เป็นเรื่องที่ถกเถียงทางประวัติศาสตร์พอสมควร สำหรับประวัติของ คอนสแตนติน ฟอลคอน หนุ่มชาวกรีกที่มาได้ดิบได้ดีที่เมืองไทย โดยฉากในละคร บุพเพสันนิวาส ได้ทำเนื้อหาเกี่ยวกับหนุ่มชาวกรีกผู้นี้ ได้อย่างสนุกน่าติดตาม ส่วนเรื่องที่มีการถกเถียงนั้นก็คือ จริงๆ แล้ว ฟอนคอน ผู้นี้เป็นคนอย่างไรกันแน่ ดีหรือไม่ดี

โดยหลังจากละครออนแอร์ก็พบว่า มีการเขียนถึงประวัติศาสตร์ในช่วงดังกล่าวจำนวนมาก หนึ่งในนั้น เพจ จิต ศรัทธา ได้เผยแพร่ มุมมองในส่วนของฟอนคอน ซึ่งอ้างอิงจาก ประวัติมิสซังกรุงสยาม ค.ศ. 1662-1811 โดย บาทหลวง อาเดรียง โลเน คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส ซึ่งพบว่า มีการเขียนถึง ว่า ฟอนคอนนั้น ช่วยแก้ไขร่างสนธิสัญญาการเผยแพร่ศาสนา โดยเติมข้อความป้องกันการเข้ารุกล้ำทางการเมืองของฝรั่งเศสอย่างชัดเจน โดยให้เน้นเผยแผ่ศาสนาจริงๆ

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ฟอลคอนร่วมมือกับขุนหลวงนารายณ์ แก้สนธิสัญญาทางศาสนาคริสต์กับฝรั่งเศส เพื่อป้องกัน การใช้ศาสนาเป็นเหตุยึดสยาม + ในขณะที่ละครบุพเพสันนิวาส สร้างฟอลคอนเป็นตัวร้ายตัวเลว พระนารายณ์หูเบาเชื่อฝรั่ง และขุนนางไทยล้วนแต่รักชาติเป็นคนดี แต่ในเอกสารทั้งหลายของฝรั่งเศสเอง กลับมองฟอลคอนว่า เจรจาอะไร ก็แอบเอาประโยชน์สยามเป็นที่ตั้ง ทั้งไม่จริงใจเลยในแผนการเข้ามีอำนาจเหนือสยามของพระเจ้าหลุยส์ที่14

เอกสารสำคัญฉบับหนึ่งที่บ่งบอกว่า ฟอลคอนแก้ไขร่างสนธิสัญญาการเผยแพร่ศาสนา โดยเติมข้อความป้องกันการเข้ารุกล้ำทางการเมืองของฝรั่งเศสอย่างชัดเจน โดยให้เน้นเผยแผ่ศาสนาจริงๆ ทั้งวางหมากเล่ห์กล ตอน มองซิเออร์ โชม็องต์ ราชทูตฝรั่งเศสยังอยู่ก็แกล้งทำเป็นเข้าข้างเห็นดีเห็นงามกับทางฝรั่งเศส แต่รอ ให้ราชทูตฝรั่งเศสกลับไปก่อนจึงเอาร่างแก้ที่ตัวเองเติมข้อความป้องกันสยาม ออกมาให้เหล่ามิชชันนารีฝรั่งเศสเซ็นต์

ในหนังสือ ประวัติมิสซังกรุงสยาม โดยบาทหลวง อาเดรียง โลเน คณะมิสซังต่างประเทศกรุงปารีส ได้บันทึกเหตุการณ์ช่วง ค.ศ. 1685 ไว้ว่า

“ในที่สุดฟอลคอนก็เสนอตัวบทของสนธิสัญญา แต่เสนอมาอย่างไรท่านทราบไหม เขาคอยให้เดอ โซมองต์ ลงเรือ..เขาจึงส่งสนธิสัญญามา…

โดยในข้อหนึ่ง อนุญาตให้เทศน์สอนคาทอลิกและถือได้

ฟอลคอนก็เติมว่า “โดยมีเงี่อนไขว่า พวกมิชชันนารีต้องเพียงเทศน์สอนบทบัญญัติของพระเจ้าเท่านั้น จะเพิ่มข้อเปลี่ยนใหม่ที่ทำให้ประชาชนต่อต้านรัฐบาลและบทบัญญัติของประเทศ โดยอ้างเหตุใดๆไม่ได้ ในกรณีที่มิชชันนารีผู้หนึ่งผู้ใดประพฤติฝ่าฝืนข้อนี้ พระเจ้าแผ่นดินถือว่า เอกสิทธิข้อนี้เป็นโมฆะ มิชชันนารีผู้นั้นต้องถูกเนรเทศกลับฝรั่งเศส จะกลับมากรุงสยามไม่ได้ มิฉะนั้นจะต้องโทษประหาร”

ข้อสอง อนุญาตให้สอนวิชาความรู้ “ที่ไม่เกี่ยวกับการปกครองและกฎหมายของประเทศ” แต่ข้อนี้มีข้อแม้และบทลงโทษเดียวกับข้อหนึ่ง…

…ข้อห้า ให้ตั้งขุนนางผู้หนึ่งเป็นผู้ชำระเรื่องคดีของพวกคริสตัง ขุนนางนั้นจักต้องขอความเห็นจากผู้พิพากษาคนหนึ่งของพระเจ้าแผ่นดิน (ข้อนี้ ทำขึ้นเพื่อยืนยันว่า การเปลี่ยนศาสนาไม่ได้เปลี่ยนสัญชาติ คริสตชนสยามจะยังอยู่ใต้กฏหมายและปกครองของพระเจ้ากรุงสยาม) ”

คุณพ่อเดอ ลีออน คณะมิชชันนารีเมื่อพิจารณาสนธิสัญญาฉบับนี้ถึงกับกล่าวว่า

“ข้าพเจ้าไม่เชื่อเลยว่าพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงประทานพระดำริประทานเอกสิทธิ์เหล่านี้ ยิ่งกว่านั้นเป็นไปได้ทีเดียวว่า นายคอนสตันติน ได้ตกลงกับพระเจ้ากรุงสยาม หลอก เดอ โชม็องต์ในเรื่องนี้”

ยังมีบันทึกต่ออีกว่า

“ฟอลคอนมอบบันทึกช่วยจำเพื่อขอพระเจ้าหลุยส์ที่14 ให้พระราชทานเรือหลายลำกับคน 60-70คน ที่เฉียวฉลาด…สุจริตอย่างแท้จริง มีทุนทรัพย์พอดำรงชีพด้วยตัวเอง และเข้าทำการรับใช้พระเจ้ากรุงสยามโดยไม่มีผลประโยชน์แต่ประการใด ฟอลคอนขอสิ่งเหล่านี้ บันทึกดังกล่าวยืนยันว่า เพื่อช่วยตั้งคริสตศาสนาขึ้นในพระราชอาณาจักร”

ตลอดบันทึกนั้นทางฝรั่งเศสไม่ไว้ใจฟอลคอนเลย โดยเห็นว่าหลอกฝรั่งเศส แล้วป้องกันสยาม ทำเพื่อสยามหรือไม่ก็ทำเพื่อตัวเองมากกว่า ดังตอนหนึ่งของบันทึกเขียนว่า

“….คนของเราที่เป็นคนซื่อ ถูกเขาหลอก ฟอลคอนคนเดียวมีชัยชนะ”

อ้างอิง-ประวัติมิสซังกรุงสยาม ค.ศ. 1662-1811
โดย บาทหลวง อาเดรียง โลเน คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส

#ฟอลคอน #บุพเพสันนิวาส #พระนารายณ์ #แม่การะเกด #แม่มะลิ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน