หัวอกพ่อเล่าทั้งน้ำตา ห่วงลูกสาวทำงานในฉนวนกาซา ต้องหลบซ่อนตัว วอนช่วยกลับบ้าน กลัวโดนจับเป็นตัวประกันด้วย
จากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล หลังการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธฮามาส ที่เปิดฉากโจมตีอิสราเอลรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ยังคงยิงจรวดจากฉนวนกาซาเข้าใส่พื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคนไทยเสียชีวิตแล้ว 12 ราย บาดเจ็บอีก 8 ราย และถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
สำหรับความคืบหน้า วันที่ 9 ต.ค.66 นายชาติชาย ก่อคุณ อายุ 60 ปี ชาวมุกดาหาร พ่อของแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล เปิดเผยว่า ลูกสาวติดต่อมาว่าเมืองที่ทำงานอยู่นั้น ห่างจากพรมแดนเมืองฉนวนกาซาประมาณ 5 กิโลเมตร ที่อยู่ในการควบคุมของกองกำลังฮามาส ตอนนี้ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ห่างจากจุดปะทะที่เกิดเหตุประมาณ 5 ก.ม. ซึ่งยังไม่สามารถไปไหนได้ ตนในฐานะผู้เป็นพ่อ รู้สึกเป็นห่วงลูกสาวมาก เกรงว่าลูกสาวจะหลบซ่อนตัวอยู่ได้สักกี่วัน เนื่องจากกองกำลังอิสราเอลยังไม่สามารถยึดครองพื้นที่กลับคืนมาได้ ไม่มั่นใจเกรงว่าลูกสาวจะถูกจับเป็นตัวประกันในโอกาสต่อไปหรือไม่
“อยากขอวิงวอนให้รัฐบาล สถานทูต ขอให้การช่วยเหลือคนไทย ไม่ใช่เพียงลูกสาวผมที่อยู่ตรงนั้น เท่าที่ทราบพื้นที่นั้นมีประชาชนที่ประสบเหตุอยู่ประมาณ 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนที่ทำงานอยู่บริเวณชายแดนฉนวนกาซา ขอให้ช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านั้นออกมาจากพื้นที่ให้ปลอดภัยด้วย ที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุกลุ่มฮามาสถล่มยิง ก็สามารถติดต่อลูกสาวได้เป็นครั้งคราว เนื่องจากสัญญานโทรศัพท์จะถูกตัดสัญญานเป็นระยะ และลูกสาวยังแจ้งว่าจะถูกตัดน้ำอีกด้วย ตอนนี้รู้สึกเป็นห่วงลูกสาวมากๆ ล่าสุดได้คุยกับลูกบอกว่าอยากกลับบ้านมาก”