ศปถ.สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วันรวม 2,380 ครั้ง เสียชีวิต 239 ราย บาดเจ็บรวม 2,500 คน สลดด.ญ.วัย 14 พยายามปีนห้องลงมา หลังแม่ไม่อนุญาตให้ออกไปเคานต์ดาวน์เพราะห่วงความปลอดภัย สุดท้ายตกตึกดับ ทั่วประเทศทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลเริ่มต้นปีใหม่ แหล่งท่องเที่ยวทุกภาคนักท่องเที่ยวฉลองเนืองแน่น แห่รอชมแสงอาทิตย์แรกของปี ประจวบฯวัดห้วยมงคล ประชาชนต่อแถวยาวรอรับเหรียญหลวงพ่อทวด เจ้าอาวาสนำแจกทุกปีกว่าหมื่นองค์ ส่วนที่ศรีสะเกษ วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ พระภิกษุชาวกัมพูชานำคณะร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี2ภาษา เชียงใหม่ทำบุญเดือน4เป็ง ตานข้าวใหม่ ผิงไฟพระเจ้า ห่มผ้าพระธาตุ จุดชมวิวลานวัดพระธาตุดอยสุเทพแน่น นักท่องเที่ยวรอชมดวงอาทิตย์ขึ้น ภูชี้ฟ้า พิษณุโลก รวมถึงอัยเยอร์เวง เบตง ก็แน่น

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 ม.ค. ร.ต.อ.ชญาสิทธิ์ พามา รองสว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุหญิงพลัดตกจากที่สูงบริเวณด้านหลังอาคารที่พักนายทหารสัญญาบัตร 3 ถนนเดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อนเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์เวร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังอาคารซึ่งเป็นทางเดินเท้า พบศพเด็กหญิงวัยรุ่นหน้าตาดี สวมเสื้อวอร์มและกางเกงวอร์มสีเลือดหมู ในกระเป๋ากางเกงพบกระเป๋าเงินและลิปสติก ทราบชื่อภายหลัง ด.ญ.เอ(นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนย่านดอนเมือง ตรวจสอบตามร่างกายมีบาดแผลบริเวณลำคอ คอหัก แขนขาหักผิดรูป

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ด.ญ.เอซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ชั้น 9 ของอาคารดังกล่าว โดยอยู่กับมารดาและยาย ส่วนพ่อซึ่งเป็นทหารอากาศเดินทางไปต่างจังหวัด ด.ญ.เอได้ขออนุญาตมารดาออกไปเที่ยวงานปีใหม่ไปเคานต์ดาวน์กับเพื่อน แต่แม่ไม่อนุญาต เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากเป็นเวลาดึกแล้ว ทำให้ด.ญ.เอไม่พอใจ เข้าไปเก็บตัวและล็อกห้องอยู่ตามลำพัง จนกระทั่งเช้ามืดมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว

จากการตรวจสอบและรวบรวมพยาน หลักฐานในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะพยายามปีนข้ามกำแพงจากห้องตัวเองที่อยู่ด้านหลังติดระเบียงไปยังห้องข้างเคียงที่อยู่ติดกัน แต่เสียหลักพลัดตกลงมา เพราะจากการแต่งกายและข้าวของที่เตรียมไป คาดว่าผู้ตายต้องการจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน เมื่อแม่ไม่อนุญาตจึงพยายามปีนห้องออกไป โดยที่แม่และยายซึ่งนอนอยู่ด้านนอกไม่ได้ยินและไม่รู้แต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ส่งศพให้นิติเวช ร.พ.ภูมิพล ชันสูตร ก่อนมอบให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ประจวบฯแจกเหรียญหลวงพ่อทวด

วันที่ 1 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระครูประภัสสร วรพินิจ เจ้าอาวาสได้จัดแจกวัตถุมงคลเป็นเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นใบมะขาม จำนวนกว่าหมื่นองค์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมายืนเข้าแถวรอรับวัตถุมงคลเป็นจำนวนมาก

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงสุดคึกคัก

เวลา 05.30 น. วันเดียวกัน ที่แหล่งท่องเที่ยวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา นายอารี หนูชูสุข ปลัด อบต.อัยเยอร์เวง เปิดเผยว่า ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติชื่นชอบเดินทางมาสัมผัสอากาศเย็นและชมทะเลหมอกในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และช่วงเทศกาลต่างๆ ของไทย รวมถึงช่วงหยุดเทศกาลปีใหม่นี้ทำให้ที่พัก ร้านอาหาร บรรยากาศในพื้นที่คึกคักเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพิชิตยอดเขาฆูนุงซิลิปัต(ฆูนุงสาลี) ที่ต้องเดินป่าขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อชมทะเลหมอกในมุมมองกว้าง 360 องศา ก็ไม่ผิดหวัง แม้จะมีฝนตกโปรยปราย เพราะอากาศช่วงเช้ากำลังเย็นสบายไม่ถึงกับหนาว อุณหภูมิเพียง 23 องศาเซลเซียส และหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นไม่เกิน 9 โมงเช้าทะเลหมอกก็จะค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้แต่เพียงผืนป่าบาลา-ฮาลาอันอุดมสมบูรณ์ขนาดใหญ่

ด้านนายแวมะยูโซะ ตุสาตู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวงเปิดเผยว่า ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงอยู่ในเขตพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ กิโลเมตรที่ 32 มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต เปิดให้นักท่องเที่ยวไปเต็มอิ่มกับการชมทะเลหมอกแบบหนาๆ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และอีกหนึ่งจุดชมวิวไฮไลต์คือบริเวณยอดเขาฆูนุงซิลิปัตที่ต้องเดินป่าขึ้นไปชมทะเลหมอกแบบอันซีนไทยแลนด์เลยก็ว่าได้

ขอนแก่นจัดเคานต์ดาวน์มงคล

เวลา 00.00 น. วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเวทีกลาง ถ.ศรีจันทร์ บริเวณ สี่แยกประตูเมืองตัดกับถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานขอนแก่นเคานต์ดาวน์ 2018 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นาย ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายก อบจ.ขอนแก่น และโตโน่ ภาคิน ดารานักแสดงชื่อดังชาวขอนแก่น นำนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ 152,478 คน ร่วมกันนับถอยหลังสู่ปีพ.ศ.2561 พร้อมกับจุดพลุเฉลิมฉลอง 3,913 นัด ขณะเดียวกันเทศบาลได้แจกน้ำมนต์ให้กับผู้ที่มาร่วมงานนำกลับไปไว้ที่บ้านเป็นสิริมงคลด้วย

ส่วนที่พระมหาธาตุ 9 ชั้น วัดหนองแวงพระอารามหลวง เทศบาลนครขอนแก่น สถานที่จัดกิจกรรมเคานต์ดาวน์มงคล สวดมนต์ข้ามปี 2561 และเจริญจิตตภาวนาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ชาวขอนแก่นจำนวนมากได้พร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งยังเป็นการเสริมความเป็นสิริมงคล โดยได้กราบบูชาพระบรมสารีริกธาตุด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมเคานต์ดาวน์มงคล สวดมนต์ข้ามปี 2561 จังหวัดได้นิมนต์พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ ร่วมแสดงธรรมเทศนา สมาทานศีล และเจริญจิตตภาวนา พร้อมกับพุทธศาสนิกชน โดยกำหนดให้มีวัดจัดกิจกรรมใน 26 อำเภอ รวมกว่า 1,000 วัด มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 420,000 คน

เขาใหญ่ 8 พันคนเคานต์ดาวน์

ส่วนที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานฯ เป็นประธานงานนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ที่เวทีลานกางเต็นท์สำรองเฮลิคอปเตอร์ หรือเขาร่ม ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขึ้นไป พักกางเต็นท์จนเต็มแน่นทุกลาน ได้แก่ ลานลำตะคอง, ลานผากล้วยไม้ และลานเขาร่ม

นายวิชัยกล่าวว่า นักท่องเที่ยวขึ้นมาพักผ่อนมากกว่า 8,000 คน โดยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จัดกิจกรรมคืนความสุข ประกอบด้วย การจัดสวดมนต์ข้ามปี และจัดเคานต์ดาวน์เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสุขในช่วงปีใหม่

ภูชี้ฟ้านักท่องเที่ยวรอแสงแรกปีใหม่

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ภูชี้ฟ้า ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปชมทะเลหมอกและแสงอาทิตย์ครั้งแรกในปีใหม่ 2561 หลังการร่วมกันนับถอยหลังหรือเคานต์ดาวน์ในคืนที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวได้พักอยู่ด้านล่างและขึ้นรถบริการไปยังยอดเขา ราคาค่าโดยสาร 30 บาท หรือเดินขึ้นไปเอง เพราะไม่อนุญาตให้นำรถไปยังบริเวณลานหน้าภูชี้ฟ้าเพื่อความปลอดภัย ขณะที่อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยและหลายพื้นที่ของจ.เชียงรายมีฝนตก ทำให้อุณหภูมิที่ภูชี้ฟ้าในช่วงเช้าอยู่ที่ประมาณ 12 องศาเซลเซียส ซึ่งนักท่องเที่ยวก็ไม่ผิดหวัง ได้ชมทะเลหมอกสวยงามและพระอาทิตย์ค่อยๆ ทอแสงแรกในวันปีใหม่สมใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศ เคานต์ดาวน์ที่หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.บรรพปราการ อ.เมือง เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยประชาชนร่วมนับถอยหลังไปกับการจับเวลาด้วยหอนาฬิกาที่ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย

แห่ชมซากุระภูลมโลพิษณุโลก

ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศต้อนรับปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคักด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขึ้นไปกางเต็นท์สัมผัสอากาศหนาว ชื่นชมธรรมชาติ โดยเฉพาะที่ ภูลมโล ยอดเขาสูง 1,700 เมตร ใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้บริการรถนำเที่ยวของชมรมท่องเที่ยวชุมชนเนินเพิ่มขึ้นไปชมดอกซากุระเมืองไทย หรือดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่กำลังเริ่มบานสะพรั่ง สีชมพู ขาว สวยงาม ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นลมพัดแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ดอกซากุระเมืองไทยที่ภูลมโลขณะนี้บานสะพรั่งในบางแปลง แต่ยังไม่บานเต็มที่ครบทุกแปลง อุทยานคาดว่าจะบานเต็มที่ในช่วงสัปดาห์ที่สอง หรือกลางเดือนม.ค. ซึ่งก็ได้เริ่มมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมจำนวนมากแล้ว ขณะที่จังหวัดพิษณุโลกโดยสมาพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ เตรียมจัดกิจกรรมชมซากุระเมืองไทยบานที่ ภูลมโล บนเนื้อที่ 2,000 ไร่ ในวันที่ 14-15 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ การไปเที่ยวชมซากุระเมืองไทยบานบนภูลมโล อุทยานไม่อนุญาตให้นำ รถยนต์ส่วนตัวเข้าไป เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและลดปัญหาการจราจรแออัด แต่มีการบริการนำเที่ยวโดยชุมชน โดยชมรมท่องเที่ยวชุมชนเนินเพิ่ม มีจุดบริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวขึ้นภูลมโลบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และบริเวณบ้านใหม่ร่องกล้า ปากทางเข้าสู่ภูลมโล คิดค่าบริการคันละ 1,000 บาท นั่งได้ 10 คน ขณะที่ชมรมนำเที่ยวตำบลกกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวใช้บริการรถนำเที่ยวขึ้นภูลมโลได้

ภิกษุกัมพูชาร่วมพิธีศรีสะเกษ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ วายาโม เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พร้อมด้วยนายอรรถพล อรรคบุตร นายอำเภอภูสิงห์ นางกัลยาณี ธรรมจารย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ นำพุทธศาสนิกประกอบพิธีสวดมนต์ข้ามปีอาเซียนไทย-กัมพูชาร่วมกับชาวพุทธกัมพูชา นำโดย พระครูจันโต บุญวุฒิทา รองเจ้าคณะอำเภออัลลองเวง และพระครูรัตนัป ปัญโญ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมทอ อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย และนาง ณ กมล รองนายอำเภออัลลองเวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนทั้ง 2 ประเทศร่วมกันสวดมนต์เบื้องหน้ามณฑปหลวงปู่สรวง พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเป็นการเจริญพระพุทธมนต์ข้ามปี 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษากัมพูชา ซึ่งหลังจากที่ได้ร่วมกันสวดมนต์จนข้ามปีแล้ว พระครูโกศล สิกขกิจได้นำชาวพุทธทั้ง 2 ชาติ จำนวนกว่า 5,000 คน ร่วมกันจุดเทียนเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง ร.9 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10

ลำปางสวดมนต์ข้ามปีคึกคัก

ที่จ.ลำปาง วัดเชียงราย อ.เมือง พระปลัดสมโภชน์ ฐิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดเชียงรายนำพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์สวดมนต์ข้ามปี ในโครงการส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ วิถีธรรม ส่วนที่วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม อ.เมือง นายสุรพล บุรินทราพันธุ์ รอง ผวจ.ลำปาง เป็นประธานในพิธีสวดมนต์ข้ามปีฝ่ายฆราวาส พระครูสิริรัตนโสภิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำประชาชนร่วมสวดมนต์ข้ามปีเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2561 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนลด ละ เลิกอบายมุขทั้งปวง สมาทานศีล สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ ปีใหม่ 2561 ซึ่งจะเป็นมงคลชีวิตแก่ตนเอง ครอบครัวและสังคม และที่วัดพระธาตุเจดีย์ซาวหลัง อ.เมือง นายศรีโรจน์ นิมมาน พัชรินทร์ รอง ผวจ.ลำปาง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมสวดมนต์ข้ามปีพร้อมกับชาวลำปาง โดยมีพระราชจินดานายก เจ้าคณะจังหวัดลำปาง และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเจดีย์ซาว เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นอกจากนี้วัดต่างๆ ใน จ.ลำปาง ทั้ง 13 อำเภอ จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีด้วยเช่นกัน

เชียงใหม่ ได้ร่วมพิธีเดือนสี่เป็ง

เวลา 09.00 น.วันเดียวกัน นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ที่ดอย อินทนนท์นักท่องเที่ยวพากันขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาวและชมธรรมชาติกันอย่างคึกคัก ที่พักกางเต็นท์เต็มหมด ขณะที่ท้องฟ้าปิด อุณหภูมิยอดดอย 7 องศา ส่วนที่กิ่วแม่ปาน 8 องศา รวมมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 จำนวน 12,720 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจราจรใน จ.เชียงใหม่ คับคั่งอย่างมาก นักท่องเที่ยวพากันขึ้นดอย ทั้งดอยสุเทพ ดอยคำ ดอยม่อนแจ่ม ดอยผ้าห่มปก ดอยหลวงเชียงดาว ดอยอ่างขาง รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้การจราจร ในจุดที่จะเข้าแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ หนาแน่นอย่างมาก

ส่วนที่ลานชมวิววัดพระธาตุดอยสุเทพ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมากมายืนชมความงามของทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ยามรุ่งอรุณ พร้อมกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และนอกจากจะเป็นวันขึ้นปีใหม่ ยังตรงกับวันพระเดือน 4 เหนือ ซึ่งชาวล้านนาเรียกเดือน 4 เป็ง ดังคำโบราณว่า “เดือนสี่ ตานข้าวใหม่ ผิงไฟพระเจ้า เผาข้าวหลาม ตานหลัว” คือห่มผ้าพระธาตุเดือน 4 ขึ้น 15 ค่ำ หรือเรียกว่าเดือน 4 เป็ง เป็นประเพณีตานข้าวใหม่และตานข้าวจี่ ข้าวหลามซึ่งชาวล้านนาได้ถือปฏิบัติเป็นประเพณีมาจนถึงทุกวันนี้ โดยประเพณีตานข้าวใหม่คือการนำข้าวเปลือกข้าวสารใหม่ ข้าวหลาม ข้าวจี่ ข้าวต้ม ขนมจ๊อก อาหาร น้ำตาล น้ำอ้อยไปใส่บาตร และพิธีบูชากองหลัวถวายเป็นพุทธบูชา คือการไปตัดเอาไม้จี่ ยาวบ้างสั้นบ้างมาก่อเป็นกองหลัวทำเป็นเจดีย์แล้วจุดบูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น นาย ปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ นำประชาชนและข้าราชการสวดมนต์ข้ามปี โดยจังหวัดเชียงใหม่กำหนด 6 วัดหลัก ประกอบด้วย วัดเจ็ดยอด วัดศรีโสดา วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดเจดีย์หลวง รวมทั้งวัดศรีสุพรรณ อ.เมืองเชียงใหม่ นำประชาชนสวดมนต์ข้ามปีด้วย

ตร.สรุปก่อนสิ้นสุดเทศกาล

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า สถิติอุบัติเหตุจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 28-31 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุมากกว่า 2,300 ราย เสียชีวิตมากกว่า 230 ราย บาดเจ็บมากกว่า 2,500 ราย อัตราการเกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิตและบาดเจ็บ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมีอัตราส่วนลดลงอย่างมาก ถือเป็นตัวชี้วัดที่ดีของการร่วมกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางท้องถนนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้เฝ้าติดตามและสั่งการ

รองโฆษกตร. กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามช่วงที่พี่น้องประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนามุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ การจราจรมีความหนาแน่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้กำชับให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะด้านการจราจร จึงประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ขับขี่รถขณะเมาสุรา ไม่ขับขี่รถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ฝ่าฝืนสัญญาณไฟหรือเครื่องหมายจราจร ไม่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับขี่รถ และคาดเข็มขัดนิรภัย หรือสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 มีประชาชนให้เข้าร่วมโครงการ 8,791 หลัง ซึ่งมากกว่าห้วงเดียวกันของปี 2560 จำนวน 2,626 หลัง หรือคิดเป็น 42.6% ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการและกำชับการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและภาคประชาชน และยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรมด้วย

นักเที่ยวเกาะตราดทยอยกลับ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีเดินรถโดยสารประจำทางจ.ตราด อ.เมือง จ.ตราด จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มหนาแน่นมากขึ้น พร้อมกับที่บริษัทรถโดยสารต่างๆ เพิ่มจำนวนรถบริการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางกลับ โดยนักท่องเที่ยวจากเกาะช้างและเกาะกูดเริ่มทยอยเดินทางกลับเป็นบางส่วนแล้วเนื่องจากเกรงว่าหากเดินทางในวันที่ 2 ม.ค. จะมีความแออัด โดยเฉพาะการลงเรือเฟอร์รี่ที่อาจจะต้องใช้เวลานานในการรอคิว

สระแก้วเผยเส้นทางกลับ

เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถจากภาคอีสานได้ทยอยเดินทางมายังกทม.แล้ว ทำให้ถนนสายบุรีรัมย์-สระแก้ว ผ่านเขาช่องตะโก ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว รถเริ่มหนาแน่นขึ้นทุกขณะ แต่ยังเคลื่อนตัวได้ดี อย่างไรก็ตามคาดว่ารถน่าจะเริ่มติดขัดในช่วงกลางคืน เนื่องจากเส้นเขาช่องตะกิ่วจะปิดในเวลา 18.00 น. รถจะต้องหันมาใช้ช่องทางช่องตะโกเพียงเส้นทางเดียว

วันเดียวกัน ประชาชนในจังหวัดสระแก้วต่างพาลูกหลานไปพักผ่อนหย่อนใจตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จนแน่นขนัด เช่นที่น้ำตกปาง สีดา นอกจากคนไทย ยังมีชาวกัมพูชาเข้ามาเที่ยวจำนวนมากเช่นเดียวกับที่อ่างเก็บน้ำพระปรง มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจนไม่มีที่จอดรถ

ศปถ.สรุปยอดเสียชีวิต-บาดเจ็บ

เวลา 10.30 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธ.ค.60 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 678 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 65 ราย ผู้บาดเจ็บ 714 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 48.67 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 26.40 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.26 รถปิกอัพ ร้อยละ 6.39

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และเชียงราย 24 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 25 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (28-31 ธ.ค. 60) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,380 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 239 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,500 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 13 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 86 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี 11 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ 89 คน

ตั้งจุดตรวจเส้นทางเสี่ยง

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ในวันนี้ประชาชนยังคงเฉลิมฉลองและเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ ศปถ.จึงได้สั่งกำชับให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยเน้นการตั้งจุดตรวจบนเส้นทางเสี่ยงในช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางสายรองและเส้นทางโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สำหรับจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำได้เน้นย้ำให้ดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ตรวจสอบท่าเทียบเรือ โป๊ะเรือ เรือโดยสารให้อยู่ในสภาพปลอดภัย พนักงานขับเรือมิให้มีพฤติกรรมเสี่ยง จัดให้มีอุปกรณ์นิรภัยและเสื้อชูชีพเพียงพอต่อการใช้งานและจัดทีมกู้ภัยทางน้ำให้พร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที รวมถึงประสานสถานประกอบการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถของผู้เช่ารถทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศทุกครั้ง อีกทั้งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศรับทราบและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด

มท.สั่งท้องถิ่นใช้มาตรการทางสังคม

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดและอำเภอบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายจราจร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินมาตรการทางสังคม โดยจัดตั้งด่านชุมชนและจุดสกัดในถนนอบต. หมู่บ้าน กวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่ใช่อุปกรณ์นิรภัย ขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะเสี่ยงอุบัติเหตุ และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากกว่า 1 คน รวมถึงกลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถ เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในทุกพื้นที่

ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ฐานะเลขานุการ ศปถ.กล่าวว่า จากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.60 พบว่าดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูง จึงขอเน้นย้ำให้จังหวัดประสานจัดกำลัง อปพร. ร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธร ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน จัดตั้งด่านชุมชนและจุดบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง ควบคู่กับการจัดชุดสายตรวจเคลื่อนที่ตรวจตราผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุในถนนชุมชนและหมู่บ้าน

โคราชแห่กลับ-ผู้โดยสารตกค้าง

เวลา 14.00 น.วันเดียวกัน ที่สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 2 ประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯและจังหวัดในเขตภาคกลางกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถร่วมโดยสารสาธารณะ หมวด 2 สาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ ทำให้จำนวนรถไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงมีผู้โดยสารส่วนหนึ่งตกค้าง โดยเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดนครราชสีมาและผู้ประกอบการได้ตั้งเต็นท์รอบชานชาลา เพื่อให้ผู้โดยสารได้นั่งรอ โดยประชาสัมพันธ์เสียงตามสายแจ้งความคืบหน้าของรถที่จะมารับ

นายศิระ บุญธรรมกุล ขนส่งจังหวัดนครราชสีมาเผยว่า ทุกช่วงเทศกาลสำคัญ สถานีขนส่งโคราช ซึ่งมีจำนวนเที่ยวรถให้บริการมากที่สุดในภูมิภาค จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะพร้อมๆ กัน จึงเกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้าง ประกอบกับขณะนี้การจราจรบนถนนมิตรภาพติดขัดค่อนข้างหนัก ทำให้รถหมวด 2 ต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ การบริหารจัดการเมื่อปล่อยรถแล้วส่วนใหญ่แล่นอยู่บนถนน จึงไม่เหลือมาจอดรับผู้โดยสาร ตนได้ประสานผู้ประกอบการให้เพิ่มเที่ยววิ่งและสำรองรถโดยสารไม่ประจำทางหรือรถเลขทะเบียน 30 จำนวน 80 คัน จึงสามารถบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยในการ เดินทาง พนักงานขับรถต้องไม่ขับรถเกินชั่วโมงทำงานและก่อนจับพวงมาลัยและให้บริการจะต้องผ่านการตรวจหาสารเสพติด แอลกอฮอล์ทุกครั้ง ทั้งนี้ ขณะนี้เส้นทางหลัก ถนนมิตรภาพ มีการซ่อมบำรุงผิวจราจร อาจส่งผลให้ใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน