สาวแพ้กุ้งเล่านาทีเฉียดตาย ร้านดังทำหางกุ้งปนอาหาร แพ้หนักฟุบกลางห้าง ต้องรักษาตัวอยู่ 10 วัน ทางร้านก็ยังไม่มารับผิดชอบอะไร ถ้าเจออีกทีถึงขั้นเสียชีวิต
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kaoplong Thararat โพสต์เรื่องราวอุทาหรณ์เตือนภัย คนแพ้กุ้ง หลังเจอร้านอาหารทำหางกุ้งปนในอาหาร ผ่านไป 5 นาที ถึงขั้นแพ้หนัก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก อ้วกจนล้มฟุบคาโต๊ะ
สำหรับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 20 เม.ย.65 ข่าวสดออนไลน์ ได้คุยกับ น.ส.ธารารัตน์ สมใจ อายุ 31 ปี ผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนไปกินข้าวแถวห้างสรรพสินค้า โดยยามเลือกร้านที่มีมาตรฐาน แล้วตนก็พยายามเลือกเมนูที่ไม่แพ้ ซึ่งปกติตนเป็นคนแพ้อาหารประเภทปู ปลาหมึกและหอย แพ้ทั้งน้ำจืดน้ำเค็ม ตนก็เลือกเมนูปลา แล้วแจ้งพนักงานทั้งหมดว่าตนแพ้อาหารทะเลทั้งหมด จึงเลือกสั่งสปาเก็ตตี้เส้นสดแซลมอน เมนูที่มาก็ตรงตามที่สั่ง แต่พอกินเข้าไปได้สักระยะหนึ่ง เคี้ยวแล้วรู้สึกแปลกๆ มีความกรอบที่ไม่เหมือนกับแซลมอน ซึ่งตนตกใจมากรีบคายออกมา พอคายออกมาก็เป็นหางกุ้ง ตนก็รู้ตัวแล้วว่าต้องแย่แน่ๆ ส่วนตัวแพ้อาหารทะเลมาตลอดชีวิตอยู่แล้ว
น.ส.ธารารัตน์ กล่าวว่า ต่อมาเพื่อนจึงรีบไปซื้อยาแก้แพ้มาให้ ตนก็ต้องดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ไปล้างพิษ แล้วร่างกายก็เริ่มมีอาการ ตนแพ้กุ้งในระดับ 4 จะมีผลต่อทางเดินอาหารและระบบหายใจ แต่โดยปกติที่เขาจะแพ้กันจะส่งผลต่อผิวหนัง เช่นมีผื่นแดง หรือหน้าปวม แต่ตนเป็นข้างใน ทางเดินอาหารและระบบหายใจ พอผ่านไปประมาณ 5 นาที เริ่มได้ยินเสียงดังในหู นั้นคือข้างในหูเริ่มบวมแล้ว เพราะมีการขยายตัว ในระหว่างที่พยายามทานน้ำลงไป เริ่มกลืนลำบากแล้ว เพราะคอเริ่มปวม
น.ส.ธารารัตน์ กล่าวว่า หลังจากนั้นระบบร่างกายจะเริ่มขับเชื้อออกมา ด้วยการอาเจียน หรืออ้วกออกมา แต่ตนก็พยายามจะไม่อ้วก เพราะอยู่กลางห้าง แต่ทนไม่ไหวจึงอ้วกออกมา และเริ่มแน่นหน้าอกมากขึ้นจนสลบไป แล้วห้างก็พาไปส่งโรงพยาบาล ตนแอดมิตอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 5 – 8 เม.ย.65 ไม่มีแรงแม้กระทั่งลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ พยาบาลต้องมาช่วย รวมถึงการพูดคุย ต้องเหนื่อยไปหมด หายใจไม่ทัน จากนั้นมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านต่อ ตนมาเริ่มดีขึ้น สามารถพูดคุยได้คือวันที่ 14 เม.ย. 65 คือต้องใช้เวลารักษาตัวประมาณ 10 วัน
น.ส.ธารารัตน์ เปิดเผยต่อว่า หลังเกิดเหตุทางร้านได้ติดต่อไปทางเพื่อน ถามถึงอาการของตน แต่ตนรู้สึกผิดหวังที่เรื่องนี้ไม่ไปถึงในระดับผู้บริหาร ซึ่งตนไม่ได้ความรับผิดชอบตามที่คาดหวัง แต่เขาส่งผู้จัดการร้านมาพูดคุยเรื่องบิลค่าอาหารในวันนั้น ทางร้านจะรับผิดชอบ แต่ยังไม่ได้คุยถึงค่าชดเชย ตนมีประกันชีวิตส่วนตัว ซึ่งจะมีค่าส่วนลดในการรักษาพยาบาล โดยจะเป็นปัญหาสำหรับการเบิกประกัน ในใบเสร็จเขียนว่า ค่ารักษาประมาณ 10,000 บาท แต่เงินที่ตนจ่ายจริงๆ เกือบ 30,000 บาท
“ส่วนอาการปัจจุบันยังมีอาการเหนื่อยอยู่ ทำอะไรหนักๆยังไม่ได้ อาการที่ระบบทางเดินอาหารยังมีอาการพะอืดพะอม อาหารไม่ย่อย ท้องผูก และต่อจากนี้ 1 ปีจะไม่สามารถรับเชื้อได้อีกแล้ว เพราะร่างกายจะต่อต้านอย่างรุนแรง และอาการแพ้ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งอาการแพ้มี 6 ระดับ ระดับที่ 6 เสียชีวิตแน่ๆ ส่วนระดับที่ 5 มีโอกาสเสียชีวิตสูง ส่วนตัวแพ้ในระดับที่ 4 เป็นเพราะความสะเพร่าของร้าน ทำให้มีโอกาสเสียชีวิต ที่โพสต์ลงไปเพื่อเป็นตัวแทนของคนแพ้กุ้ง อยากให้ร้านอื่นๆ ใส่ใจในเรื่องการทำอาหาร คนแพ้กุ้งแพ้คือกินกุ้งไม่ได้เลย ปนเปื้อนก็ไม่ได้“ น.ส.ธารารัตน์ กล่าวปิดท้าย

