อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งฟัน เจ้าของลูกเสือโคร่ง-ลูกสิงโต โทษสูงสุด คุก 5 ปี ปรับ 5 แสน ฟาร์มเพาะเลี้ยง คุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่น สัตวแพทย์ ศูนย์ฯบึงฉวาก ดูแลต่อ

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 พ.ค.2567 สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า

บึงฉวาก ได้รับมอบลูกเสือโคร่ง เพศเมีย 1 ตัว อายุประมาณ 3-4 เดือน จากหัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 ( กระบกคู่ ) และเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เรียบร้อยแล้ว ทางบึงฉวากมีความพร้อม มีเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการดูแลลูกเสือและลูกสิงโตเป็นอย่างดี

อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งฟัน เจ้าของลูกเสือโคร่ง-ลูกสิงโต โทษสูงสุด คุก 5 ปี ปรับ 5 แสน

อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งฟัน เจ้าของลูกเสือโคร่ง-ลูกสิงโต โทษสูงสุด คุก 5 ปี ปรับ 5 แสน

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ในส่วนของคดี ลูกเสือโคร่ง ที่เดิมทีเจ้าของอ้างว่าเป็นไลเกอร์ ที่เป็นสัตว์ผสมระหว่าง เสือกับสิงโตนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายนั้น

ได้สั่งการชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) และชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 ภายใต้การอำนวยการของนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า

โดยส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา ตำรวจบก.ปทส. ฝ่ายปกครองอำเภอบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการตรวจยึดจับกุมผู้ลักลอบครอบครอง โดยได้จับกุมผู้ต้องหาคือ นายโยธิน (สงวนนามสกุล)

นายอรรถพล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ ได้ตรวจยึดสัตว์ป่าของกลาง คือ ลูกเสือโคร่ง 1 ตัว ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายโยธิน กระทำผิดตามมาตรา 15 ฐาน “ปล่อยเป็นอิสระซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง (ลูกเสือโคร่ง) พ้นจากการดูแลของตน” มีโทษตามมาตรา 91 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กระทำผิดตามมาตรา 17 ฐาน “ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง (ลูกเสือโคร่ง) โดยไม่ได้รับอนุญาต” มีโทษตามมาตรา 92 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐาน “ครอบครองสัตว์ป่าควบคุม (ลูกสิงโต) โดยไม่ได้รับอนุญาต”มีโทษตามมาตรา 90 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าควบคุม (สิงโต) กระป๋องสี ไลออน ซู จ.นครปฐม กระทำผิดตามมาตรา 19 วรรคสอง ฐาน “ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการแจ้งการรับแจ้ง ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด คือ มีการ เคลื่อนย้ายลูกสิงโตโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามมาตรา 91 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยเจ้าหน้าที่ได้ ควบคุมนายโยธิน พร้อมตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง และสัตว์ป่าควบคุม ตามชนิดและจำนวนดังกล่าว นำส่งสภ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขอให้พนักงานสอบสวนเรียกเจ้าของฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าควบคุม (สิงโต) กระป๋องสี ไลออน ซูม จ.นครปฐม มารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีต่อไป

อ่าน : บุกยึดแล้ว ลูกสิงโต-ลูกเสือโคร่ง พบได้มาไม่ถูกต้อง หลังเจ้าของบอกเพนต์สี-ตัวเดียวกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน