ผบช.น.เผยยังไม่มีคลิปชูวิทย์อ้างส่งเงิน 27,000 ให้ตร. แจงสอบครั้งแรกยังไม่มีตำรวจสารภาพ ขอตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน แต่หากหลักฐานชัดก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมทุกราย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ม.ค.66 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พร้อมพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และโฆษกบช.น. พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 แถลงกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันถูกตำรวจเรียกรับเงิน 27,000 บาท
พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีการตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าสถานทูตจีนจริง และปรากฏภาพนักท่องเที่ยวมีการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร แต่ตำรวจในขณะปฏิบัติหน้าที่ซึ่งพบเห็นวัตถุผิดกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้ตรวจยึดเป็นของกลางเพื่อส่งตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายกับนักท่องเที่ยว แต่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกจากจุดตรวจไป ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งการให้ดำเนินการ ทั้งทางวินัยและอาญาแล้วจำนวนหลายนาย
ส่วนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวนั้น ต้องดำเนินการติดตามพยานหลักฐาน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรวบรวมให้ชัดเจน ทั้งพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้องเรียกมาสอบสวน พยานเอกสาร บันทึกรับสารภาพ จำนวนเงินที่แน่นอน ตามที่มีกระแสข่าวนั้น หากพบว่ามีความผิดชัดเจน จะดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ไม่ได้ละเว้น
จากการตรวจสอบหลักฐานที่ตำรวจได้รับมาในขณะนี้ ทำให้มีความชัดเจนในเหตุการณ์ทั้งก่อน ระหว่างและหลังการเรียกตรวจค้น ซึ่งคณะสอบสวนตั้งประเด็นสอบสวนต่อไปว่า เหตุใดจึงมีการเรียกให้หยุดตรวจค้น และทำไมถึงใช้เวลาตรวจค้นนาน ซึ่งผลการสอบสวนจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิด
พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า ยืนยันตำรวจไม่มีการสั่งการให้ลบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ เพราะเป็นกล้องของกรุงเทพมหานคร ส่วนกล้องที่ติดหมวกของตำรวจ ขณะนี้รวบรวมส่งไปที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานให้ตรวจสอบ เนื่องจากไฟล์ถูกลบจริง แต่เป็นการลบเองหรือไฟล์หมดอายุนั้น ต้องรอผลการตรวจสอบอีกครั้ง ยืนยันไม่มีใครสั่งการให้ทำเรื่องผิดกฎหมาย
สำหรับกล้องวงจรปิดที่หน้าสถานทูต ไม่สามารถจะเข้าไปดำเนินการอะไรได้อยู่แล้ว ซึ่งตำรวจทำหนังสือขอรูปภาพจากกล้องดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่วันแรก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอการตอบรับอยู่ เนื่องจากติดวันหยุดเสาร์อาทิตย์ พร้อมยืนยันหากใครมีพยานหลักฐานหรือคลิปภาพ ก็ยินดีรับและจะดำเนินการตามความเป็นจริง ตำรวจที่ไม่ดีจะไม่เก็บไว้ในองค์กร โดยคลิปที่นายชูวิทย์อ้างมีการส่งเงินให้นั้น ตำรวจยังไม่มี
ส่วนประเด็นการรับสารภาพของตำรวจที่ตั้งด่านนั้น จากการสอบครั้งแรกยืนยันว่ายังไม่มีใครรับสารภาพ แต่ขณะนี้สั่งการให้สอบสวนเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งจะมีการกลับคำให้การหรือไม่ ขอตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน แต่หากหลักฐานชัดก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมทุกราย
สำหรับกรณีที่นายชูวิทย์ ให้ข้อมูลมีหญิงไทยเป็นผู้ส่งมอบเงินให้ตำรวจนั้น เรื่องบุคคลในที่เกิดเหตุ เป็นประเด็นที่ตำรวจได้วางกรอบการสืบสวนเอาไว้แล้วตั้งแต่แรก โดยจะเร่งรัดติดตามบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบสวน ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีบุคคลนอกเหนือจากคนขับรถหญิงชาวไต้หวัน และเพื่อนชาย 3 คน เข้ามาที่ด่านเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะที่เพื่อนชายทั้ง 3 คน พยายามติดต่อให้เข้ามาให้การแล้ว เพราะการจะดำเนินคดีเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์จะต้องสอบสวน ทั้งผู้ให้และผู้รับให้ชัดเจน แต่การประสานงานกับทางไต้หวัน ต้องทำผ่านเจ้าหน้าที่ เพราะได้ประสานงานโดยตรงไปแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบรับ