อ.เจษฎ์ คาดสาเหตุ หนุ่มสาวเปิดแอร์นอนเสียชีวิตในรถ ชี้ไม่ควรใช้คำว่า “ขาดอากาศหายใจ” เผยข้อมูล รพ.รามาธิบดี อธิบาย “ทำไมเปิดแอร์นอนในรถยนต์ถึงเสียชีวิต?”
กรณีพบศพ ชายวัย 24 ปี และ หญิงวัย 27 ปี เสียชีวิตอยู่ในรถมาสด้า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ข้างร้านอาหารแห่งหนึ่ง เบื้องต้นคาดผู้เสียชีวิตน่าจะสตาร์ตเครื่องนอนในรถเนื่องจากมีอาการเมาสุรา ก่อนนอนหลับไปจนน้ำมันหมด ทำให้เครื่องยนต์ดับและขาดอากาศหายใจจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อเรื่องดังกล่าว รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ หรือ อ.เจษฎ์ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์และอาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าว ความว่า เคส “นอนเปิดแอร์ เสียชีวิตคารถ” น่าจะเกิดจากการได้รับก๊าซพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตด้วยนะครับ
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต (ซึ่งต้องรอการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากแพทย์ด้วย) ผมคิดว่าคงคล้ายกับรายอื่นๆ ก่อนหน้านี้ คือได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (carbon monoxide) หายใจเข้าไประหว่างที่หลับ เม็ดเลือดแดงทำงานผิดปกติ ร่างกายขาดก๊าซออกซิเจน จนเสียชีวิต แต่ไม่ควรใช้คำว่า “ขาดอากาศหายใจ” ที่ทำให้เข้าใจผิดไปว่า ในรถ ไม่มี “อากาศ” เหลือให้หายใจ

ลักษณะตามข่าวดังกล่าวนี้ ผมเชื่อว่า น่าจะมาจากการได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่มาจากเครื่องยนต์ที่สันดาปเผาไหม้เชื้อเพลิงอย่างไม่สมบูรณ์ รั่วซึมเข้ามาในห้องโดยสารรถ ซึ่งไม่ได้เปิดกระจกระบายอากาศไว้ ทำให้ก๊าซเป็นพิษต่อเลือด และเสียชีวิตได้ในที่สุด
จากข้อมูล โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายว่า “ทำไมเปิดแอร์นอนในรถยนต์ถึงเสียชีวิต?” โดยปกติ ขณะที่รถยนต์ขับเคลื่อนไปบนท้องถนน จะมีการไหลเวียนของอากาศภายนอกและภายในอยู่เสมอ ด้วยการถ่ายอากาศเสียออกทางท่อไอเสีย แล้วรับอากาศที่ดีเข้ามา
แต่ถ้าหากรถยนต์จอดสนิท แล้วติดเครื่องเอาไว้ เครื่องยนต์จะเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ขึ้น โดยไม่มีการถ่ายเทออกไป อากาศเสียจะวนเวียนอยู่ภายใน ไม่ไปไหน ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย
เพราะก๊าซชนิดนี้จะไปแย่งออกซิเจนจับตัวกับเม็ดเลือดแดง ซึ่งจับได้ง่ายกว่าออกซิเจนหลายเท่า ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ ร่างกายจะขาดออกซิเจน และอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เกิดอาการเลือดเป็นกรด ทำงานไม่ปกติ ซึม ชัก และเสียชีวิตในที่สุด
โดยระดับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายจะอยู่ที่ 1-200 ppm เมื่อได้รับเข้าไปในเวลา 4 ชั่วโมง ร่างกายจะเริ่มอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย และเวียนศีรษะ จากนั้นจะอยากนอน ถ้านอนเปิดแอร์โดยไม่ดับเครื่องยนต์ก็จะยิ่งส่งผลเสียและเป็นอันตรายถึงชีวิต
สภาพของรถยนต์ ส่งผลต่อการเกิดก๊าซชนิดนี้ด้วยเช่นกัน โดยในรถยนต์เก่าหรือไม่มีการตรวจสภาพ จะเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ สูงกว่าในรถยนต์ใหม่ หรือผ่านการตรวจสภาพอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้สูงกว่า อัตราการเสี่ยงของการเสียชีวิตจากการเปิดแอร์นอนจะสูงกว่า

แต่ไม่ว่าจะรถยนต์เก่าหรือใหม่ ไม่ควรเปิดแอร์นอนหลับในรถยนต์ขณะที่จอดสนิทอยู่ดี เพราะก๊าซชนิดนี้ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น ทำให้ไม่มีทางรู้ตัวเลยว่าได้รับก๊าซชนิดนี้เข้าไปมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะขณะหลับ
ดังนั้น จึงไม่ควรนอนหลับในรถยนต์ที่ติดเครื่องยนต์ไว้ หรือหากจำเป็นต้องนอนจริงๆ ก็ให้เลือกจอดรถในพื้นที่โล่ง ที่อากาศถ่ายเทได้ และควรตั้งปลุกเวลานอน ให้งีบพักเพียงแค่ 15-20 นาที พอให้หายเหนื่อย อย่านอนหลับยาวครับ