“พระองค์ท่านทรงเป็นคนไข้ที่ดีและอดทน” อดีตหัวหน้าคณะแพทย์ถวายการรักษาเปิดใจ

ภาพเมื่อปี 2554 ที่ รพ.ศิริราช

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่ตึกสยามินทร์ รพ.ศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อดีตหัวหน้าคณะแพทย์ที่ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ข่าวสด” โดยกล่าวถึงการถวายงานรับใช้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ตนได้ถวายการรักษาใกล้ชิดจริง เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในปี พ.ศ.2549 ตอนนั้นเป็นหัวหน้าภาควิชาโรคกระดูก และพระองค์ท่านทรงพระประชวรด้วยโรคปวดหลัง ซึ่งได้ถวายการรักษาโดยการผ่าตัด ด้วยแพทย์ชาวต่างประเทศ และคณะแพทย์ศิริราชได้ถวายการรักษาด้วยจนพระองค์ท่านหายเป็นปกติและเสด็จพระราชดำนเนินกลับ

 

กระทั่งปี พ.ศ.2550 ตนดำรงตำแหน่งคณบดี ไม่ถึงปี พระองค์ท่านทรงพระประชวรอีกครั้ง ด้วยโรคปอดอักเสบ คนสูงอายุเมื่อปอดอักเสบ ถือว่าอันตรายและค่อนข้างหนัก ตอนนั้นพระองค์เสด็จเข้ามา เมื่อเวลา 00.00 น. ตนกำลังออกโทรทัศน์รายการวันมหิดลอยู่เป็น จึงรีบตั้งคณะแพทย์ประมาณ 20 คน มาถวายการรักษาให้พระองค์ท่าน โดยที่ตนในฐานะเป็นคณบดี จึงเป็นหัวหน้าแพทย์ที่ถวายการรักษา

hqdefault

สิ่งที่ประทับใจสำหรับพระองค์คงเป็นทุกเรื่อง แต่ในฐานะหมอ คงเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นคนไข้ที่ดีและทรงอดทนเป็นอย่างสูง ช่วงเวลาที่พระองค์ท่านทรงพระประชวร ทรงเป็นคนไข้ที่ดีมาก ทรงปฏิบัติตามการรักษาของคณะแพทย์โดยเคร่งครัด และทรงมีความอดทนเป็นอย่างยิ่ง นอนอยู่บนเตียง ให้น้ำเกลือและให้ยา เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูง และเมื่อทรงพระอาการดีขึ้น ก็ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย โดยการกายภาพบำบัด จากนอนเป็นนั่ง จากนั่งเป็นนั่งขอบเตียง จากนั้นเป็นยืน ทรงเดิน ทรงเสด็จราชดำเนิน และทรงจักรยานอยู่กับที่ พระองค์ทรงพยายามอย่างมาก จนร่างกายฟื้นฟูได้เป็นอย่างดี พอเริ่มหายจากอาการประชวรพระองค์ท่านก็ทรงงานเลย โดยทราบข่าวสารและความเป็นไปของบ้านเมือง จากการทอดพระเนตรหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ โทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต เมื่อทรงพระอาการดีขึ้น ก็จะทรงเสด็จลงมาจากห้องประทับทันที และเมื่อเสด็จลงมาด้วยพระราชประสงค์ วันรุ่งขึ้นสถานการณ์บ้านเมืองจะดีขึ้นทันตาอย่างที่เราเห็นกัน

14211630961421163140l

“โดยเมื่อครั้งเสด็จลงมาจากห้องประทับ ก็จะมาให้ประชาชนเข้าเฝ้ารับเสด็จอยู่เสมอ ส่วนเหตุผลที่พระองค์ท่านเสด็จมาที่ท่าน้ำ หรือบนดาดฟ้าเสมอ เพราะพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระราชประสงค์ทอดพระเนตรน้ำ ซึ่งช่วงนั้นก่อนเกิดน้ำท่วม 2 เดือน แต่ด้วยสายพระเนตรและความห่วงใย จึงสั่งตนให้รายงานสถานการณ์น้ำ ด้วยวาจาและรายงาน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชุมและรายงานต่อพระองค์ทุกวัน โดยที่ขณะนั้นพระองค์ยังไม่หายพระประชวร ซึ่งระหว่างนั้น คณะแพทย์ก็จะทำตามพระราชประสงค์เมื่อเห็นว่าพระอาการดีขึ้น เช่น พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์อยากเสด็จขึ้นไปบนดาดฟ้า

 

พระองค์จะทอดพระเนตรเห็นการจราจร และเห็นว่าการจราจรฝั่งธนมีปัญหา พระองค์ก็มีพระราชประสงค์ต้องการแก้ปัญหาการจราจร มีการถวายแผนที่และจัดประชุม เมื่อจัดประชุมพระองค์ก็เสด็จลงมาที่ห้องประชุมชั้น 14 มีพระราชวินิจฉัย ให้แก้ปัญหาบริเวณบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรีทั้งหมด 8 โครงการ ซึ่งอีก 5-6 ปี ข้างหน้าน่าจะสำเร็จ เช่น การขยายสะพานอรุณอัมรินทร์ สะพานลอยฟ้าข้ามหอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งทรงให้ตนไปคุยกับผู้บัญชาการกองทัพเรือว่าจะจัดการอย่างไร และหลังจากประชุมทรงมีรับสั่งเสมอว่า “จะทำอะไรก็แล้วแต่ อย่าให้เดือดร้อนประชาชน” ทรงเป็นห่วงประชาชนเสมอ การทำงานที่ผ่านมา ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของผม ซึ่งถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น “ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าว

s__3956958
เมื่อถามว่าเมื่อทรงพระราชดำเนินลงไปบริเวณด้านล่างของโรงพยาบาลที่มีประชาชนรออยู่ท่านจะมีความแจ่มใสขึ้นนั้น ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าว แน่นอนไม่ว่าเป็นการเปล่งเสียงทรงพระเจริญ การนำดอกไม้ หรือ เงิน มาถวาย พระพักตร์ของพระองค์จะแจ่มใสขึ้น ซึ่งกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับผู้ป่วยทุกคน ซึ่งแปลว่าประชาชนเป็นกำลังใจที่สำคัญ สำหรับเงินที่ประชาชนนำมาถวาย ได้นำมาเข้าศิริราชมูลนิธิ และนำมาใช้สำหรับอาคารเฉลิมพระเกียรติ สร้างห้องเอ็มอาร์ไอ ถวายแด่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ส่วนดอกไม้ที่นำมาถวาย พระองค์ท่านทรงมอบให้แก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาล

 

“ผมได้มีโอกาสเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ชั้นประถม เพราะแม่เป็นครู พระองค์ท่านเสด็จมาวัดพระแก้วพอดี ผมไปนั่งพับเพียบอยู่ที่บันไดทางลง และได้กราบพระบาท สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ตอนได้ตำแหน่งคณบดี และได้เข้าเฝ้าเป็นคณบดีคนใหม่ พระองค์ท่านทรงตรัสว่า เป็นนักเรียนใหม่ตั้งใจทำงานนะ ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ผมก็เป็นนักเรียนใหม่ทุกวัน ต้องหาความรู้เพิ่มเติม และพัฒนาตนเองตลอดเวลา ตั้งใจทำงาน หวังว่าทุกคนที่ได้รับฟังพระราชกระแสจะเป็นนักเรียนใหม่ ที่ตั้งใจทำงานอยู่เสมอ และแค่นั้นยังไม่พอต้องสร้าง ต้องทำความดีถวายพระองค์ท่านด้วย เพราะพระองค์ท่านอยู่ในใจเราเสมอ”ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวอย่างภูมิใจ

บทความก่อนหน้านี้จับชาวบ้าน20คนเก็บเห็ดโคนในป่าห้วยขาแข้ง รับแค่หารายได้ช่วงพืชไร่ตกต่ำ
บทความถัดไป“พลอย-เฌอมาลย์”ของขึ้น!! ด่ากราด”ป้าเพ็ญ”โพสต์จาบจ้วง น่าเกิดเป็นแบคทีเรีย