ละครเรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่กำลังฟีเวอร์สร้างความสนุกและสอดแทรกประวัติศาสตร์อยู่ในขณะนี้ มาถึงตอนที่เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) หรือ ออกพระวิสุทธิสุนธร ราชทูตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมด้วยออกหลวงกัลยาราชไมตรี อุปทูต และออกขุนศรีวิสารวาจา ตรีทูต เดินทางโดยใช้เรือกำปั่นในการไปเจริญพระราชไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส แต่ก็มาเกิดเหตุต้องเจอกับวังน้ำวน ซึ่งทั้งหมดก็รอดมาได้ โดยชีปะขาว ผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้าเก่งทางวิปัสสนาและมีพลังจิต และเป็นอาจารย์ของเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)
นอกจากนี้ แฟนเพจเฟซบุ๊ก “ฅนขลัง คลังวิชา” ยังได้โพสต์บทความที่น่าสนใจไว้เกี่ยวกับตอนที่คณะราชทูตอยู่ในฝรั่งเศสด้วยว่า วันหนึ่งพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสให้คณะราชทูตสยามเข้าเฝ้าที่หน้าพระลาน ทรงรับสั่งให้พลทหารแม่นปืนจำนวน ๕๐๐ ฅน มายิงปืนให้คณะราชทูตสยามชมแสนยานุภาพอาวุธ และความเก่งกล้าสามารถของชาวฝรั่งเศสเป็นขวัญตา ว่าทหารฝรั่งเศสมีความแม่นยำเพียงใด โดยให้แบ่งทหารออกเป็นสองฝ่าย ๆ ละ ๒๕๐ ฅน ยืนเรียงหน้ากระดานหันหน้าประจันกันสองแถว แล้วสั่งให้ยิงปืนเข้าไปในลำกล้องของปืนอีกฝ่าย เห็นว่าไม่มีกระสุนนัดใดพลาดเป้าเลย
พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสตรัสถามผ่านล่ามว่า ทหารแม่นปืนเช่นนี้ในกรุงศรีอยุธยามีหรือไม่ ซึ่งโกษาปานตอบว่า ทหารแม่นปืนเช่นนี้พระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยา มิได้นับถือใช้สอย เมื่อพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสเมื่อได้ฟังดังนี้ให้รู้สึกขัดเคืองพระราชหฤทัย จึงให้ล่ามซักถามว่าพระเจ้าแห่งกรุงศรีอยุธยานับถือทหารมีฝีมือประการใดเล่า ราชทูตสยามกราบทูลว่าพระเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงนับถือใช้สอยฅนดีมีวิชา ทหารแม่นปืนเหล่านั้นจะยิงใกล้ไกลก็มิถูกต้องกายทหารแห่งกรุงศรีอยุธยาได้ ทหารบางพวกเข้าไปหาข้าศึกได้โดยข้าศึกไม่เห็นตัว บางพวกคงทนต่ออาวุธจะยิงฟันประการใดก็ทำอันตรายมิได้ พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสฟังแล้วไม่เชื่อว่าเป็นจริง คงเป็นเพียงคำคุยโม้โอ้อวดมากกว่า ทรงตรัสว่าราชทูตสยามอวดอ้างเกินความเป็นจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ จึงอยากทราบว่าทหารสยามผู้มีวิชาดีนั้น มีมาในคณะเดินทางด้วยหรือไม่ ขอให้แสดงวิชาให้ประจักษ์แจ้งจริงได้หรือไม่
ราชทูตตอบว่าได้ ทั้งขอให้ทหารแม่นปืนทั้ง ๕๐๐ ฅน ระดมยิงไปยังคณะทหารสยามทั้งใกล้ไกล ขอรับรองว่าเหล่าทหารสยามจะไม่เป็นอันตราย มั่นใจว่าจะไม่มีกระสุนปืนถูกต้องกายเลยแม้นแต่น้อย พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้ยินแล้วไม่อนุญาตให้ตามที่ขอ เพราะหากทหารสยามเกิดตายขึ้นมาเกรงจะทำให้เสียพระราชไมตรี โกษาปานกราบทูลว่า ขอพระองค์อย่าได้ทรงปริวิตกพระทัยไปเลย ทหารของข้าพเจ้าห้ามกระสุนปืนไฟได้จริง ไม่ใช่เป็นการทูลต่อพระองค์เล่น ๆ อย่างอวดดีดอก พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสจึงยอมตกลง ชนิดที่ไม่ค่อยเต็มพระทัยเท่าใดนัก
รุ่งขึ้นโกษาปานสั่งให้สร้างเบญจา (แท่นที่มีเพดานคาดและระบายผ้าขาว) ๓ ชั้นที่หน้าพระลาน ตาดด้วยผ้าขาว และปักราชวัตรฉัตรธงล้อมรอบ ตั้งเครื่องโภชนาหาร มัจฉามังสาสุรา ไว้ให้พร้อมแล้วให้อาจารย์ผู้เรืองอาคม และศิษย์ทั้ง ๑๖ ฅน ผูกเครื่องรางของขลังเลขยันต์ที่ลงอาคม ส่วนอาจารย์นุ่งขาวใส่เสื้อครุยขาวพอกเกี้ยวพันผ้าขาว ส่วนศิษย์ทั้ง ๑๖ ฅน ใส่เสื้อสวมหมวกปัพตูแดงทั้งสิ้น กราบถวายบังคมต่อพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสทรงทราบ แล้วฅนทั้งหมดขึ้นนั่งบนเบญจา ให้ทหารฝรั่งเศสทั้ง ๕๐๐ ฅน ระดมยิงมายังทหารสยามและอาจารย์ที่นั่งอยู่ในมณฑลพิธีทั้ง ๑๗ ฅน
พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสรับสั่งให้ทหารทั้ง ๕๐๐ ฅนระดมยิงทหารสยามพร้อมกัน แต่ด้วยอำนาจคุณพระรัตนตรัยและคุณเลขยันต์คุ้มครองป้องกัน พลปืนฝรั่งเศสทั้ง ๕๐๐ ฅน ยิงปืนทั้งใกล้ไกลหลายครั้งเพลิงศิลาปากนกสับไม่ติด ดินดำไม่ลั่นเลย เหล่าทหารและอาจารย์ทั้ง ๑๗ ฅนต่างบริโภคอาหารสุราอยู่ในมณฑลพิธีอย่างไม่สะทกสะท้าน พลทหารฝรั่งเศสตกใจเกรงกลัวย่อท้อเสียทั้งสิ้น อาจารย์ได้ร้องสั่งว่าให้ยิงอีกครั้ง ปรากฏว่าเพลิงดินดำติดกระสุนออกจากลำกล้องใกล้บ้างไกลบ้าง ที่ตกปากกระบอกก็มี ที่ไปตกบนเบญจาก็มิได้ถูกใครเลย พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสทอดพระเนตรเห็นจริงเช่นนั้น ก็ทรงพอพระทัยเป็นอันมาก
ทั้งนี้ เรื่องราวที่นำมาบอกเล่านี้มีบันทึกทั้งในพงศาวดาร ทั้งยังมีบันทึกของทางฝรั่งเศส ปัจจุบันเอกสารดังกล่าวยังถูกเก็บรักษาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส เรื่องราวของไสยศาสตร์ความอัศจรรย์เหล่านี้ หากไม่เคยเกิดขึ้นจริงเห้นว่าคงไม่มีการบันทึกเป็นเอกสารดังที่กล่าวเป็นแน่
ขอบคุณข้อมูลจาก : ฅนขลัง คลังวิชา

