ชักสนุก อ.เจษฎา รับคำท้า ปีหน้าถ่ายทุกมุม พิสูจน์ความจริง ‘บั้งไฟพญานาค’ โทรมานัดที่จุฬาฯได้เลย แต่ไม่ขอวางเดิมพัน 1 ล้านบาท

กลายเป็นข้อถกเถียง เพื่อพิสูจน์หาความจริงว่า บั้งไฟพญานาค เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือ เกิดขึ้นเพราะฝีมือมนุษย์

โดย ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็น ระบุว่า “จะพูดเรื่องบั้งไฟพญานาคทุกปี จนกว่าคนจะเลิกอ้างเรื่อง ลูกแก๊สติดไฟพุ่งขึ้นฟ้าจากน้ำ (ซึ่งไม่จริง)”

บั้งไฟพญานาค

โดยที่ก่อนหน้านี้ อ.เจษฎา แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ว่า หลายครั้ง ที่ “บั้งไฟพญานาค” ไม่ได้เกิดขึ้นในคืนที่จันทร์เต็มดวงที่สุด (15 ค่ำ เดือน 11) แต่กลับเกิดขึ้นในคืนหลังจากนั้น … ซึ่งมีแต่เพียงมนุษย์เท่านั้น ที่ทราบว่า วันออกพรรษาที่กำหนดขึ้นนั้น จะเป็นวันที่เท่าไหร่กันแน่

ดังนั้นถ้ามันเกิดขึ้นเฉพาะใน “วันออกพรรษาที่มนุษย์กำหนด” มันก็น่าจะมาจากเงื้อมมือของมนุษย์อย่างแน่นอน

ต่อมา นายบุญมา พันดวง คหบดีในบึงกาฬ กล่าวว่า ขอท้า ดร.เจษฎา มาพิสูจน์ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ กรณีเกิดบั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษา ที่ท่านบอกว่าเป็นการยิงกระสุนส่องสว่างจากอาวุธปืนเอสเคจากฝั่งลาวขึ้นฟ้า ทำให้คนไทยเชื่อว่าเป็น “บั้งไฟพญานาค” ตามความเชื่อของคนไทยและลาวริมฝั่งโขง

บั้งไฟพญานาค

นายบุญมา กล่าวต่อว่า ดร.เจษฎา ไม่ต้องไปจับคนลาวที่ยิงปืนมาพิสูจน์ให้คนไทยดูก็ได้หรอก แต่ให้มานั่งดูที่ริมฝั่งโขงในเขต อ.ปากคาด ด้วยกัน โดยเชิญสื่อมวลชนส่วนกลางมาบันทึกภาพเป็นสักขีพยานด้วย เก็บภาพทุกมุม ทั้งยิงกล้องมาทางฝั่งลาวด้วย ขอร้องประชาชนหรือนักท่องเที่ยวห้ามส่งเสียงช่วงพิสูจน์ด้วยกันทั้งฝั่งไทยและลาว จะได้รู้ดำรู้แดงให้มันจบๆ ในยุคเรา

“ขอเดิมพัน 1 ล้านบาท ถ้าเป็นไปตามที่ ดร.เจษฎา วิเคราะห์หรือพิสูจน์มา แต่ถ้าเป็นไปตามความเชื่อของคนหนองคายและบึงกาฬ ดร.เจษฎา ต้องยอมจ่าย 1 ล้านบาท และยินดีจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางพร้อมอาหารที่พักให้ด้วย ถ้าตกลงตามคำท้า ขอโทรมาที่เบอร์ 09-8096-7105” นายบุญมา กล่าว

ล่าสุด ดร.เจษฎา โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าว ระบุว่า ผมชอบไอเดียวิธีการพิสูจน์ “บั้งไฟพญานาค” ของเค้านะ แต่ไม่ต้องวางเดิมพันเงินรางวัลอะไรกันหรอกครับ (ผมข้าราชการขั้นผู้น้อย ไม่มีเงินไปวางกับท่านคหบดี บุญมา เค้าด้วย)

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แค่ปีหน้า ท้องถิ่นมาช่วยกันจัดพิสูจน์เป็นเรื่องเป็นราว เชิญกองทัพสื่อทุกช่อง และผู้สนใจ ไปตั้งกล้องถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ กันเยอะๆ ดีกว่า

ผมว่า ถ้าไปบึงกาฬอาจจะไม่ค่อยเห็น ก็เลือกเอาที่จุดไหนที่ลูกไฟขึ้นเยอะๆ ให้ชัวร์ๆ ว่าไปแล้วน่าจะได้เจอ (เช่น ที่ลานพญานาค รัตนวาปี) แบ่งครึ่งหนึ่งถ่ายฝั่งไทย อีกครึ่งข้ามไปถ่ายฝั่งลาว เอาโดรนบินตรงกลางขึ้นฟ้าไปด้วย เริ่มจัดซักปี 2 ปี ก็น่าจะได้ข้อมูล “ทางวิทยาศาสตร์” ให้ไปศึกษาต่อกันได้อีกเยอะครับ

ป.ล. ปีหน้า โทรมานัด ที่ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้นะครับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน