พ่อแม่ข้องใจ ลูกไม่ชอบให้ถ่ายรูปลงโซเชียล หมอเผยสาเหตุ วิธีแก้แนะถ้าลูกรู้ความแล้ว ให้ถามความสมัครใจก่อน เผยไม่ให้ลงรูป ไม่ได้แปลว่าไม่รัก
วันที่ 8 ม.ค.2566 เพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา โดย ‘หมอมินบานเย็น’ หรือ คุณหมอ ‘เบญจพร ตันตสูติ’ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โพสต์ข้อข้องใจของผู้ปกครองที่ลูกไม่ยอมให้นำรูปลูกลงไปในโซเชียลมีเดีย ความว่า
“คุณหมอคะ เวลาลูกทําอะไรได้แล้วเราว่ามันดีนะ เราอยากให้คนอื่นเห็นว่าลูกเรามีความสามารถ เช่น แข่งกีฬาชนะ สอบได้คะแนนดี ก็จะลงรูปในโซเชียล แต่ว่าพอโพสต์ลงเฟซกับไอจีไป ลูกไม่ชอบ บอกว่าทีหลัง แม่ต้องถามเขาก่อน บางรูปเขาไม่ชอบ คือเราก็แค่อยากบอกให้คนอื่นๆ รู้ว่าลูกเราเก่งแม่เสียใจนิดๆ ค่ะหมอ จะยังไงดี”
หมอได้ยินคำถามนี้ของคุณแม่ ก็เข้าใจความรักและความรู้สึกว่า อยากจะให้คนอื่นชื่นชมลูกของเรา อย่างที่เรารู้สึก แต่บางครั้ง ลูกก็อาจจะไม่ได้คิดแบบเราก็ได้ค่ะ
แน่นอนว่าพ่อแม่ก็เป็นพ่อแม่ แต่ลูกก็มีชีวิตของเขาที่ต้องดำเนินไป รูปๆ เดียวอาจส่งผลกระทบได้ตามมา
มีเด็กๆ หลายคนเคยเล่าให้หมอฟังว่า รู้สึกอึดอัดเวลาพ่อแม่ลงเกรดของเขาในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊กหรือไอจี แม้จะเป็นคะแนนที่ดีมาก อาจสอบได้ 4 หมด แต่เด็กบางคนไม่ได้อยากให้ใครรู้
บางคนบอกว่า กดดันว่าจะต้องทำคะแนนให้ได้ดีๆ ต่อเนื่อง เลยไม่ค่อยอยากให้ใครรู้ว่าเขาเรียนเก่ง และดูเหมือนแม่จะชื่นชมเฉพาะเวลาที่เขาได้คะแนนดี ยิ่งกดดันเข้าไปอีก
เด็กบางคนบอกว่า “พ่อแม่เคยลงรูปผมในเฟซบุ๊กตอนว่ายน้ำ แล้วเพื่อนผมมาเห็น (พ่อแม่เพื่อนเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกับพ่อแม่ของเด็ก) เพื่อนล้อผมใหญ่ เพราะผมมีพุง ล้อที่ผมมีนม (เด็กค่อนข้างอ้วน) ผมไม่ชอบเลย พ่อแม่ก็บอกว่า น่ารักออกลูก แต่ผมไม่อยากให้ลงนี่นา”
การที่ลูกมาถามเราเรื่องนี้ บอกเราตรงๆ นั่นแสดงว่าลูกของเรารู้จักเรื่องของ สิทธิส่วนบุคคล จริงๆ ในต่างประเทศ มีกฎหมายในเรื่องนี้ด้วย ถ้าหากมีใครนำรูปของคนหนึ่งไปลงเผยแพร่ในออนไลน์โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องผิดกฎหมาย เรียกกฎหมายนี้ว่า Data privacy law แต่ประเทศไทย คิดว่าเรื่องแบบนี้ทำได้ไม่ผิดอะไร จริงๆ ก็ควรจะมีความละเอียดอ่อนกันสักหน่อย
นอกจากเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ต้องระมัดระวัง เพราะมิจฉาชีพบางคนก็นำรูปลูกๆ ของเราไปแสวงหาผลประโยชน์ ยิ่งเด็กๆ ที่หน้าตาน่ารัก ถูกนำไปใช้ประกอบการโฆษณาโดยไม่ได้อนุญาต บางคนมีกรณีลักพาตัวเด็กได้ ต้องระวังทีเดียว
เริ่มต้นจากครอบครัว หากพ่อแม่จะลงรูปของลูกในโซเชียลมีเดีย ในวันที่เขาพอจะรู้ความแล้ว ก็ควรจะถามความสมัครใจก่อนว่าพ่อแม่ลงรูปนี้ลูกโอเคไหม ถ้าลูกไม่ชอบบอกได้นะ และต้องรู้จักการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเช่น ที่โพสต์ไปเป็นการลงให้ดูในกลุ่มเพื่อน หรือลงแบบสาธารณะ ถ้าเป็นสาธารณะ ก็จะเผยแพร่ได้ไม่มีข้อจำกัด ตรงนี้พ่อแม่ต้องทำเป็น
หมออยากจะบอกพ่อแม่ว่าการที่เด็กไม่ชอบที่เราลงรูปของเขา ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักเรา หรือรักเราน้อยลง เพียงแต่เขามีบางอย่างไม่สบายใจ และถ้าเราอยากเข้าใจก็ลองค่อยๆ คุยถามเขาแต่ไม่ต้องใช้อารมณ์ ไม่อยากให้คุณแม่เสียใจหรือน้อยใจไป ที่ลูกมาถามแบบนี้
เป็นกำลังใจให้พ่อแม่และลูกๆ ทุกคนนะคะ