สาวโวยเพื่อนบ้านเป็นหมอฟัน สุมขยะล้นกำแพงหล่นข้ามรั้ว ส่องวงจรปิดเข้าบ้าน เจ้าของเก่าต้องขายบ้านทิ้ง คนในหมู่บ้านยังโดน ลั่น ‘จะเอาให้อยู่ไม่ได้เลย’

กรณีสาวโพสต์คลิปในโลกออนไลน์ เป็นเหตุการณ์ที่เพื่อนบ้านสะสมสิ่งของมากมาย กองถมสูงเลยกำแพงบ้าน จนร่วงหล่นใส่บ้านของผู้โพสต์ จนหวั่นจะเกิดอันตราย ซ้ำยังถูกตั้งกล้องวงจรปิดหันเข้าบ้าน แถมยังถูกเพื่อนบ้านรายนี้ตะโกนด่าทออีกด้วย

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.66 ข่าวสดออนไลน์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านประเวศ เพื่อสอบถามเหตุการณ์ดังกล่าวกับ น.ส.สุภาพร อายุ 33 ปี ผู้โพสต์คลิป พร้อมไปสอบถามเรื่องราวกับเพื่อนบ้านคู่กรณี ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกันข้างซ้ายและเป็นหลังสุดซอย พบว่าบ้านเปิดประตูรั้วทิ้งไว้ และมีรถหรูจอดชาร์จแบตเตอรี่อยู่ในโรงรถ แต่เมื่อกดกริ่งเรียกกลับไม่มีผู้ใดตอบรับ

น.ส.สุภาพร เปิดเผยว่า ตนซื้อบ้านหลังนี้และเข้ามาอยู่ตั้งแต่เดือนก.ย.2565 ซึ่งเจ้าของเดิมบอกว่า มีปัญหากันอยู่แล้ว แต่คิดว่าถ้าตัวเองย้ายเข้ามาก็คงไม่มีปัญหาอะไร จึงทิ้งเงินจองจากบ้านอื่นมาซื้อที่นี่ เพราะบ้านสวยน่าอยู่ จนวันหนึ่งพ่อแม่ตนเข้ามาอยู่ที่บ้าน ก็ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กข้างบ้าน จึงเปิดหน้าต่างมาดู ก็ถูกเพื่อนบ้านรายนี้ตะโกนมาด่าว่า “จะเปิดมามองทำไม จะเอาให้อยู่ไม่ได้เลย”

น.ส.สุภาพร กล่าวว่า เจ้าของเดิมบอกว่าเคยฟ้องร้องเพื่อนบ้านรายนี้ จนเรื่องถึงศาลและมีคำสั่งให้เอากล้องวงจรปิดทั้งหมดที่เคยส่องเข้าบ้านตนลงแล้ว แต่พอตนเข้ามาอยู่เขากลับเอากล้องมาตั้งใหม่และบอกว่าไม่ใช่กล้องเดิมที่ศาลเคยบังคับให้เอาลงไว้ ซึ่งทราบมาว่าเพื่อนบ้านคนนี้เป็นทันตแพทย์ แต่ไม่ทราบว่าอยู่อาศัยในบ้านกันกี่คน

ตนคิดว่าเหตุที่เพื่อนบ้านทำเช่นนี้ เป็นเพราะเขาซื้อบ้านหลังท้ายซอย และเขาไม่ชอบให้ใครผ่านหน้าบ้าน แม้รถแท็กซี่เข้ามากลับรถก็ถูกปาขยะ คนที่มาวิ่งผ่านก็ถูกฉีดน้ำใส่ ทุกคนในหมู่บ้านรู้กันหมด ซึ่งเดือนละครั้งจะมีเพื่อนเข้ามาหาที่บ้านตนบ้าง พอเปิดไฟตอนดึกก็ถูกส่องกล้องเข้ามา และตนก็ถูกเพื่อนบ้านต่อว่า บอกว่า “กลางคืนดึกดื่นไม่นอน คนนอนดึกจะโง่” แต่พอเพื่อนบ้านเปิดสปอร์ตไลท์สว่างรอบบ้านเอง กลับไม่เป็นอะไร

“ก่อนนี้เคยมีเรื่องแจ้งความกันไว้ 3 ครั้ง รอบแรกไปแจ้งความถูกด่าทอข่มขู่ และส่องกล้องวงจรปิดเข้าบ้าน รอบ 2 เขานำกล้องวงจรปิดมาตั้งบนกำแพงรั้วที่ติดกันและหันหน้าเข้าบ้าน จึงหยิบกล้องออก เพราะมองว่าละเมิดสิทธิ์ และตั้งใจนำไปคืนที่ศาล

แต่เขากลับปาไม้เข้ามาท่อนหนึ่งและไปแจ้งความดิฉันฐานลักทรัพย์ ก่อนไปไกล่เกลี่ยที่ สน.อุดมสุข ตำรวจถามเหตุผลว่า ทำไมต้องส่องกล้องเข้าบ้าน เขาอ้างว่าฝั่งบ้านดิฉันมีกระจก แต่บ้านเขาไม่มี เพราะเป็นกำแพง จึงวางกล้องเพื่อดูว่าดิฉันทำอะไร” น.ส.สุภาพร กล่าว

น.ส.สุภาพร กล่าวต่อว่า เขานำสิ่งของมาวางสุมข้างบ้าน ช่วงแรกเป็นหมอน ผ้าห่ม แต่หลังๆ เป็นเหล็กฐานร่มร่วงลงมา ตนจึงไปแจ้งความ แต่ตำรวจถามว่าตนบาดเจ็บหรือมีอะไรเสียหายหรือไม่ ก็สงสัยว่าต้องรอให้เจ็บก่อนหรือ เพราะถ้าเหล็กนี้ร่วงให้หัวคงน็อกแน่ๆ

ตำรวจแนะนำให้ไปแจ้งสำนักงานเขตประเวศ เพื่อนำสิ่งของลง รวมถึงแผ่นสังกะสีที่มากองข้างกำแพง ตนก็ประสานฝ่ายนิติบุคคลของหมู่บ้านอีกทาง ปรากฏว่าเพื่อนบ้านก็บอกว่า “ไม่สะดวกเอาของลงให้ และของที่ร่วงมาก็ให้ไปคืนด้วย ไม่ต้องพูดคุยกันอีก มีอะไรให้เขียนจดหมายแจ้งมา”

“วานนี้เพิ่งไปตามเรื่องที่สำนักงานเขต เพราะเรื่องผ่านมานานจนสิ่งของร่วงลงมาจะหมดแล้ว ทั้งยังโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จากนี้คิดว่าจะปรึกษากับแฟนก่อนว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อ คิดว่าศาลคงทำให้เขาหยุดทำพฤติกรรมเช่นนี้ได้

ส่วนระยะยาวคาดว่าจะสร้างกำแพงทึบ แต่เขตต้องเข้ามาดูและนำของลงให้ก่อน เพราะดิฉันก็ทำงานเก็บเงินมา ไม่อยากจะขายบ้านหนีไป และหากยังเป็นเช่นนี้ คนที่เข้ามาอยู่ใหม่ก็ยังต้องเจอปัญหาเดิมต่อ” น.ส.สุภาพร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน