เจ้าหน้ากู้ภัยแนะนำวิธี ดูแลรถยนต์หลังน้ำท่วม ข้อควรจำ “ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด” ถ้าไม่อยากเสียเงินเพิ่ม พร้อมเผยข้อปฏิบัติที่ต้องทำ
ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้แก่ประชาชนจำนวนมากในแถบภาคเหนือหลายจังหวัด รุนแรงขนาดที่ว่ามีประชาชนเสียชีวิต
แม้ตอนนี้ในพื้นที่หลายแห่งจะเข้าสู่ภาวะน้ำลด แต่ก็ยังมีปัญหาต่างๆที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไม่ได้อย่าง “รถยนต์”
ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งลงพื้นที่น้ำท่วมได้แนะนำวิธีดูแล “รถยนต์” หลังจากน้ำลดระดับและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยย้ำกฎสำคัญคือ “ห้ามสตาร์ทรถ”
ให้ปลดขั้วแบตเตอรี่ออกทันทีโดยจะปลดแค่ขั้วบวก ขั้วลบหรือทั้ง 2 ขั้ว เพื่อเป็นการป้องกันกระแสไฟฟ้าเข้าไปเลี้ยงระบบต่างๆ ภายในตัวรถและเครื่องยนต์ ยกเว้นรถยนต์ที่ต้องใช้รีโมทกดเพื่อปลดล็อกต้องเข้าศูนย์อย่างเดียว
เจ้าหน้าที่กู้ภัยย้ำว่า หากสตาร์ทรถ ระบบจะพัง และประกันจะไม่รับผิดชอบ หากใครไม่มีประกันชั้น 1 ก็ให้ทำตามวิธีข้างต้นก่อนนำรถเข้าอู่
นอกจากนี้บริษัท ฮอนด้า ยังได้แนะนำวิธีในการดูแลรถยนต์หลังน้ำท่วมเพิ่มเติม ระบุว่า
- ตรวจเครื่องยนต์ เช็กว่าไม่มีอะไรติดในตัวเครื่อง จากนั้นใช้ไดร์เป่าผมเป่าเพื่อไล่ความชื้น หรือสเปรย์ไล่ความชื้นฉีดให้ทั่ว รวมถึงบริเวณใต้ท้องรถและล้อ
- ฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศให้ฆ่าเชื้อออกให้หมด เพื่อคุณภาพของอากาศที่จะหมุนเวียนในรถตอนเปิดแอร์
- เปิดประตูรถทั้งหมดเพื่อไล่ความอับชื้น และถอดเบาะทั้งหมด นำพรมปูพื้นเอามาซักทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพราะถ้าทิ้งเอาไว้นานจะเหม็นอับอาจเกิดเชื้อราได้
- น้ำมันเกียร์ น้ำมันเครื่อง ดูว่ามีสีชาหรือเปล่า ถ้าใช่แสดงว่ามีน้ำเข้าไปปนอยู่ด้วย ต้องรีบเปลี่ยนถ่ายทิ้งเพราะสนิมอาจขึ้นได้
- แผงหน้าปัดรถยนต์ ควรตากแดดแรงๆ เพื่อไล่ความชื้น
- ลูกปืนล้อทั้งหน้าและหลัง ควรนำออกมาล้างอัดจารบีใหม่
- เมื่อทุกอย่างแห้งสนิทก็ทยอยใส่ทุกอย่างที่ถอดออกมาจากห้องเครื่องเข้าที่เดิมให้เรียบร้อย ยกเว้นหัวเทียน ในกรณีรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินหรือหัวฉีด แต่ถ้าเป็นเครื่องดีเซล ให้ใส่แบตเตอรี่ก่อนใส่ขั้วแบตเตอรี่ แล้วค่อยสตาร์ทเครื่อง
ในกรณีที่รถยนต์จมน้ำท่วมสูงมากจนถึงหลังคารถเป็นระยะเวลานานหลายวัน หากไม่มั่นใจว่าจะแก้ไขได้หรือไม่ แนะนำว่าให้นำรถเข้าศูนย์ที่ได้มาตรฐานตรวจสอบจะดีที่สุด
ที่มา: unitedhonda

