สธ.เผยฉีดไฟเซอร์บุคลการด่านหน้าแล้ว 5.7 หมื่นโดส พบอาการปวด บวม ร้อน ไข้ ไม่มีอาการรุนแรง ยังไม่พบอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ชี้ถึงพบก็รักษาได้ จากข้อมูลสหรัฐฯ พบเกิดในผู้ชายอายุน้อยมากกว่า ไม่มีผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ช่วงวันที่ 4-7 ส.ค. รวม 5.7 หมื่นโดส เมื่อวานฉีดเพิ่มขึ้น 1.1 หมื่นโดส ซึ่งการฉีดบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าก่อน เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยง มีการสัมผัสผู้ป่วย และยังมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งการฉีดไฟเซอร์เป็นชนิด mRNA ที่เราไม่เคยฉีดมาก่อน จึงต้องมีการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ ก่อนนำมาฉีดผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีสุขภาพแข็งแรงน้อยกว่า ซึ่งจากการฉีดช่วงวันที่ 4-7 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่พบว่ามีอาการปวด บวม ร้อน มีไข้เล็กน้อย ไม่ได้รุนแรงมาก ยังไม่พบอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ที่มีรายงานในต่างประเทศ ซึ่งตอนวิจัยไม่พบ แต่เมื่อฉีดไปแล้วจำนวนมากจึงมาเจอภายหลัง เช่นเดียวกับกรณีลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดในแอสตร้าเซนเนก้า ถือเป็นภาวะไม่พึงประสงค์ที่พบน้อยมาก

นพ.โสภณกล่าวว่า สหรัฐอเมริกามีการเก็บข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน mRNA ทั้งไฟเซอร์และโมเดอร์นา พบว่า เจออาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ 1,226 ราย จากการฉีด 300 ล้านโดส คิดเป็น 4 ในล้านราย ส่วนใหญ่พบในผู้อายุน้อยกว่า 30 ปี มีอาการหลังรับวัคซีน 5 วัน พบในเข็มสองมากกว่าเข็มแรก โดยมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่ค่อยสะดวก ใจสั่น แต่ไม่มีเสียชีวิต เพราะมีการเฝ้าระวังและรักษาทัน

ทั้งนี้ โรคดังกล่าวสามารถพบได้ในภาวะปกติแม้ไม่ฉีดวัคซีน แต่พบว่าคนอายุน้อยฉีดวัคซีนแล้วมีอาการมากกว่าปกติที่คาดไว้ เช่น ผู้หญิงอายุ 12-17 ปี ไม่ควรเจอเกิน 2 ราย แต่พบถึง 19 ราย ผู้หญิงอายุ 18-24 ปี ไม่ควรเจอเกิน 6 ราย แต่พบถึง 23 ราย ผู้หญิงอายุ 25-29 ปี ไม่ควรเกิน 5 ราย แต่พบ 7 ราย ส่วนผู้ชายอายุ 12-17 ปี ไม่ควรเจอเกิน 4 ราย พบมากถึง 128 ราย ผู้ชายอายุ 18-24 ปี ไม่เควรเจอเกิน 8 ราย พบมากถึง 219 ราย ผู้ชายอายุ 25-29 ปี ไม่ควรเจอเกิน 7 ราย พบ 59 ราย เป็นต้น ที่ผู้ชายเป็นเยอะ อาจเพราะฉีดแล้วไปออกกำลังกาย สิงคโปร์จึงมีคำแนะนำว่าฉีดแล้วอย่าเพิ่งไปออกกำลังกาย

“หลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์จึงต้องมีการติดตามอาการ คือ หลังฉีด 30 นาที 1 วัน 7 วัน และ 30 วัน สำหรับกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีโรคเรื้อรัง เช่น หัวใจ ไต อ้วน เบาหวาน มะเร็ง การฉีดวัคซีนเราจะประเมินเด็กก่อนว่าอยู่ในภาวะพร้อมรับวัคซีนหรือไม่ และติดตามอาการหลังฉีดเช่นกัน โดยรายงานผ่านระบบหมอพร้อม ซึ่งเด็กวัยนี้ใช้แอปพลิเคชันได้ แต่ถ้าไม่ได้ให้ผู้ปกครองช่วย ทั้งนี้ หากฉีดแล้วมีอาการให้รีบกลับมา รพ. จะดูแลรักษาตามอาการ บางรายให้สเตียรอยด์ อยู่ในการดูแลของแพทย์โรคหัวใจ ซึ่งที่สหรัฐฯ ไม่มีใครเสียชีวิต เพราะดูแลรักษาได้ ถือว่าประโยชน์จากการฉีดวัคซีนมีมากกว่า” นพ.โสภณกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน