กลับบ้านเรานะ สามีขออยู่ทำงานต่อ เมียวอนทั้งน้ำตาให้ออกจากอิสราเอล เลือกชีวิตไม่เอาเงิน มีเงินแล้วไม่ได้ใช้จะหาไปทำไม
จากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล หลังการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธฮามาส ที่เปิดฉากโจมตีอิสราเอลรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ยังคงยิงจรวดจากฉนวนกาซาเข้าใส่พื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคนไทยเสียชีวิตแล้ว 12 ราย บาดเจ็บอีก 8 ราย และถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
สำหรับความคืบหน้า วันที่ 9 ต.ค.66 น.ส.เบ็ญจมาศ หรือนิว อาจหาญ ภรรยาของนายธีรพร หรือก้อง ถาวงษ์กลาง หนึ่งในแรงงานไทยในอิสราเอลที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ในอิสราเอล กล่าวว่า สามีเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลเมื่อเดือนมี.ค.65 ถึงปัจจุบันนับได้ประมาณ 1 ปี 6 เดือน
น.ส.เบ็ญจมาศ เล่าว่า วันเกิดเหตุพูดคุยกับสามีตามปกติ โดยสามีแจ้งว่ามีการสู้รบ จึงบอกสามีให้ไปซ่อนตัว ภายหลังได้รับข้อความว่าได้รับบาดเจ็บ ตนตกใจมาก แต่ติดต่อไม่สะดวก เนื่องจากสามีบอกว่าหลบอยู่ในบังเกอร์ ทำให้สัญญาณไม่ดี ตนเป็นห่วงมาก บอกสามีให้ระวังตัว ทั้งหารือว่าจะขอให้สามีกลับมาดีหรือไม่ ภายหลังทราบข่าวว่ารุนแรงมาก เพราะกลุ่มฮามาสบุกเข้ามาจับคนด้วย ตนจึงขอร้องสามีว่าขอให้กลับมาเถอะ ไม่ต้องอยู่แล้ว มีเงินแล้วไม่ได้ใช้จะหาไปทำไม แต่สามีบอกขอเวลาตัดสินใจ 2 วัน
น.ส.เบ็ญจมาศ เล่าทั้งน้ำตาว่า หลังจากผ่านมา 2 วันสามีก็บอกว่ายังไม่กลับ ตนถ่ายคลิปลูกสาวบอกลูกให้บอกพ่อกลับบ้านก็ไม่ได้ผล สามียังยืนยันไม่กลับ
เมื่อถามว่าหากสามีไม่กลับจะทำอย่างไร น.ส.เบ็ญจมาศ บอกว่า ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้พ่อแม่ของตน และพ่อแม่นายธีรพรเองก็ขอให้กลับด้วยความเป็นห่วง แต่นายธีรพรก็ยังไม่ยอมรับปาก สามีคงคิดว่าหากเป็นไรไปก็จะมีเงินประกันให้ลูกเมียได้ใช้จ่ายได้มากพอควร