ไม่อยากป่วยอย่าทำ! สาวโพสต์เตือนภัย คนชอบกินหมูกระทะ จู่ๆ ป่วยตับอักเสบเฉียบพลัน หนักถึงขั้นกินน้ำยังไม่ได้ อึ้งไป รพ.แรกบอกเป็นกรดไหลย้อน พักฟื้นร่างกายถึงครึ่งปี หมอเผยสาเหตุเพราะตะเกียบ
วันที่ 11 ต.ค.67 สมาชิก TikTok @mayliepakeen โพสต์เตือนภัยคนที่ชอบกินหมูกระทะ อาจเสี่ยงป่วยโรคตับอักเสบ เพียงเพราะไม่แยกตะเกียบ โดยเธอเล่าว่า
เราก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบกินหมูกระทะมากๆ มากแบบที่ว่า 1 อาทิตย์มี 7 วัน กินหมูกระทะไปแล้ว 4 วัน บางอาทิตย์กินวันเว้นวัน กินทั้งในร้าน ในบ้าน ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็กินหมูกระทะ คิดอะไรไม่ออกก็หมูกระทะ
และแล้วอยู่มาวันหนึ่ง ก็เกิดอาการตาเหลือง ใช่ค่ะ เราป่วยเป็นโรคตับอักเสบเฉียบพลัน ตอนนั้นทั้งตาและตัวเราเหลืองมากๆ ผิวแห้ง เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ กินอะไรไม่ลง จนอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นกินน้ำไม่ได้ อยากอ้วกตลอดเวลา
เราแอดมิตอยู่โรงพยาบาลเกือบเดือน พักฟื้นร่างกายครึ่งปี หมอบอกโรคเราเกิดจากการกินหมูกระทะไม่แยกตะเกียบ อันไหนใช้ย่าง อันไหนใช้กิน มันสะสมมาเรื่อยๆ ใครไม่อยากเป็นเหมือนเราอย่าลืมแยกตะเกียบ ย่างให้สุก
จากนั้นก็มีคนคอมเมนต์ถามว่าอาการเป็นแบบไหนก่อนไปหาหมอ เธอก็ตอบว่า “มีไข้ อาเจียนค่ะ ตอนแรกหมอ รพ.รัฐ บอกเป็นกรดไหลย้อน จนอาการหนัก เริ่มตัวเหลือง ไปหาหมอเอกชน ถึงได้รู้ว่าเป็นตับอักเสบค่ะ”
ขณะเดียวกันเว็บไซต์ รพ.นครธน ได้ให้ความรู้เรื่องตับอักเสบว่า ตับอักเสบ คือ ภาวะที่ตับเกิดการอักเสบจากสาเหตุอะไรก็ตาม มีทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง หากการอักเสบของตับไม่หายไปและเป็นแบบเรื้อรัง จะเกิดพังผืด หรือแผลเป็นในเนื้อตับ เมื่อเป็นมากขึ้น จนกระจายทั่วทั้งตับ เรียกว่า ภาวะตับแข็งและมีโอกาสสูงที่จะมีมะเร็งตับแทรกซ้อนขึ้นได้
ตับอักเสบ มี 2 ประเภท
ภาวะเฉียบพลัน คือ ตับอักเสบที่เกิดขึ้นจากสาเหตุใดก็ตามที่การอักเสบหายได้เองในระยะ 6 เดือน
ภาวะเรื้อรัง คือ ตับอักเสบจากสาเหตุใดก็ตาม ที่ไม่หายเองภายใน 6 เดือน โดยการตรวจเลือดพบมีร่องรอยของการอักเสบ และมักไม่มีอาการบ่งบอกจนกว่าจะถึงระยะสุดท้ายของโรค หรือตับวาย
ตัวการที่ทำให้ตับอักเสบ
ตับอักเสบอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
1.การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ
–ไวรัสตับอักเสบเอ และอี มักมีการติดต่อหรือแพร่เชื้อผ่านทางการรับประทานอาหาร หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสซึ่งออกมาจากอุจจาระของผู้ติดเชื้อ
–ไวรัสตับอักเสบบี และซี สามารถติดต่อหลักทางเลือด เพศสัมพันธ์ การสักตามร่างกาย เจาะหูหรืออวัยวะต่างๆ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน อาจติดจากมารดาสู่ทารก
–ไวรัสตับอักเสบดี มีการติดต่อจากเลือดของผู้ที่ติดเชื้อโดยตรง และเกิดขึ้นกับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เท่านั้น เพราะไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้หากไม่มีไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย เป็นชนิดที่รุนแรงแต่พบได้น้อย
2.การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากและติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี อาจเป็นเหตุให้ตับเกิดความเสียหายหรืออักเสบได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำลายเซลล์ตับ ทำให้เกิดตับแข็ง
3.การใช้ยาและได้รับสารพิษบางชนิด โดยการใช้ยาเกินปริมาณและเกินระยะเวลาที่กำหนด หรือแม้แต่การใช้ยาบางชนิดในปริมาณน้อยก็อาจสร้างความเสียหายต่อตับได้ เช่น ยาพาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน ยารักษาวัณโรค รวมถึงยาฮอร์โมน วิตามินบำรุง หรือสมุนไพรต่างๆ
4.ภาวะไขมันพอกตับ สัมพันธ์กับภาวะต่างๆ ได้แก่ โรคอ้วน โดยเฉพาะผู้ที่อ้วนลงพุง ผู้ตรวจพบโรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูงและความดันโลหิตสูง โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ การรับประทานอาหารพลังงานสูงเป็นประจำ เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน
5.สาเหตุอื่นๆ เช่น การติดเชื้อจากโรคไข้เลือดออก ไข้รากสาด ไข้ป่า การอุดตันทางเดินน้ำดี จากภูมิแพ้ตนเอง เป็นต้น
อาการของตับอักเสบ
สามารถพบได้ตั้งแต่ไม่มีอาการ แต่ทราบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ แล้วพบว่าค่าตับผิดปกติ เมื่อมีการอักเสบมากขึ้น จะเริ่มมีอาการปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไข้ต่ำๆ คลื่นไส้อาเจียน เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือ ภาวะดีซ่าน หรือหากร้ายแรงจนถึงขั้นเรื้อรังจนเซลล์ตับถูกทำลายมากๆ อาจทำให้กลายเป็นโรคตับแข็งในที่สุด
ขอบคุณ TikTok @mayliepakeen