หนุ่มเล่านาทีน้องเจอ ซูชิหมึกบลูริง เตือนเป็นอุทาหรณ์ พิษแรงกว่าไซยาไนด์ 1,200 เท่า พิษร้ายแรงกว่างูเห่าประมาณ 20 เท่า เพียงแค่สัมผัสก็สามารถได้รับพิษได้
จากกรณีผู้เฟซบุ๊ก Jukkarwut Thongluk โพสต์ภาพเตือนภัยลงในกลุ่ม “พวกเราคือผู้บริโภค” พร้อมระบุข้อความว่า “อันนี้จากร้านซูชิแถวบ้านครับ ฝากเตือนกันด้วยนะครับ ค่อนข้างจะชัดว่าเป็นวงที่หนวด ไม่ใช่ที่โคนหนวดครับผม ยังไงถ้าไม่มั่นใจแนะนำว่าไม่ให้กิน ดีที่สุดครับ”
สำหรับความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.66 นายจักรวุฒิ ทองลักษณ์ เจ้าของโพสต์ เปิดเผยกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ระบุว่า เมื่อวานนี้ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. น้องสาวที่สนิทกัน ส่งรูปซูชิหน้าปลามาถามว่า “ใช่หมึกบลูริงมั้ย” ตอนนั้นยังไม่มั่นใจว่าใช่หรือไม่ จึงส่งรูปนี้ให้เพื่อนที่จบจากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ช่วยรีเช็กให้ จากนั้นเพื่อนตอบกลับมาว่าสังเกตค่อนข้างยาก เนื่องจากป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ไม่ได้เห็นทั้งตัว ตนเลยบอกให้น้องคลี่หนวดให้ดูเพิ่มเติม ถ้าหากเป็นหมึกอิคคิว ที่สามารถกินได้จะมีวงแหวนแค่บริเวณกระพุ้งแก้ม แต่หากเป็นบลูริงจะมีวงแหวนตลอดทั้งตัวยันหนวด
ตอนนั้นตนเลยค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นหมึกบลูริง เลยให้น้องสาวแจ้งกับทางร้าน ซึ่งร้านก็ดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยส่งสินค้าล็อตนั้นกลับไปรีเช็กกับทางต้นทาง พร้อมขอโทษและบอกว่าไม่ได้แล่เอง แต่ซื้อแบบสับสำเร็จ เพื่อมาทำหน้าซูชิเท่านั้น ซึ่งตนให้น้องสาวคอมเพลนทางร้านไปแล้วว่า ควรเช็กให้ดีว่าสินค้าที่นำมาประกอบอาหารนั้นปลอดภัย ซึ่งทางร้านก็น้อมรับ ไม่มีปัญหาอะไร
อย่างไรก็ตามน้องสาวตนทานซูชิหน้าอื่นๆ ทุกคำแล้ว เหลือชิ้นนี้ชิ้นสุดท้าย และเป็นชิ้นที่ไม่มั่นใจ ซึ่งหลังจากทราบเรื่องได้สังเกตอาการน้องสาวด้วยเช่นกัน เพราะตอนนั้นตนเองตกใจ แต่น้องสาวทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะกินเข้าไปเยอะแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ถึงขั้นร้องไห้ออกมาเลย ตนพยายามปลอบว่าไม่น่าจะเป็นอะไรแล้ว เพราะเกิน 90 นาทีแล้ว แต่ก็เป็นบทเรียนว่าต่อไปจะกินอะไรก็ต้องเช็กดีๆ
“มองว่าเราควรจะโฟกัสที่ต้นทางว่าจับอย่างไร ผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง แต่ค่อนข้างเข้าใจว่า อย่างบริษัทใหญ่ๆ อาจจะใช้เครื่องจักร จึงอาจจะมีการคลาดเคลื่อนในการรีเช็กได้ แต่ที่สำคัญคือผู้บริโภคจะต้องรีเช็กได้ด้วยตัวเอง ส่วนตัวไม่ได้เชี่ยวชาญทางด้านด้านนี้ แต่ที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กนั้นก็เพื่อเตือนภัย และเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนเวลาจะทานอะไรให้สังเกต ขอย้ำว่าไม่ได้จะมาดิสเครดิตร้านค้าต่างๆ”
ตนเองแนะนำว่าสำหรับกรณีไม่มั่นใจว่าหมึกบลูริง หรือหมึกอิคคิว ให้กินแบบทั้งตัวจะชัวร์ที่สุด แต่ถ้าหากเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ที่สับมาแล้ว หากไม่มั่นใจ แนะนำว่าไม่ควรกินเลย
ส่วนหมึกบลูริงเป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งที่มีพิษค่อนข้างจะร้ายแรงมากๆ แต่คาดว่าน่าจะพิษร้ายแรงกว่างูเห่าประมาณ 20 เท่า เพียงแค่สัมผัสก็สามารถได้รับพิษได้ เพราะมีพิษกระจายอยู่ทั่วทั้งตัว อีกทั้งพิษยังรุนแรงกว่าไซยาไนด์ถึง 1,200 เท่า หากสัมผัสหรือกินเข้าไป 10-20 วินาทีแรก แล้วเกิดอาการลิ้นชา ปลายมือเท้าชา อัมพฤษ์ อัมพาต ปวดหัว หรือในบางรายอาจท้องเสียได้ หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะสามารถเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที