ทูลกระหม่อมประทานกำลังใจ “สู้ สู้ วิเชียร” ตร.ลุยสอบประสานขอเข้าป่า-คลิป ศรีวราห์ลั่นฟันคดีสินบนเพิ่ม บิ๊กเต่าโยน ตร.จัดการ ปมขอเข้าทัวร์ทุ่งใหญ่โยงอดีตบิ๊กอุทยานฯนั่งที่ปรึกษาอิตาเลียนไทย อธิบดีอุทยานฯ ยันไม่คิดย้ายใคร หน. วิเชียรลั่นคนทุ่งใหญ่มีศักดิ์ศรี ไม่สนเงินใคร เผยมีหยั่งเชิงเสนอเงื่อนไข แต่ไม่สน ส่วนปมคลิปเชื่อคนปล่อยหวังดิสเครดิตเจ้าหน้าที่ ขอบคุณสังคมเป็นห่วง อยากให้ห่วงเจ้าหน้าที่ ทุกคนด้วย

ทูลกระหม่อมให้กำลังใจ”วิเชียร”

จากกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน ถูกนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก นำเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พร้อมของกลางอาวุธปืน และยังพบซากสัตว์จำนวนหนึ่ง โดยในจำนวนนั้นมีซากเสือดำซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ด้วย นอกจากนั้นผลการตรวจค้นบ้านพักนายเปรมชัย ที่ซอยศูนย์วิจัย 3 เขตห้วยขวาง ยังพบปืนอีก 43 กระบอกและงาช้างอีก 4 กิ่งตามข่าว

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์แสดงความคิดเห็น ประทานกำลังใจแก่นายวิเชียร ผ่านทาง อินสตาแกรมว่า “สู้ สู้ คุณวิเชียร ชิณวงษ์”

พฐ.ทำแผนยิงเสือดำกลางป่า

วันเดียวกัน พ.ต.อ.สมหมาย โชติกะนาวิน นักวิทยาศาสตร์ สัญญาบัตร 4 กลุ่มงานเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 รักษาราชการแทน นักวิทยาศาสตร์ (สบ 4) จ.กาญจนบุรี เดินทางไปจำลองเหตุการณ์ยิงเสือดำยังจุดเกิดเหตุ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

โดยนำซากเสือดำพาดบนท่อนไม้พร้อมนำกะโหลกมาใส่ ในลักษณะคล้ายเสือยืน เพื่อหาวิถีกระสุน ผลการจำลองเหตุพบว่าเสือดำมีรอยยิงทั้งหมด 5 นัด ถูกยิงเข้าทางฝั่งขวา และผู้ที่ยิงน่าจะอยู่ตำแหน่งยิงที่สูงกว่าเสือ โดยกระสุนยิงเข้าจากด้านหน้าตัวเสือดำผ่านไปด้านหลัง และมีทิศทางของกระสุนทำมุม 30 องศา

จากการตรวจดูอย่างละเอียดในเบื้องต้น พบมีร่องรอยกระสุนในตัวเสือทั้งหมด 5 รู ด้วยการใช้หลอดกาแฟเสียบช่องกระสุนที่พบในตัวเสือดำบริเวณใบหูฝั่งขวา 1 นัดหัวกะโหลก 1 นัด และลำตัว 3 นัด รวมทั้งหมด 5 รูกระสุน

เก็บหลักฐานรอยนิ้ว-ดีเอ็นเอ

ด้านพ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งการเน้นย้ำให้ทำคดีตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจเก็บรายละเอียดต่างๆ จากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานให้ครบถ้วนทุกขั้นตอน ซึ่งวานนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าไปเก็บหาหลักฐานต่างๆ พยานวัตถุที่เกี่ยวข้อง อาทิ ดีเอ็นเอ รอยนิ้วมือ กระสุนและปลอกกระสุนปืน และอาวุธปืนที่อาจจะแอบซุกซ่อนไว้โดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุอีก รวมทั้งสถานที่ตั้งแคมป์เพื่อตรวจหาร่องรอยต่างๆ ที่สามารถนำมายืนยันการกระทำความผิดในคดีได้

พ.ต.อ.วุฒิพงษ์กล่าวต่อว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่จะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์เป็นสำคัญเพื่อนำมาประกอบสำนวนในคดี จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภาค 7 เบื้องต้นพบร่องรอยกระสุนปืนที่ซากไก่ฟ้าบริเวณลำตัว ส่วนซากเสือดำนั้นพบรูกระสุนที่บริเวณด้านหลังทะลุลำคอ และซากอื่นอีกส่วนหนึ่งไม่พบรอยกระสุน เพราะถูกชำแหละแล้ว เพื่อความชัดเจนจะต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนตรวจวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง

บิ๊กแป๊ะลั่นโยงใครฟันหมด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจจะเร่งสอบสวนขยายผลในทุกประเด็น ทั้งการครอบครองซากสัตว์ในกรณีอื่นๆ พฤติกรรมการเดินทางเข้าพื้นที่ทุกครั้งก่อนถูกจับกุมในคดีนี้ รวมถึงประเด็นการได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ให้นายเปรมชัยกับคณะเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุกครั้งที่ผ่านมา หากพบการทำผิดเชื่อมโยง หรือมีส่วนร่วมกับการกระทำความผิด ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างไม่มีละเว้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสืบสวนของ เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าก่อนที่คณะของนายเปรมชัยจะเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนั้น ได้ไปซื้ออาหารสดประเภทเนื้อที่ร้านอาหารเก้าทัพ แกงป่า ตั้งอยู่ถนนสายลาดหญ้า-เอราวัณ เลขที่ 68/1 หมู่ 3 ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากชื่อเชื่อได้ว่าร้านดังกล่าวอาจจะเป็นร้านอาหารที่ขายของป่าให้กับนายเปรมชัย พร้อมพวก จึงประสาน บช.ภ.7 และบก.ปทส.เข้าตรวจสอบเมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.30 น.ของวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยภายในร้านพบเนื้อกวาง ไก่ และ นากหญ้ารวมอยู่ด้วย โดยนายสมโชค โบศรี อายุ 58 ปี แจ้งว่าเป็นกวางรูซ่า และไก่แจ้ จึงนำตัวอย่างชิ้นเนื้อทุกชนิดส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อพิสูจน์ตรวจสอบหาชนิด คาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้

ศรีวราห์เชิญชุดจับกุมให้ข้อมูล

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบงาช้างสองคู่ที่พบภายในบ้านพักของนายเปรมชัยและอายัดมาตรวจสอบนั้น ลักษณะเบื้องต้นสงสัยว่าอาจไม่ใช่งาช้างไทย หรือช้างในเอเชีย แม้จะแสดงใบอนุญาตครอบครองก็ต้องดูว่า ใบอนุญาตกับงาช้างตรงกันหรือไม่ แจ้งขออนุญาตถูกต้องจริงหรือไม่ หากไม่ใช่งาช้างไทยเป็นงาช้างที่ต้องห้ามก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวอีกว่า วันนี้เชิญ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่เข้าเวรและมีหน้าที่เกี่ยวข้องในช่วงที่นายเปรมชัยและพวกเดินทางเข้าไปในป่า มาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ให้ข้อมูลในประเด็นเกี่ยวกับคดีลักลอบฆ่าสัตว์ป่า รวมถึงกรณีที่มีคลิปเสียง ที่อ้างเป็นของนายเปรมชัย เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน ลักษณะเจรจาต่อรองเมื่อถูกจับกุม โดยจะพิจารณาหลักฐานในประเด็นนี้หากมีพยานหลักฐาน และ ข้อมูลที่ชี้ว่ามีความพยายามในการติดสินบน เจ้าพนักงานจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่ปรากฏเป็นเจ้าของเสียงในคลิปเสียง ในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานด้วย

เร่งหาคนขอให้เปรมชัยเข้าป่า

พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รองผบก ปทส. กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกเจ้าหน้าที่อุทยานที่ปฏิบัติงานในวันนั้นมาให้ข้อมูลว่านายเปรมชัยเข้าป่าไปได้อย่างไร รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เริ่มต้นที่นายเปรมชัยเข้าไปในพื้นที่จนถึงการจับกุม ทางเจ้าหน้าที่อุทยานพบเห็นอะไรบ้าง สำหรับของกลางที่ตรวจค้นได้จากบ้านพักนายเปรมชัย ทั้งปืนและงาช้าง อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าส่วนไหนบ่งชี้ว่าผิดจากที่เป็นอยู่ ในประเด็นขอเข้าพื้นที่ของนายเปรมชัย ตอนนี้ยังไม่มีเอกสารการขอเข้าไปในพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ขณะที่ทนายบอกมีการขอแล้ว อย่างไรก็ดีคดีนี้การสอบสวนหลักอยู่ที่สภ.ทองผาภูมิ ส่วนบก.ปทส.เป็นผู้สนับสนุนข้อมูลเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ปทส.อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า จะเข้าค้นบ้านพักนายเปรมชัย และพรรคพวกอีก 3 คน ที่โดนจับอีกหรือไม่ ในส่วนที่เป็นบ้านพักในต่างจังหวัด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ

หน.ชุดจับแจงปมคลิปเสียง

ที่บก.ปทส. นายวิเชียร ชิณวงษ์ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ผู้นำทีมเข้าจับกุมนายเปรมชัยและพวก ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลกับกรณีที่เกิดขึ้น โดยนายวิเชียรให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนถึงเรื่อง คลิปเสียงว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเสียงที่ปรากฏเป็นของทีมงานนายเปรมชัย หรือตัวนายเปรมชัยเอง เนื่องจากขณะนั้นตนอยู่ระหว่างทำบันทึกจับกุม แต่ยอมรับว่ามีการพูดกับตนส่วนตัวในลักษณะคล้ายหยั่งเชิง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นการต่อรองหรือไม่ โดยรายละเอียดคำพูดขอไม่เปิดเผย ทั้งนี้มองว่าคลิปดังกล่าวถูกปล่อยออกมาเพื่อดิสเครดิตเจ้าหน้าที่ และยืนยันว่าไม่ย่อท้อ ยังตั้งใจทำงาน พร้อมให้กำลังใจลูกน้องให้เข้มแข็ง

รมว.ทส.ให้ตร.บี้อดีตบิ๊กขรก.เอง

ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส. ประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พร้อมหารือความคืบหน้ากรณีนายเปรมชัย โดยมีพล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมนานเกือบ 3 ชั่วโมง

พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวหลังประชุมว่า ตั้งคณะกรรมการติดตามเรื่องนี้ โดยมีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นประธานคณะกรรมการ และมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายมาเข้าร่วมด้วย แม้ขณะนี้จะอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ แต่ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรฯไม่ได้หยุดแค่นี้ จึงต้องติดตามเรื่องจนกว่าคดีจะสิ้นสุด ส่วนการเข้าไปในพื้นที่ป่า หลังจากนี้มาตรการจะเข้มงวดมากขึ้น ป้องกันไม่ให้นำอาวุธเข้าพื้นที่ และจะประสานกระทรวงมหาดไทยที่ขึ้นทะเบียนปืนล่าสัตว์มาเป็นฐานข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมบุคคลด้วย

เมื่อถามถึงการดำเนินการต่อผู้ประสานให้คณะของนายเปรมชัยเข้าไปในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการกรมอุทยาน ที่ไปเป็นที่ปรึกษาของบริษัทอิตาเลียนไทย พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า เนื่องจากเป็นอดีตข้าราชการ ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อธิบดีอุทยานลั่นไม่คิดย้ายใคร

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงกระแสข่าวในโซเชี่ยลระบุว่า จะย้ายน.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ว่า ยืนยันว่ายังไม่เคยคิด และยังไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย รวมทั้งยังไม่มีใครพูดเรื่องนี้ด้วย เพราะเวลานี้ น.ส.กาญจนาไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย

“ผมไม่อยากให้มีกระแสดราม่าในโลก โซเชี่ยลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย อย่างข่าวการ ย้ายนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ก็เหมือนกัน ว่าผมจะย้าย ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย ทั้งวิเชียร และกาญจนา เป็นคนที่ผมเลือกพวกเขาให้ไปทำหน้าที่ตรงนั้นเอง ตอนนี้เขายังไม่มีความผิดอะไรด้วย จะย้ายทำไม” นายธัญญากล่าว

“หน.วิเชียร”มือจับเปิดใจ

นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ให้สัมภาษณ์ว่า การต่อสู้ทางกฎหมายไม่ได้กังวลอะไร เพราะทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้คำแนะนำอยู่แล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเสียใจ ไม่คาดฝันว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้ ตนทำงานที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯมา 1 ปี เพิ่งเจอกรณีนี้เป็นครั้งแรกที่ผู้กระทำผิดขออนุญาตเข้าพื้นที่แล้วมายิงสัตว์ป่าแบบนี้ ส่วนใหญ่ที่เจอเป็นลักษณะที่แอบเข้ามา แอบทำผิด มีการพรางตัว แต่นายเปรมชัยและพวกมาแบบเปิดเผย และพกอาวุธมาครบมือ เป็นการกระทำที่ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย

“ผมเข้าพื้นที่ป่าทุกวันโอกาสจะเจอเสือดำยังยาก แต่นักท่องเที่ยวบางคนเข้ามาวันเดียว ก็อาจจะเจอได้ อยู่ที่จังหวะมากกว่า เราเข้าป่า เสือดำอยู่ไม่ไกลจากตัวเรา แต่จะทำอย่างไรให้เสือวางใจก็จะทำให้เจอได้ อีกทั้งผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรมีความอุดมสมบูรณ์ มีเหยื่อของเสือหลายชนิด ซึ่งเสือดำมีกว่าร้อยตัวก็ทำให้มีโอกาสเจอได้ แต่การก่อเหตุครั้งนี้น่าจะส่งผล กระทบต่อสัตว์ เพราะไปรบกวนสัตว์ และอาจละทิ้งถิ่นอาศัยเดิมไปอยู่ในป่าที่ลึกขึ้น” นายวิเชียรกล่าว

ขอให้ห่วงเจ้าหน้าที่ทุกคนด้วย

นายวิเชียรกล่าวด้วยว่า ดีใจและภูมิใจที่ประชาชนเป็นห่วงผม แต่อย่าเป็นห่วงตนคนเดียว เพราะมีคนทำงานที่ทุ่งใหญ่นเรศวรกว่า 200 ชีวิตที่ยังทำงานอยู่ อย่าลืมพวกเขาด้วย ส่วนมาตรการการป้องกัน อยากให้มีเทคโนโลยีเข้ามาในการตรวจสอบความปลอดภัย เช่นอุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณได้ว่าเป็นโลหะ หรือเครื่องมือที่ให้เห็นเป็นรูปร่างอาวุธปืน ก็จะสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะในกรณีการจับกุม ผู้ต้องหาต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 5-10 นาย จึงจะมีความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวถามถึงการแจ้งเตือนกลุ่มของนายเปรมชัยและพวก นายวิเชียรกล่าวว่า ได้เข้ามาตักเตือนและให้คำแนะนำเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ประพฤติตัวอย่างถูกต้อง เพียงแต่ว่ามีการเพิกเฉยและดื้อรั้นเกิดขึ้น เลยนำไปสู่การพบพิรุธสงสัย ถ้าเขาเชื่อเราแต่แรกตามที่แนะนำ เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาเข้ามาล่าสัตว์

เผยพิรุธคณะเจ้าสัว

เมื่อถามถึงการเพิกเฉยดื้อรั้น นายวิเชียรกล่าวว่า เขาอยู่ที่เดิมไม่ย้ายจุดพักแรม โดยให้เหตุผลว่ากลัวจะไม่ปลอดภัย เพราะเป็นการเดินทางในเวลากลางคืน แต่ว่าก็ยังกล้าที่จะพักแรมต่อในเวลากลางคืนทั้งที่เป็นป่าลึกและไม่อนุญาตให้อยู่จุดนั้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจ พอไม่ปฏิบัติตามก็จะมีข้อสงสัยว่าซ่อนอะไรอยู่หรือเปล่า จึงเดินหาและตรวจ จนค่อยๆ โผล่ขึ้นมาทีละเปลาะ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีใครมาเจรจาโดยตรงหรือไม่ว่าขอให้ไม่จับกุมดำเนินคดี นายวิเชียร กล่าวว่า เป็นปกติเพียงแต่ไม่ได้พูดตรงๆ เขาไม่ได้เสนอว่าต้องเป็นกี่บาทกี่อะไร ก็เป็นการพูดหยั่งเชิงดูว่า จะมีท่าทีเอนเอียงไปทางเขาหรือไม่ ผู้ติดตามก็บอกว่าเป็นเจ้านายใหญ่ของบริษัทนั้นบริษัทนี้ และเอ่ยชื่อบริษัท ก็ทราบในตอนนั้นว่าเป็นใคร แต่ไม่ได้เชื่อมโยงไปถึงใครที่จะมาช่วยเคลียร์คดีให้

ลั่นคนทุ่งใหญ่มีศักดิ์ศรี

เมื่อถามว่าได้พูดว่าเป็นแขกวีไอพีที่ได้รับการประสานมาแล้วหรือไม่ นายวิเชียรกล่าวว่า ไม่ได้พูดว่าเป็นแขกวีไอพี แต่เป็นการสื่อให้ทราบว่าเขาทำงานที่นี่ ชื่อนี้ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรและทำไปตามหน้าที่ จะเป็นใครก็ช่าง หากทำผิดก็ว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมายโดยเด็ดขาด ตนมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่เกินฝีมือตำรวจและป่าไม้ไทยแน่นอน

“ผมขอเรียนว่า คนทุ่งใหญ่ศักดิ์ศรีเรามี ถึงแม้เราจะอยู่ในป่า เราไม่ได้ร่ำรวย แต่เราก็ไม่ได้ต้องการเงินจากคุณเปรมชัยแม้แต่บาทเดียว” หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯกล่าว

อิตัลไทยแจงไม่เกี่ยวอิตาเลียนไทย

วันเดียวกัน ฝ่ายสื่อสารองค์กรของกลุ่มบริษัทอิตัลไทย ชี้แจงกรณีความเข้าใจผิดอันเกิดจากความสับสนระหว่างชื่อบริษัท ดังนี้ กลุ่มบริษัทอิตัลไทย บริหารงานโดย นาย ยุทชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร กลุ่มบริษัทอิตัลไทย ซึ่งกลุ่มบริษัทอิตัลไทย มีบริษัทภายใต้กลุ่มรวม 6 บริษัท คือ อิตัลไทยอุตสาหกรรม นำเข้าเครื่องจักรกล, อิตัลไทยวิศวกรรม ทำงานผู้รับเหมางานระบบไฟฟ้าและพลังงาน, ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป รับบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต และสปา, อิตัลไทยฮอสพิทาลิตี้ นำเข้าชา ไวน์ และน้ำผลไม้, ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ และโรงแรมแมนดาริน กรุงเทพ เท่านั้น

โดยการบริหารรวมทั้งคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทและบริษัทในเครือ ทางกลุ่มบริษัทอิตัลไทยไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับ บมจ.อิตาเลียนไทย ตามที่คนทั่วไปเข้าใจผิดกันมาโดยตลอด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน