แพทย์เผย 6 สัญญาณเตือน มะเร็งหลอดอาหารระยะที่ 2 หลังผู้ป่วยชายรายหนึ่งมีอาการหายใจลำบากและอุจจาระสีดำ

สำนักข่าวอีทีทูเดย์รายงาน ชายวัย 65 ปี มีนิสัยชอบดื่ม วันหนึ่งเขาไปที่แผนกฉุกเฉินเพราะอุจจาระสีดำและมีอาการเจ็บเล็กน้อยที่หน้าอกและหน้าท้อง เมื่อเข้ารับการส่องกล้องตรวจร่างกาย พบเนื้องอกที่ส่วนล่าง ส่วนปลายกระเพาะอาหาร

ผลการตรวจชิ้นเนื้อ พบว่าตนมีเป็นเนื้องอก จากนั้นหลังจากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และการตรวจด้วยภาพโพซิตรอน ตรวจพบว่าเป็น “มะเร็งหลอดอาหารระยะที่ 2” และศัลยแพทย์ทรวงอกจึงทำการผ่าตัดทันที การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นและยังคงติดตามผลในแผนกผู้ป่วยนอก

นพ.หงจิไหล ผู้อำนวยการแผนกโรคตับและทางเดินอาหาร กล่าวว่ามะเร็งหลอดอาหารมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในผู้ชายอายุระหว่าง 50 – 70 ปี สาเหตุ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การรับประทานอาหารที่มีไนโตรซามีน อาหารที่ร้อนเกินไป และความเสียหายที่เกิดจากการกัดกร่อนต่อหลอดอาหารก่อนหน้านี้

เนื่องจากไม่มีอาการที่ชัดเจนของมะเร็งหลอดอาหารในระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงได้รับการวินิจฉัยเมื่อไปพบแพทย์เนื่องจากอาการต่าง ๆ ได้แก่

  • กลืนลำบาก
  • ไม่สามารถรับประทานอาหารได้
  • น้ำหนักลด
  • เจ็บหน้าอกหรือท้องส่วนบน
  • มีเลือดออก

นพ.หง จิไหล อธิบายว่ามะเร็งหลอดอาหารระยะเริ่มแรกสามารถผ่าตัดเอาออกได้ หากเนื้องอกอยู่ในเยื่อเมือกของหลอดอาหารผิวเผินจะสามารถผ่าตัดด้วยการส่องกล้องได้ หากเนื้องอกรุกล้ำชั้นใต้เยื่อเมือกของหลอดอาหารหรือลึกลงไปอีก จำเป็นต้องตัดทรวงอกเพื่อเอาเนื้องอกออกและสร้างหลอดอาหารขึ้นใหม่

สำหรับการรักษามะเร็งหลอดอาหารระยะลุกลาม แนะนำให้รวมการผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสีและเคมีบำบัด เพื่อเพิ่มอัตราการควบคุมโรคและอัตราการรอดชีวิต

เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร นพ.หงจิไหลแนะนำว่า ต้องเลิกสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และเคี้ยวหมาก หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไนโตรซามีน เช่น ของดองและของรมควัน และรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารอื่น ๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีให้มากขึ้นเพื่อลดอุบัติการณ์ของมะเร็งหลอดอาหาร

นพ. หงจิไหล กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าเนื่องจากมะเร็งหลอดอาหารไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตรวจพบได้เร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งหลอดอาหารจึงได้รับการวินิจฉัยอยู่ในระยะลุกลามแล้ว ดังนั้น หากรู้สึกว่าการกลืนผิดปกติและไม่ดีขึ้นเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ต้องไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อชี้แจงสาเหตุและการรักษาที่ถูกต้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน