คุณแม่ชาวอินเดีย กลัวโควิด-19 ขังตัวเองและลูกชายนาน 3 ปี ไล่สามีจากบ้านเพราะต้องออกไปทำงานข้างนอก สุดท้ายต้องให้ตำรวจช่วย
โรคโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคนทั่วโลกไปตลอดกาล ระลอกแรกของการระบาดผู้คนต่างหวาดกลัวและกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองและคนในครอบครัว เพราะยังไม่มีการรักษาและป้องกันที่ชัดเจน จนกระทั่งเวลาผ่านไปคนก็ปรับตัวได้มากขึ้น
แต่สำหรับบางคนความกังวลก็ยังไม่หายไป ดังเช่นที่สื่อต่างประเทศรายงานเรื่องราวของคุณแม่ชาวอินเดียคนหนึ่งที่ขังตัวเองกับลูกในอพาร์ตเมนต์เป็นเวลา 3 ปี
คุณแม่วัย 36 ปี ตัดขาดตัวเองและลูกชายจากโลกภายนอกเมื่อการระบาดเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากตระหนกกับจำนวนการแพร่เชื้อและชีวิตของคนอินเดียในปี 2563 เธอคิดว่าการตัดขาดการติดต่อทั้งหมดกับโลกภายนอกคือวิธีเดียวที่จะปกป้องลูกชายของเธอได้
ซึ่งตอนนั้นลูกชายอายุ 7 ขวบ และสามียังถูกบังคับให้อยู่ในบ้านตลอดเวลา แต่เมื่อเขาเริ่มออกไปทำงานหลังจากมาตรการล็อกดาวน์สิ้นสุดลงก็ถูกห้ามไม่ให้กลับเข้ามาอีก เพราะถูกตัดขาดจากครอบครัวมานานหลายปี ในที่สุดเขาก็ขอความช่วยเหลือจากตำรวจเมื่อไม่นานมานี้
สุจัน มาจิ ซึ่งเป็นวิศวกรบอกกับตำรวจว่า ภรรยาของเขาขังตัวเองอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของครอบครัวเป็นเวลา 3 ปี และเขาต้องเช่าที่อื่นอยู่หลังจากถูกห้ามไม่ให้เข้าบ้าน สามีหวังว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าต้องการความช่วยเหลือจากภายนอก
เมื่อตำรวจได้ยินเรื่องราวเป็นครั้งแรก พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ ดังนั้นจึงโทรหาภรรยาเพื่อยืนยันและพบว่าเป็นจริงตามที่สามีเล่า
ฝ่ายหญิงเสริมว่าลูกชายวัย 10 ขวบของเธอ “แข็งแรงดี” เจ้าหน้าที่ถามว่าสามารถยืนยันความเป็นอยู่ของเด็กชายผ่านทางวิดีโอคอลได้ไหม และนั่นทำให้ตำรวจตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์ ไม่เพียงแต่บ้านจะรก มีกองขยะเต็มไปหมด แต่เด็กชายยังดูไม่ค่อยเรียบร้อย มีผมยาวเลยไหล่
แม่มีความเชื่อว่าถ้าปล่อยให้ลูกชายออกจากบ้าน เขาจะตายทันที แต่เจ้าหน้าที่ก็พยายามคุยและเกลี้ยกล่อมจนในที่สุดก็เข้าไปช่วยได้
เมื่อพวกเขาเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ก็ต้องตกตะลึง มีกองขยะอยู่ทุกหนทุกแห่ง ชั้นดินหนาปกคลุมทุกพื้นผิว และผนังถูกเขียนด้วยภาพวาด ทั้งแม่และลูกชายวัย 10 ขวบต้องเข้ารับการรักษาในแผนกจิตเวช ฝ่ายพ่อหวังว่าชีวิตของพวกเขาจะกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน
ที่มา: odditycentral

