‘ส.ส.เต้’ จูบปาก ‘ทนายตั้ม’ นัดกินข้าวเคลียร์ใจ แจงดราม่า ‘บังแจ๊ค’ ปมผ้าขาว ลั่นแค่อยากทำความจริงให้ปรากฏในคดีแตงโมเท่านั้น

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.65 หลังจาก ส.ส.เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เย็นนี้ แวะไปทานข้าว พูดคุยทนายตั้ม 16.00 น. ที่สำนักงาน sittra law firm สาธร ขอบใจมากที่เตือน หลังจากนี้เราจับมือกัน เพื่อความยุติธรรมให้แตงโมและประชาชน” หลังจากนั้น “ทนายตั้ม” ได้แจ้งลงกรุ๊ปนักข่าวว่าสามารถมาทำข่าวได้ในเวลาและสถานที่ตามที่ ส.ส.เต้ได้แจ้งไป

ต่อมาเวลา 16.30 น. นายมงคลกิตติ์ เดินทางมาพบนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ที่สำนักงาน sittra law firm สาธร และพูดคุยเป็นการส่วนตัวประมาณ 15 นาที จากนั้นออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนร่วมกัน

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หลังจาก 2 วันก่อนได้ปะทะกัน จากนั้นได้พูดคุยกัน โดยสิ่งที่ทนายตั้มแนะนำตนถือว่าเป็นกัลยาณมิตร เนื่องจากตนเป็นคนเปิดกว้างยอมรับฟังทุกอย่าง ส่วนจุดมุ่งหมายที่ทำคดีน้องแตงโมคืออยากให้ความยุติธรรมไปไกลมากที่สุด หากใครมีหลักฐานอะไรสามารถทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าได้ใกล้เคียงกับความจริง ตนก็พร้อมที่จะรับมา เพื่อทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่ก็เชื่อว่าตำรวจภูธรภาค 1 มีหลักฐานที่ไปไกลได้แค่นี้ ยังไม่มีพยานหลักฐานอะไรใหม่เพิ่มเติม

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนมีเรื่องติดอยู่ในใจหลายอย่าง เช่น เหตุการณ์บนเรือ ขนาดหมาแมวตกน้ำ เรายังต้องช่วย แต่นี้คือคน อีกประเด็นที่สงสัยคือ น้องแตงโมกินเหล้าคนเดียวหรือ และมีสาเหตุที่ทำให้เกิดบาดแผล สาเหตุการตาย และก็ตายตรงจุดไหน วันนี้จึงต้องไปดำน้ำ เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำ และทรายตรงจุดที่คาดเป็นจุดที่น้องแตงโมเสียชีวิต ซึ่งวันนี้เราได้หลักฐานเพิ่มมาอีกชุดหนึ่งและมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษไปแล้ว ในสัปดาห์หน้าจะแถลงให้สื่อมวลชนทราบว่าสิ่งที่เราตั้งขอสังเกตเป็นไปตามพยานหลักฐานใหม่ มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงรูปคดีได้ดีกว่าเดิม

“ส่วนตัวอยากได้ทนายตั้มมาช่วยไขคดีนี้ เพราะทนายตั้มเป็นคนที่ความรู้ความสามารถ ถ้ามาช่วยจะสามารถทำให้คดีนี้โปร่งใส เป็นการช่วยทำงานระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม เพราะคดีนี้ไม่ใช่คดีของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นคดีที่ประชาชน 66 ล้านคนให้ความสนใจ ถึงแม้ตำรวจจะทำคดีเต็มที่แล้ว แต่พยานหลักฐานไปไกลได้แค่นี้ สังคมก็ไม่ยอมรับ ถ้ายอมรับอัยการคงรับเป็นคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นจึงต้องทำความจริงให้ปรากฏ ทำให้ความยุติธรรมเป็นความอุติธรรม”

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการที่ตนไปเชื่อหลักฐานจากบังแจ๊คนั้น ตนไม่ได้เชื่อ แต่ครั้นเราจะไม่รับหลักฐานเขาเลย ทั้งที่เราก็หากันอยู่ ตำรวจก็หาอยู่ ใครๆ ก็หา เป็นการตัดโอกาสและทำให้เสียโอกาสไปหรือเปล่า

ด้านนายษิทรา กล่าวว่า หลังจากให้สัมภาษณ์ตอบโต้กัน ตนยอมรับว่าเป็นคนที่พูดจาแรง เพราะเกิดความไม่พอใจบางอย่าง เลยได้นัดกับส.ส.เต้ มากินข้าว เพื่อปรับความเข้าใจกัน เนื่องจากเป็นห่วงเกรง ส.ส.เต้จะไปเป็นเครื่องมือให้กับบังแจ๊คในเรื่องพยานหลักฐาน และจะกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน