กรมบัญชีกลาง แจงปม ชายพิการ โยกสามล้อ จากสุโขทัย ยืนยันตัวตนขอสิทธิเบี้ยคนพิการที่ กทม. พบทะเบียนบ้านย้ายชื่อมาอยู่ที่บ้านกลาง ไม่ได้รายงานตัวกับท้องถิ่น

วันที่ 6 ก.พ.2567 จากกรณี นายมณฑล ชายผู้พิการ ถูกตัดสิทธิผู้พิการ โยกรถสามล้อมาจาก จ.สุโขทัย เพื่อจะเดินทางไปยืนยันสิทธิที่กรมบัญชีกลาง โดยใช้เวลา 3 สัปดาห์ ระยะทาง 400 กิโลเมตร มาถึง จ.พระนครศรีอยุธยา แล้ว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาไกล่เกลี่ย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า น.ส.ทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ตามที่มีชายพิการ โยกรถสามล้อจากสุโขทัยมุ่งหน้ากรมบัญชีกลาง กรุงเทพฯ เพื่อจะยืนยันตัวตนขอสิทธิ เนื่องจากตนเองถูกตัดสิทธิผู้พิการ และไม่มีบัตรประชาชน และได้รายงานข่าวการติดต่อประสานงานและการให้ความช่วยเหลือไปแล้วนั้น

กรมบัญชีกลางขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า วันที่ 5 ก.พ. 67 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเจรจากับ นายมลฑล เพื่อหาแนวทางให้การช่วยเหลือร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการเดินทาง การทำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวคนพิการที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

เพื่อดำเนินการลงทะเบียนและยื่นขอรับเงินเบี้ยความพิการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน โดยจะได้รับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป แต่นายมลฑลยังไม่ประสงค์รับการช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งจากการสอบข้อเท็จจริง สรุปได้ดังนี้

1.นายมลฑล เป็นผู้พิการที่ได้รับสิทธิเบี้ยความพิการ ตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ย.2563 และถูกระงับการรับเบี้ยความพิการตั้งแต่เดือนต.ค.2563 เนื่องจากผลการตรวจสอบข้อมูลจากกรมการปกครองประจำเดือนต.ค.2563 พบว่า นายมลฑล มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง (ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้)

โดยระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e – Social Welfare) ของกรมบัญชีกลางได้ทำการระงับการจ่ายโดยอัตโนมัติ ในเดือนต.ค.2563 พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

2.กรมบัญชีกลางทำหน้าที่ในการเบิกจ่ายและโอนเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามข้อมูลที่ได้รับจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยตั้งแต่เดือนพ.ย.2563 จนถึงปัจจุบัน กรมบัญชีกลางไม่ได้รับข้อมูลการขอเบิกเงินเบี้ยความพิการรายนายมลฑล จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่อย่างใด

ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 กำหนดให้คนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการลงทะเบียนและยื่นขอรับเงินเบี้ยความพิการด้วยตนเองต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีภูมิลำเนา ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด และมีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป

โดยมีหลักฐานพร้อมสำเนาที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยความพิการลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ดังต่อไปนี้ (1) บัตรประจำตัวคนพิการ (2) ทะเบียนบ้าน (3) สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

ที่มา : ประชาชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน