เผยความรู้สึก เจ๊อ้อย หลังรู้ข่าว ทนายตั้ม และเมีย ถูกจับ หน้าเครียดซึมโดนคุมตัวสอบปากคำ ยืนยันไม่ยอมความ ปมเงิน 71 ล้านบาท

วันที่ 7 พ.ย. 2567 ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ป. จับกุม ทนายตั้ม ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.5337/2567 ลงวันที่ 7 พ.ย.2567 ข้อหา ฉ้อโกง , ฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบฟอกเงิน รวมถึงจับกุม นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด ภรรยาของนายษิทรา ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.5338/2567 ลงวันที่ 7 พ.ย. 2567 ข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน

โดยจับกุม ทั้ง 2 คน ได้ที่ จ.ฉะเชิงเทรา หลังเดินออกจากบ้านด้วยรถปอร์เช่ สีน้ำตาล มุ่งหน้าไป จ.สระแก้ว ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ป. ก็คุมตัว ทนายตั้ม พร้อมภรรยา มาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อสอบปากคำ พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่ ทนายตั้ม ถูกจับกุมครั้งนี้ เบื้องต้นมีมูลฐานมาจากคดีฉ้อโกงเงินจาก น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย ในส่วนของเงิน จำนวน 71 ล้านบาท เงินซื้อรถเบนซ์ จำนวน 13 ล้านบาท และเงินจำนวน 9 ล้านบาท ซึ่งค่าเป็นเขียนแบบโรงแรม

ส่วนคดีฉ้อโกงเงิน จำนวน 39 ล้านบาท และเงินในคดีอื่น ๆ พนักงานสอบสวน กำลังตรวจสอบหลักฐาน เพื่อจะได้มีการแจ้งข้อกล่าวเพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย

ต่อมาได้สอบถามไปยัง นายสมชาติ พินิจอักษร หรือทนายของเจ๊อ้อย กล่าวว่า เจ๊อ้อย รวมถึงตัวเองทราบข่าวแล้ว ก็เห็นจากในข่าวว่าทั้งคู่ถูกจับ ซึ่งทางเจ๊อ้อยเอง ก็ไม่ได้มีความรู้สึกหรือมีอาการอะไร ก็เฉย ๆ กลาง ๆ

แต่ขอยืนยันว่าให้ทางตำรวจดำเนินการตามกฎหมายเหมือนเดิม ไม่มียอมความใด ๆ และไม่ขอพูดคุยอะไรกันอีก ส่วนตอนนี้เจ๊อ้อยก็รู้สึกโล่งใจ สบายใจมากตั้งแต่ได้ให้ถ้อยคำกับทางตำรวจไปก่อนหน้านี้

เมื่อถามว่าเห็นภาพ ทนายตั้ม ตอนลงมาจากรถหน้ากองปราบฯ มีสีหน้าซีดและเครียดหรือไม่ น่าสงสารหรือไม่ เพราะท่าทีไม่เหมือนวันก่อนนั้น ทนายความ บอกว่า “เห็นแล้ว เจ๊อ้อย เองก็ไม่ได้สงสารอะไร แต่ก็ยอมรับว่าท่าทีแตกต่างกว่าวันก่อน ดูซึม ๆ เศร้า ๆ เห็นได้ชัด”

ส่วนเมื่อถามย้ำว่าเชื่อหรือไม่ว่า ทนายตั้ม จะไปทำบุญที่สระแก้วนั้น ทนายความ ตอบว่า “ก็ดูนุ่งขาวห่มขาวอยู่ อาจจะไปปฏิบัติธรรมจริงก็ได้”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน