คดีสุดสลดในประเทศจีน ทารกถูกทิ้งไว้ในห้องเก็บศพนาน 8 วัน โชคดีที่มีพยาบาลไปเจอ สุดท้ายตำรวจสืบจนรู้ความจริง พ่อแท้ ๆ แอบเอามาทิ้ง
เว็บไซต์ sohu ได้รายงานเรื่องราวสุดสะเทือนใจทีเกิดขึ้นในประเทศจึนเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ในช่วงกลางดึกวันที่ 14 กรกฎาคม มีพยาบาลหญิงซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้ยินเสียงร้องของเด็กดังขึ้น
ด้วยความที่ทำงานมาทั้งวัน พยาบาลสาวคิดว่าตัวเองคงง่วงเกินไปจนมีอาการประสาทหลอน หูแว่ว แต่หลังจากตั้งใจฟัง เธอก็พบว่าเป็นเสียงเด็กทารกกำลังร้องอยู่จริง ๆ
เธอรู้สึกแปลกมาก เพราะเพิ่งตรวจดูวอร์ดและเด็กทารกทุกคนนอนหลับสนิท อย่างไรก็ตามหลังผ่านไป 2 ชั่วโมง เด็กก็ยังร้องไม่หยุดราวกับไม่มีคนคอยดูแลเด็ก เธอจึงพยายามจะเดินหาที่มาของเสียง แต่อยู่ ๆ เสียงก็เงียบลงไป
ด้วยบรรยากาศของโรงพยาบาล ก็ทำเอาพยาบาลสาวอดหลอนไม่ได้ กระทั่งตี 5 เธอก็ได้ยินเสียงเด็กร้องขึ้นอีกครั้ง จึงตัดสินใจชวนเพื่อนร่วมงานอีก 2-3 คน ออกตามหาที่มาของเสียงอีกรอบ
แล้วทั้งหมดก็ต้องขนลุกเพราะเสียงร้องนั้นดังออกมาจากห้องเก็บศพ จึงข่มกลั้นความกลัว เดินไปขอให้ รปภ. นำกุญแจมาเปิดห้องและเข้าไปในห้องเก็บศพด้วยกัน
ภาพตรงหน้าทำให้ทั้งคู่ตกตะลึง เมื่อเจอทารกน้อยถูกทิ้งให้นอนอยู่ตรงมุมห้อง แขนขาผอมแห้ง ราวกับไม่ได้กินนมแม่มาหลายวันแล้ว แถมยังมีรอยถูกยุงกัดอยู่เต็มตัว
หลังจากการตรวจร่างกาย แพทย์เผยว่าทารกมีอาการบาดเจ็บแค่ภายนอกเท่านั้น อวัยวะภายในไม่เสียหาย พวกเขาพบว่าทารกมีลักษณะพิการตั้งแต่กำเนิด โดยมือทั้ง 2 ข้างและขาอีก 1 ข้าง พบว่านิ้วของทารกเชื่อมอยู่ติดกัน ทำให้พวกเขาเชื่อว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกถูกทอดทิ้ง
ก่อนสืบสวนพบความจริงว่า พ่อของเด็กขอร้องให้พนักงานทำความสะอาดวัย 70 ปี แอบนำศพทารากไปไว้ในห้องเก็บศพ อ้างว่าเด็กเกิดมาพร้อมโรคไม่นานก็ตาย ไม่มีเงินรักษา
แต่ความจริงแล้วพ่อของเด็กนั้นกังวลที่ลูกเกินมาพิการเหมือนตนเอง จึงตัดสินใจนำไปทิ้ง เพราะไม่อยากให้เด็กโตมาอย่างเจ็บปวด
เด็กน้อยรักษาตัวอยู่นาน 3 วัน ก็ถูกส่งคืนสู่อ้อมอกแม่ ที่เพิ่งรู้ชะตากรรมลูกตัวเองว่าต้องอยู่ในห้องเก็บศพนาน 8 วัน ขณะที่ทางตำรวจได้จับกุมพนักงานทำความสะอาด และบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเด็กมาทิ้ง
ที่มา: sohu


