แพทย์ไต้หวัน เล่าอุทาหรณ์ ชายวัย 35 ปี พบมะเร็งโพรงจมูก – ภรรยาแท้งลูก หลังย้ายบ้านใหม่ สาเหตุมาจากการตกแต่งบ้านใช้สารเป็นพิษ
ดร.หง หยงเซียง นักไตวิทยาชาวไต้หวัน เล่าถึงกรณีทางคลินิกที่ถือเป็นอุทาหรณ์ใกล้ตัว เมื่อชายวัย 35 ปีที่มารับการรักษา ด้วยอาการเหนื่อยล้าและแขนขาส่วนล่างมีอาการบวมน้ำมาก
เจ้าตัวเปิดเผยว่าเขาย้ายไปอยู่บ้านใหม่เมื่อปีที่แล้ว และป่วยเป็นหวัดตั้งแต่นั้นมา ส่วนภรรยาของเขาก็แท้งลูกหลังจากย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ได้ไม่นาน
ไตข้างซ้ายของชายคนนี้ฝ่อแต่กำเนิด เขาใช้ชีวิตโดยมีไตเพียงข้างเดียว ซึ่งหลังจากการแพทย์ตรวจพบว่าการทำงานของตับและไตของเขาแย่ลงเล็กน้อย และพบว่ามีเนื้องอกผิดปกติขนาด 2-3 ซม. ที่ด้านซ้ายของคอ
หลังจากการตรวจชิ้นเนื้อจึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูกระยะที่ 2 ซึ่งเชื่อว่าอาการจะทุเลาลงหลังการฉายรังสี
ทำไมถึงเป็นมะเร็งโพรงจมูกตั้งแต่อายุยังน้อย ?
ชายรายนี้ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ ดร.หง หยงเซียง จึงคาดว่าอาจเป็นมะเร็งเนื่องจากพิษของ “ฟอร์มาลดีไฮด์” เนื่องจากการตกแต่งบ้านใหม่
สารนี้จัดอยู่ในรายชื่อสารก่อมะเร็งประเภท 1 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และเป็นหนึ่งในมลพิษทางอากาศภายในอาคารที่พบมากที่สุด ขณะที่สาเหตุของอาการเป็นหวัดและมีน้ำมูกไหล ก็เชื่อกันว่าสาเหตุมาจากระดับฟอร์มาลดีไฮด์ที่สูงเกินไปเช่นกัน
การแท้งของภรรยาก็เกี่ยวข้องกับการสูดดมฟอร์มาลดีไฮด์ด้วย อย่างไรก็ตาม อาการของภรรยาไม่รุนแรง เนื่องจากภรรยาชอบดื่มน้ำและกินผักและผลไม้ ช่วยให้ร่างกายกำจัดสารพิษ
ด้าน จ้าว จินเว่ย วิศวกรคุณภาพอากาศภายในอาคาร กล่าวว่า ฟอร์มาลดีไฮด์ ที่มากเกินไปส่วนใหญ่มาจากเฟอร์นิเจอร์ใหม่และสีตกแต่งบ้านใหม่ เพื่อป้องกันการบุกรุกของแมลง
ดังนั้นปริมาณฟอร์มาลดีไฮด์จะสูงมากเมื่อทำการตกแต่งบ้านครั้งแรก โดยมักจะเกินมาตรฐาน 2 – 3 เท่า และในกรณีที่รุนแรงอาจสูงถึง 3 – 4 ppm ซึ่งมากกว่าสองเท่าของมาตรฐาน
เขาแนะนำว่าเมื่อสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ สามารถเลือกวัสดุตกแต่งที่มีปริมาณฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำหรือเป็นศูนย์ได้ เช่น อีโคบอร์ด E0/E1 เพื่อลดความเสี่ยงของการปล่อยก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์
นอกจากนี้หลังจากย้ายเข้าบ้านใหม่ ควรเปิดหน้าต่างเพิ่มเพื่อรักษาการไหลเวียนของอากาศ ซึ่งอาจทำให้อากาศภายนอกเจือจางระดับฟอร์มาลดีไฮด์ในบ้านได้


