที่ 30 พ.ย.ก็จะนำตัวไปที่วัดลาดแค เพื่อให้เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นผู้ทำพิธีสึก หากตัวพระครูไม่ยินยอมสึกก็จะนำตัวกลับมาส่งศาลอาญา เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาต่อไป
ด้านพ.ต.ท.เพชรชุมพร ศรีวะรมย์ รอง ผกก.4 บก.ปปป. กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดของพระครูกิตติพัชรคุณ ว่า หลังจากที่ ปปง.มากล่าวโทษร้องทุกข์พระครูกิตติพัชคุณ ปปป.จึงดำเนินการสืบสวนสอบ สวนเส้นทางการเงินและเชื่อว่าลูกศิษย์และคนใกล้ชิดบางคนมีส่วนเกี่ยวข้อง วันนี้จึงได้มาเชิญตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ก็จะดำเนินการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของพระครูกิตติพัชรคุณ หากมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ด้านพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าคณะอำเภอชนแดน กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อนตนไปกระทำอนาจารกับเด็กผู้หญิงซึ่งตนก็ไม่รู้เรื่องนี้เลย รวมทั้งชาวบ้านก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนผู้ที่ไปร้องเรียนตนเองนั้นเป็นการกลั่นแกล้งจากฝ่ายตรงข้ามเพราะไม่ถูกกัน ซึ่งจริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่น่าจะมาสอบถามตนเองก่อนว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามก็คงต้องให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งตนก็เชื่อในความยุติธรรมและความถูกต้อง