ชวนทำความรู้จัก “โรค ALS” มัจจุราชโรคร้าย ที่ทำให้นักแสดงกัปตันมาร์เวล “เคนเน็ธ มิตเชลล์” ต้องรักษาตัวยาวนาน ก่อนเสียชีวิตลง
นับเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงฮอลลีวูด เมื่อนักแสดงดัง “เคนเน็ธ มิตเชลล์” หนึ่งในนักแสดงจากซีรีส์เรื่อง “Star Trek: Discovery” และภาพยนตร์ “กัปตันมาร์เวล” (Captain Marvel) ของค่ายมาร์เวล ได้เสียชีวิตแล้ว ในวัย 49 ปี
หลังจากต่อสู้อาการป่วยโรค ALS (Amyotrophic lateral sclerosis) มานานหลายปี
อ่านต่อ : ช็อกวงการ “เคนเน็ธ มิตเชลล์” นักแสดงกัปตันมาร์เวล เสียชีวิตแล้ว

ท่ามกลางความอาลัยของแฟนทั่วโลก ทีมข่าวออนไลน์ จึงใช้โอกาสนี้พาไปทำความรู้จักกับ “โรค ALS” ” มีสาเหตุเกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน รักษาหายได้หรือไม่
รวมทั้งวิธีป้องกันดูแลร่างกายของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวดังนี้
โรค “Amyotrophic Lateral Sclerosis : ALS” หรือที่หลายคนรู้จัก ในชื่อ “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง”
เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ (Motor Neurone Disease)
ส่วนคำว่า “กล้ามเนื้ออ่อนแรง” เป็นอาการของโรคที่ทำให้กล้ามเนื้อตามแขน และขาค่อย ๆ อ่อนแรงลง ไม่ใช่ชื่อจำเพาะ

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุ ของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ชัดเจน แต่พบว่า เกิดจากหลายเหตุปัจจัย เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อนของสารพิษ
อายุเฉลี่ยที่เกิดขึ้นของโรคอยู่ระหว่าง 60-65 ปี ดังนั้นโอกาสที่จะพบโรค ALS ในคนอายุมากจึงมีมากกว่าในคนอายุน้อย
โดยทั่วไปแล้วมักพบโรค ALS ในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึง 1.5 เท่า แต่มีโอกาสเสี่ยงน้อยมากที่จะเกิดโรคในรุ่นลูกรุ่นหลาน

ทั้งนี้ผู้ป่วย ALS จะมีอาการ 3 ระยะ คือ ระยะเริ่มต้น จะรู้สึกว่า มือ เท้า แขนขาอ่อนหรือไม่มีแรง เช่น เดินแล้วล้มบ่อย ยกแขนข้างใดข้างหนึ่งไม่ขึ้น จากนั้นอาการจะเริ่มรุนแรงขึ้น โดยมีอาการกล้ามเนื้อแขนและขาลีบ รับประทานอาหารลำบาก พูดไม่ชัด
ระยะที่สอง อาการจะหนักขึ้นจนลามไปถึงระบบหายใจ ทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีอาการเหนื่อยง่ายจากกล้ามเนื้อช่วยหายใจอ่อนแรง
และระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องให้อาหารและน้ำทางสายน้ำเกลือ และอาจเสียชีวิตเนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว
สำหรับวิธีการรักษา โรค ALS จะเป็นการรักษาตามอาการและเน้นการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ดังนั้นความหวังของผู้ป่วยในการที่จะรักษาให้หายขาดต้องหมดลง เนื่องจากโรคนี้ไม่มีทางรักษาให้หายได้ เพราะเป็นโรคความเสื่อมของเซลล์ประสาท มีเพียงแต่การให้ยาเพื่อชะลอโรคให้เซลล์เสื่อมช้าลง
ในที่สุดแล้วผู้ป่วยทุกคนก็จะเข้าไปสู่ทางเดียวกัน ก็คือ เคลื่อนไหวไม่ได้ พูดไม่ได้ กลืนลำบาก จนเสียชีวิตในที่สุด
วิธีการป้องกัน : เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริง ทำให้ไม่สามารถป้องกันได้ ควรดูแลสุขภาพตนเองให้ดี
หากมีอาการเจ็บป่วยควรรีบพบแพทย์ทันที หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักเกินไป ควบคุมความเครียด
หลีกเลี่ยงการรับหรือสัมผัสกับยาฆ่าแมลงหรือพวกโลหะหนักและรังสีรุนแรง ซึ่งจะกระตุ้นทำให้เซลส์เสื่อมสภาพและตาย กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ขอบคุณข้อมูล : กรมการแพทย์ , โรงพยาบาลศิศรินทร์

