หนุ่มชาวไต้หวัน เล่าเรื่องสะเทือนใจ ยายป่วยเป็นอัมพาต ร้องไห้ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด นึกว่าเศร้า ที่แท้มีความจริงซ่อนอยู่
ชายชาวไต้หวันคนหนึ่งได้เล่าประสบการณ์ชวนสะเทือนใจเกี่ยวกับครอบครัวของตัวเองลงบนโซเชียล ระบุว่า เขามียายที่อยู่ต่างจังหวัด เดิมทียายเคยทำงานเป็นชาวนา พอแก่ตัวลงก็ป่วยเป็นอัมพาตจากโรคหลอดเลือดในสมอง
โชคดีที่ยายมีประกันการเกษตรและรัฐบาลได้ให้เงินช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพที่รายได้น้อย ประมาณ 7,800 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นครอบครัวของลุงก็เข้ามาดูแลยาย เนื่องจากครอบครัวของเขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านเกิด
โดยป้าสะใภ้เป็นคนบริหารเงินทั้งหมด แถมก่อนหน้าลุงเสียชีวิตได้ซื้อประกันไว้ ทำให้ป้าสะใภ้ได้เงินประกันไปหลักล้านบาท แต่นั่นก็ทำให้เงินช่วยเหลือจากรัฐของยายลดลง เพราะเงินในธนาคารเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดช่วย จาก 7,800 บาทต่อเดือน เหลือเพียง 3,800 บาทต่อเดือนเท่านั้น
ครอบครัวของเขาก็ไม่ได้คิดว่ามีปัญหาอะไร เพราะป้าสะใภ้ก็ยังดูเต็มใจใช้เงินทั้งหมดดูแลยาย แต่ทุกครั้งที่ครอบครัวของเขากลับไปเยี่ยมยายที่บ้านเกิด ยายมักจะร้องไห้ในตอนที่เขากำลังจะกลับบ้าน
ตอนแรกเขาเข้าใจว่ายายคงเศร้าและไม่อยากให้ลูกหลานห่างจากบ้านเกิด เป็นอารมณ์อ่อนไหวของคนแก่ที่กำลังป่วยและเหงา
ไม่นานนักเขาก็ได้รู้ความจริงว่ามันไม่ใช่ความเศร้าหรือเหงา แต่ยายกำลังขอความช่วยเหลือ เพราะโดนทิ้งขว้างจากป้าสะใภ้ ซึ่งเรื่องนี้แดงเพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่คอยตรวจสอบตามบ้านของผู้ป่วยทนไม่ไหวกับการกระทำสุดแสนน่ารังเกียจของป้าสะใภ้
ป้าสะใภ้ใช้เงิน 3,800 บาทต่อเดือน ในการซื้อสิ่งของสำหรับดูแลยาย แต่ถ้าเงินหมดลงเมื่อไหร่ เธอก็ไม่ใยดี หยุดดูแลยายทันที ปล่อยยายทิ้งไว้กับความสกปรก ผ้าอ้อมใช้แล้วกองเต็มเตียง กระทั่งเจ้าหน้าที่มาเห็นและทนไม่ได้ ต้องควักเงินตัวเองจ่ายไปก่อน
อย่างไรก็ตาม รายได้ของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มากมาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่คนนี้จึงตัดสินใจพูดกับป้าสะใภ้เรื่องเงิน แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจ เจ้าหน้าที่คนนี้จึงโทรมาหาแม่ของเขาเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดและขอความช่วยเหลือ
นั่นทำให้เขารู้สึกเศร้าและเสียใจมาก เพราะคิดย้อนกลับไป เขาต้องเห็นยายร้องไห้ทุกครั้ง และมันเป็นน้ำตาจากการที่ยายต้องการขอความช่วยเหลือ
ที่มา: ctwant
