ผบก.ย้ำไม่มีมวยล้มต้มคนดู คดีแก๊งพรานเจ้าสัวเปรมชัยล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดดป้อง “หัวหน้าวิเชียร-ผอ.กาญจนา” ยันไม่มีย้ายแน่นอน เชื่อมั่นในจิตมุ่งมั่นการทำงานของทั้งคู่ เพราะเป็นคนเลือกให้มาทำงานเองกับมือ ปทส.เร่งตามตัว นพดล พฤกษะวัน” อดีตบิ๊กกรมอุทยานฯ ชมรมอนุรักษ์ทุกมหาวิทยาลัย นัดทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์พร้อมกันทั่วประเทศ 13 ก.พ.นี้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

“บิ๊กตู่”ยกย่องหน.วิเชียร”

จากกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน ถูกจับกลางป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พร้อมปืนนานาชนิด และซากสัตว์จำนวนหนึ่ง ในจำนวนนั้นมีซากเสือดำซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ด้วย จนท.ค้นบ้านพักย่านห้วยขวางพบงาช้างซุกอยู่ 4 กิ่งใหญ่ และปืนอีกเพียบ ล่าสุดตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานเพิ่มอีกคดี ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 10 ก.พ. พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรง ถูกต้อง และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ โดยขอให้ยึดมั่นในคุณงามความดี ไม่ท้อถอย และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่นและคนรุ่นหลังต่อไป โดยยกตัวอย่างกรมราชทัณฑ์ที่ลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดต่อหน้าที่ รวมทั้งกรณีของนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่จับกุมผู้กระทำผิดร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างตรงไปตรงมา

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ โดยหากพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำผิดจริง ผู้กระทำผิดจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและถูกลงโทษตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์โดยยึดหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง พร้อมทั้งขอให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนสำนึกในหน้าที่ ยึดถือแบบอย่างของการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ และเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อย่างเต็มภาคภูมิ

“บิ๊กเต่า”ย้ำต้องลงโทษคนผิด

วันเดียวกัน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไปเป็นประธานพิธีเปิดโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย ที่สวนรุกขชาติ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมให้สัมภาษณ์เรื่องจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย จำกัด (มหาชน) และพวกถูกจับกุมและตรวจยึดของกลาง อาวุธปืน และซากสัตว์ โดยเฉพาะเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 ส่วน อย่างชัดเจน

ส่วนแรกคือเรื่องของผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปจับกุมดำเนินคดี รวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้แล้วทั้งสิ้น 9 ฐานความผิด และดำเนินการส่งเรื่องให้ทางพนักงานสอบสวนในพื้นที่ไปตามกระบวนการยุติธรรม และทส.ได้ตั้งคณะทำงานมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นประธาน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการ ป.ป.ท. เป็นที่ปรึกษา โดยมีทีมนักกฎหมาย ทีมอัยการ เพื่อติดตามคดีไปจนสิ้นสุดคดีความ

ส่วนที่สอง เป็นเรื่องที่จะมาดูว่าเจ้าหน้าที่ในสังกัดนั้นมีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง รวมไปถึงการใช้ดุลพินิจต่างๆ ที่จะต้องมีการตรวจสอบและควรจะมีการเพิ่มมาตรการอย่างไร ขณะเดียวกันมีคนกระทำความผิด สมควรถูกลงโทษ และส่วนของข้าราชการจะต้องรับผิดเรื่องใดบ้างนั้น สังคมต้องช่วยกันดูอีกทางหนึ่งด้วย และในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ทำงานตามปกติ

อธิบดีปัดย้ายวิเชียร-ผอ.กาญจนา

ขณะเดียวกันภายหลังจากที่ทราบเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทส.ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเสริมและประสานกับทางหน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้าไปในพื้นที่ทันที โดยจะเห็นได้ว่าหลังการเกิดเหตุครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่เก็บพยาน หลักฐานได้อย่างรวดเร็ว และมีทีมใหญ่ๆ เข้าไปในพื้นที่ ถือเป็นการเก็บรวบรวมหลักฐานที่มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องดูประเด็นของข้อกฎหมายต่างๆ ที่ต้องมีทีมที่สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย

ส่วนในเรื่องของการที่จะตรวจสอบเรื่องของการกระทำผิดก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องนี้นั้น กำลังเร่งตรวจสอบในทุกพื้นที่ที่จะมีความเสี่ยงที่คาดว่าอาจจะไม่ใช่รายนี้เพียงรายเดียว หรืออาจจะเคยมีการกระทำมาแล้วก่อนหน้านี้หรือไม่ แม้กระทั่งอาวุธปืนที่มีลักษณะเป็นอาวุธใช้ล่าสัตว์ กำลังประสานกับกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบว่ามีใครบ้างที่ได้จดทะเบียนเป็นปืนลักษณะล่าสัตว์ไว้ เพื่อติดตามพฤติกรรมของแต่ละคนว่านำมาใช้ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

“ขณะนี้ทางผมก็ได้ทุ่มเทตัวเองและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยเน้นเรื่องของผู้กระทำความผิดเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องของจุดอ่อน หรือจุดบกพร่องของเจ้าหน้าที่นั้น ทางคณะกรรมการประจำที่ดูแลในพื้นที่จะตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป และในส่วนของประเด็นเรื่องการตรวจสอบนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ก็ชี้แจงแล้วว่า เป็นการใช้ดุลพินิจตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบอยู่แล้ว ผมยืนยันว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ได้มีการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย” พล.อ.สุรศักดิ์กล่าว

ด้าน นายธัญญาเปิดเผยถึงกรณีมีข่าวที่ปรากฏในหลายสื่อที่ตั้งข้อสงสัยว่า นายวิเชียร หรือน.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า จะถูกย้ายหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายที่จะย้ายบุคคลเหล่านี้ โดยจากการทำงานตนเป็นคนคัดสรรคนเข้ามาทำงาน โดยนายวิเชียรมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ว่าจะมีการสั่งย้าย หรือมีการกดดัน โดยจะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

จ่อเรียกนพดล”เค้นสอบ

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. เปิดเผยถึงการสอบปากคำนายวิเชียร เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า เป็นการสอบปากคำถึงพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาตั้งแต่ก่อนเข้าไปในป่า รวมถึงระหว่างการจับกุมและหลังจับกุม ต้องระบุเหตุการณ์ที่เกิด ณ ตอนนั้นอย่างชัดเจน แต่รายละเอียดยังเปิดเผยมากไม่ได้ เกรงจะกระทบต่อรูปคดี แต่ยืนยันว่าทุกอย่างที่อยู่ในสำนวนการสอบสวนจะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด

นอกจากนี้ได้ออกหมายเรียกนายนพดล พฤกษะวัน อายุ 67 ปี อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาบริษัทอิตาเลียนฯ ที่เป็นผู้ประสานให้นายเปรมชัยกับพวกเดินทางเข้าไปในเขตอุทยานมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ที่ บก.ปทส. วันที่ 15 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น.

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจหาหลักฐานที่นายเปรมชัยมอบไฟฉายให้กับทางเจ้าหน้าที่อุทยานจริงหรือไม่ รวมถึงสิ่งที่มอบให้เพื่อยอมให้ผ่านเข้าไปในป่าทุ่งใหญ่ตามคำสั่งหรือไม่ สำหรับประเด็นที่มีคนพยายามตั้งข้อสังเกตว่านายวิเชียรรับสิ่งของแลกกับการเอื้อประโยชน์ให้กับนายเปรมชัยนั้น เจ้าหน้าที่สอบปากคำประเด็นนี้เข้าไปในสำนวนแล้ว ต้องพิจารณาสาเหตุการรับว่ารับไปทำอย่างไร เบื้องต้นทราบว่ารับไป เพื่อประโยชน์ของการทำงานเจ้าหน้าที่ส่วนรวม และต้องพิจารณาว่านายวิเชียรรู้เห็น ทราบเรื่องตั้งแต่ต้นว่านายเปรมชัยจะเข้าไปก่อเหตุล่าสัตว์หรือไม่อีกด้วย

ด้าน พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส. เปิดเผยว่า ภายหลังมีการเรียกพยานมาสอบปากคำที่ บก.ปทส.แล้ว 2 วัน ทีมพนักงานสอบสวนจะไปดำเนินการสอบสวนต่อที่สภ.ทองผาภูมิ เพื่อรวมกับทีมงานที่เหลือ สำหรับกรณีของนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ที่เป็นคนประสานให้นายเปรมชัยกับพวกเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้น เจ้าหน้าที่กำลังประสานมาให้ปากคำ แต่ยังติดต่อไม่ได้ ซึ่งประเด็นคำถามจะขึ้นอยู่กับทีมพนักงานสอบสวน หลังจากนี้ถ้าเจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกจะเรียกมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

วันเดียวกัน พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 มอบหมายให้ พล.ต.สนิธชนก สังขจันทร์ ผบ.พล.ร.9 กกล.สุรสีห์ จ.กาญจนบุรี พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ร.29 ในฐานะ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ และพ.อ. พิเชษฐ์ หัสดีผง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ นำกำลังทหาร 7 นาย ไปรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยเฉพาะนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยให้ทหารประจำจุดตรวจเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร (ทิหนวย) ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ สร้างความอุ่นใจให้กับ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นอย่างมาก

นอกจากนั้น พ.อ.พิเชษฐ์ยังสั่งการให้ ร.ต.หาญชัย ตาคำ ผบ.หมวด ลว.ฉก. ลาดหญ้า ที่ 2 นำกำลังไปสมทบกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตรวจสอบบ่อขยะเทศบาลตำบลทองผาภูมิ พื้นที่หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ ที่มีพื้นกว่า 30 ไร่ เพื่อช่วยกันค้นหาถุงดำ ซึ่งถุงดำดังกล่าวคาดว่าอาจจะเป็นถุงใส่ซากสัตว์ป่าบางชนิด ที่กลุ่มของนายเปรมชัยซุกซ่อนเอาไว้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่นำถุงดำออกมาจากจุดเกิดเหตุ และวางเอาไว้ที่ สภ.ทองผาภูมิ ต่อมาถุงดำได้หายไปจำนวนหนึ่ง และมาทราบภายหลังว่า มีผู้มาเก็บขยะและนำไปทิ้งที่บ่อขยะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันค้นหาจนพบถุงดำต้องสงสัย 4 ถุง จึงเก็บมอบให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 นำไปตรวจหารอยนิ้วมือแฝง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนในคดีต่อไป

ตร.ยันไม่มีมวยล้มต้มคนดู

ด้านพ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน และได้สอบปากคำ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ที่ผ่านมา ในส่วนของนายเปรมชัย นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี คนขับรถนายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี และนางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี แม่ครัว อยู่ระหว่างนัดหมายเพื่อที่จะสอบปากคำ คาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า แต่ต้องประสานผ่านทางทนายความ และขึ้นอยู่กับว่าทางนั้นจะสะดวกวันไหน รวมทั้งเรื่องสถานที่ด้วยที่ต้องนัดหมายกันล่วงหน้า

ส่วนเรื่องเขม่าดินปืน รวมทั้งหลักฐานต่างๆ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บวัตถุพยานจากเสื้อผ้า และตามร่างกายของ ผู้ต้องหาไปทั้งหมดแล้ว ยังคงเหลือเพียงแค่รอผลการพิสูจน์เท่านั้นว่าจะออกมาวันไหน แต่เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งสำนวนถึงอัยการให้เร็วที่สุด เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก สำหรับการรวบรวมพยานหลักฐานอาจจะล่าช้าไปบ้าง เพราะต้องรอผลการพิสูจน์พยานวัตถุ เช่น ผลพิสูจน์พยานของกลาง หรือพยานวัตถุอะไรบางอย่าง ซึ่งผลอาจจะออกมาช้าได้ แต่เราก็จะพยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้ทุกฝ่ายก็ได้เร่งรัดมาอยู่แล้ว

“ถามว่าคดีนี้เป็นคดีที่มีกระแสสังคมค่อนข้างแรง เกรงว่าจะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่มี เพราะทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามหลักฐาน ซึ่งมันจะผิดจากข้อเท็จจริงไปไม่ได้ เพราะเมื่อพยานหลักฐานออกมาว่าอย่างไรต้องว่าไปตามนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจของเรานั้นมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน วิเคราะห์พยานหลักฐาน รวมทั้งสอบปากคำพยาน และส่งความเห็นให้กับอัยการ ในส่วนที่ขาดก็ขึ้นอยู่กับอัยการที่จะตรวจสอบว่าพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่นั้นครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ หากพร้อมอัยการก็จะมีคำสั่งฟ้องไป หรือหากไม่ครบอาจจะส่งเรื่องกลับมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้หาพยานวัตถุ หรือสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม”

ผู้สื่อข่าวถามว่า เข้ามาทำคดีผู้บริหาร ระดับบิ๊กของบริษัทอิตาเลียนไทยหนักใจหรือไม่ พ.ต.อ.พูนศักดิ์ตอบว่า ไม่เคยหนักใจเลยเพราะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับพื้นฐาน คือยึดเอากฎหมายเป็นหลัก เราทำตามกฎหมาย เพราะกฎหมายให้อำนาจให้ขอบเขตเท่าไหร่ เราก็ทำตามนั้น ที่ผ่านมาตั้งแต่เคยทำคดีทุกเรื่องราวไม่เคยหนักใจ ไม่เคยมีปัญหา และไม่เคยตกใจแม้แต่ครั้งเดียว เพราะว่าสิ่งแรกที่เราต้องยึดถือนั่นก็คือกฎหมาย อีกทั้งไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย ที่ผ่านมาการทำคดีเราไม่ได้ยึดตามกระแส แต่ทำตามหลักฐานที่มีอยู่

นิสิต-น.ศ.นัดแสดงพลัง

วันเดียวกัน นายกิติพงษ์ วงค์สาม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาชีววิทยา คณะวิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพะเยา ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยพะเยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา เครือข่ายนักศึกษาชมรมอนุรักษ์แห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้อง 4 ประการ ประกอบด้วย

1. ความผิดของนายเปรมชัย กรรณสูตและพรรคพวก ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมกันของสังคม ไม่ว่าจะเป็นใคร จะจนหรือรวยค้ำฟ้า ความผิดย่อมเป็นความผิด อย่าลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

2.เราอยากให้เกิดการตรวจสอบว่ามี เจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจคนใดในกรม อุทยานฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ 3.เราจะติดตามคดีนี้อย่างจริงจัง และหากภายใน 7 วัน ยังไม่มีความคืบหน้าเครือข่ายจะมีการทวงถามต่อไป

4.เราขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการติดตาม ตรวจสอบและดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อสังคม ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายกิติพงษ์กล่าวว่า ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ เครือข่ายฯ นัดจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ขึ้นในกรุงเทพฯ เพื่อประกาศทางสื่อพร้อมกันทั่วประเทศ และทุกมหาวิทยาลัยที่มีชมรมอนุรักษ์ฯ เป็นสมาชิกเครือข่ายฯ จะทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในสถาบัน เพื่อเรียกร้องให้ทุกคนร่วมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า เพื่อให้ความหลากหลายทางชีวภาพมีความยั่งยืนไว้ให้ลูกหลานสืบไป หากมนุษย์เข้าไปคุกคามหรือทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ธรรมชาติจะหวนกลับมาลงโทษมนุษย์ ดังนั้นทุกคนต้องร่วมกันอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้อยู่คู่กับประเทศตลอดไป

“สำหรับชมรมอนุรักษ์ฯ ของ มพ. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 จะมีการทำกิจกรรมของชมรมอนุรักษ์ฯ เชิงสัญลักษณ์ โดยจะมีการใส่หน้ากากเสือเพื่อระลึกถึงเสือดำที่ถูกฆ่า และโพสต์อิท เรียกร้องให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า และให้กำลังใจแก่ผู้ที่พิทักษ์ปกป้องผืนป่าของชาติให้ทำหน้าที่ต่อไปอย่างกล้าหาญ” นายกิตติพงษ์กล่าว

นักกฎหมายชี้ไม่ยิงเองก็ผิด

วันเดียวกัน นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะนักกฎหมาย กล่าวถึงการดำเนินคดีนายเปรมชัยและพวกว่า ตามกระบวนการทางกฎหมาย ต้องพิจารณาสำนวนจากพนักงานสอบสวนว่า มีการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยระบุพฤติการณ์อย่างไร ว่าเป็นลักษณะผู้กระทำผิด ตัวการที่ร่วมรู้เห็น เป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด หรืออยู่ในเหตุการณ์ที่ร่วมสนับสนุน ยกตัวอย่างคดี สองบุคคลขี่รถจักรยานยนต์ ไปยิงผู้อื่นเสียชีวิต โดยคนซ้อนท้ายรถเป็นมือปืน ซึ่งคนขี่รถก็อยู่ในเหตุการณ์และพาไป ถ้าจะอ้างไม่รู้เห็นถือเป็นข้อต่อสู้ที่กล่าวอ้าง

แต่ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีส่วนร่วมก็อาจเข้าข่ายความผิดหากมีพฤติการณ์เป็นตัวการร่วม หรือเป็นผู้ใช้ให้ทำ โทษจะเท่ากับมือปืน แต่หากเป็นผู้สนับสนุนโทษจะลดหลั่นลงมา ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคน ส่วนพยานหลักฐานที่ปรากฏทางสื่อ อาทิ ลักษณะการสวมใส่เสื้อผ้าเฉพาะ การเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ก็ถือเป็นพยานหลักฐานหนึ่ง

เมื่อถามว่าข้อกล่าวหาในคดีลักษณะนี้มีโอกาสที่ศาลจะพิจารณารอการลงโทษหรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่าการพิจารณาคดีต่างๆ นอกจากพยานหลักฐาน ศาลจะดูพฤติการณ์ความร้ายแรง สภาพแวดล้อม สภาพสังคม ใช้ประกอบการพิจารณาด้วย ส่วนความเสียหายในคดีนี้อัยการสามารถยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากคดีอาญาได้ ซึ่งหน่วยงานรัฐถือเป็นผู้เสียหาย

ส่วนกระแสข่าวว่านายเปรมชัยเดินทางไปแนวชายแดนอาจเดินทางออกนอกประเทศ นายสราวุธกล่าวว่า นายเปรมชัยได้รับการปล่อยตัวในชั้นฝากขังโดยไม่มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศในการประกันตัว สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ แต่ในทุกคดีหากเห็นว่ามีพฤติการณ์ที่อาจหลบหนีพนักงานสอบสวนมีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลขอกำหนดเงื่อนไขได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ขณะนี้ต้องรอให้นายเปรมชัยมาตามนัดรายงานตัวครบกำหนดฝากขังครั้งแรก แต่หากไม่เดินทางมาโดยไม่มีเหตุผลสมควรจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือการออกหมายจับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน