เปิดปฏิบัติการ ภารกิจบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) แผนบินสเปรย์น้ำ ปรับลดอุณหภูมิที่ระดับ Inversion เพื่อระบายฝุ่น
สืบเนื่องมาจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจในการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง การเติมน้ำในเขื่อน และบรรเทาปัญหาภัยพิบัติ โดยที่สถานการณ์ปัจจุบัน ฝุ่นละอองในอากาศ (PM2.5) ได้สร้างผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและการท่องเที่ยวของประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคเหนือของประเทศ
ข่าวสดออนไลน์ ได้ร่วมติดตามภารกิจการบินเพื่อบรรเทาฝุ่นในครั้งนี้ โดยนายฉันติ เดชโยธิน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์บรรยากาศประยุกต์ เปิดเผยถึงโครงการว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ค่อนข้างเยอะและมีปัญหาต่อสุขภาพ ซึ่งทางทีมของเราได้มีการช่วยเหลือเบื้องต้นมาปีนี้เป็นปีที่ 3 โดยมีการพัฒนาและวิจัย รวมถึงนำผลงานการวิจัยมาใช้สำหรับเพื่อการระบายฝุ่นโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ได้มีการพัฒนาเทคนิคขึ้นมา 1 เทคนิค คือ เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการโปรยน้ำหรือน้ำเย็นหรือน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง เนื่องมาจาก โดยปกติในชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้นจะมีอากาศจะเย็นลงเรื่อยๆ แต่จะมีจุดหนึ่งที่อากาศจะร้อนขึ้น ทำให้เกิดการกักฝุ่น ทำให้ฝุ่นค้างอยู่ในกรุงเทพมหานครค่อนข้างเยอะ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า หากเราสามารถลดอุณหภูมิในจุดนี้ได้ ก็จะทำให้สามารถระบายฝุ่นได้มากกว่าพื้นที่ที่ไม่ได้ทำอะไรเลยประมาณ 50%
ส่วนอีกสองเทคนิคเป็นมาจากตำราฝนหลวงพระราชทานซึ่งปกติใช้ในการทำฝนเพื่อให้ฝนตก แต่เทคนิคในครั้งนี้จะไม่ทำให้ฝนตก ได้แก่ เทคนิคก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง อีกเทคนิคคือ เทคนิคเลี้ยงเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง ซึ่งจะไม่ทำให้ฝนตกแต่จะเป็นการทำให้เมฆดูดฝุ่นและฝุ่นบางส่วนก็ถูกระบายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
โดยตอนนี้ได้ทำเทคนิค 3 อย่างมาร่วมกัน ได้แก่ การระบายฝุ่นด้วยการลดอุณหภูมิใช้บรรยากาศผกผัน, การดูดซับและระบายฝุ่นด้วยการก่อเมฆตามตำราฝนหลวงพระราชทาน และการระบายฝุ่นและดูดซับฝุ่นด้วยการเลี้ยงเมฆให้อ้วนตามตำราฝนหลวงพระราชทาน
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ถึง 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน เราสามารถที่จะลดปริมาณฝุ่นในกรุงเทพมหานครได้ค่อนข้างเยอะ จากภาวะที่มีฝุ่นเยอะและมีผลต่อสุขภาพ ตอนนี้ก็ลดลงต่ำมากแล้ว เรียกว่าอยู่ในภาวะที่มีฝุ่นที่ปานกลางถึงระดับดี สามารถที่จะมองเห็นยอดตึกในกรุงเทพฯได้ค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว
แผนการระบายฝุ่นจะทำอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ เนื่องจากการใช้รถยนต์ การเผาพืชผลทางการเกษตรในบริเวณรอบกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังมีอยู่มากพอสมควร เมื่อฝุ่นเริ่มสูงขึ้นก็จะทำการระบายออกไปเรื่อยๆ ป้องกันไม่ให้มันสะสมเยอะจนสร้างปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถระบายได้ทัน ดังนั้นถ้ามีฝุ่นเมื่อไหร่เราก็จะระบายออกไป
อย่างไรก็ตาม การทำขั้นตอนเทคนิคการก่อเมฆและเทคนิคการเลี้ยงเมฆจำเป็นต้องมีความชื้นสัมพัทธ์เพื่อให้เกิดเมฆขึ้นมา แต่ด้วยการพยากรณ์มีความคลาดเคลื่อน จึงยังไม่สามารถใช้ 2 เทคนิคดังกล่าวได้ แต่เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันนั้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยความชื้น เพียงแค่มีเครื่องบินและน้ำแข็งแห้งหรือน้ำเย็นที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน ไปสเปรย์ตรงจุดที่เกิดชั้นบรรยากาศผกผัน ก็จะสามารถช่วยระบายฝุ่นขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้
ดังนั้นในวันนี้ (6 ธ.ค. 67) จึงได้มีการใช้แผนบินสเปรย์น้ำปรับลดอุณหภูมิที่ระดับ Inversion เพื่อระบายฝุ่น โดยทางทีมผู้สื่อข่าวได้ขึ้นเครื่องบิน CASA 1534 จากท่าอากาศยานหัวหินไปยังบริเวณ จ.สมุุุทรสงคราม ซึ่งมีฝุ่นค่อนข้างเยอะ จะบินไปที่ความสูงประมาณ 7,000 ฟุต ซึ่งเป็นระดับความสูงที่มีชั้นอุณหภูมิที่กั้นฝุ่นไว้อยู่ วันนี้เราจะเอาน้ำแข็งผสมน้ำเย็นไปลดอุณหภูมิ เพื่อระบายฝุ่นตรงชั้น Inversion ให้ระบายขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อลดฝุ่นบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ในขั้นตอนที่กำลังจะสเปรย์น้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันที่ระดับ 7,000 ฟุต ซึ่งบริเวณนี้ค่อนข้างที่จะมีฝุ่นเข้มข้นมากกว่าบริเวณอื่น โดยฝุ่นไหลมาจากกรุงเทพมหานคร ถ้าดูรูปจากในกล้องจะเห็นชั้นบรรยากาศสีดำๆ นั่นคือชั้นฝุ่น
ส่วนที่อยู่เหนือชั้นฝุ่นไปอีกนิดหนึ่งจะเป็นชั้นอุณหภูมิที่ร้อน ทำให้เกิดการกักฝุ่นไว้ ฝุ่นที่อยู่ข้างล่างก็จะไม่สามารถลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศข้างบนได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาฝุ่นเยอะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงต้องทำการลดอุณหภูมิเพื่อให้ฝุ่นระบายขึ้น ส่วนเทคนิคก่อเมฆและเลี้ยงเมฆ คาดว่าพรุ่งนี้ถ้ามีความชื้นสัมพันธ์มากพอน่าจะสามารถทำได้ ซึ่งเป็นเทคนิคที่จะได้ผลลัพธ์ดีกว่าวิธีนี้
โดยวันนี้ในช่วงเช้าเราจะทำการสเปรย์น้ำอยู่ทั้งหมด 3 บริเวณ ส่วนช่วงบ่ายจะมีมาโปรยแบบนี้อีก ทั้งนี้การใช้น้ำเย็นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เนื่องจากตอนนี้ขาดแคลนน้ำแข็งแห้ง เลยใช้น้ำเย็นแทน โดยการนำน้ำประปาและเอาน้ำแข็งมาใส่ ซึ่งอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 8 องศาเซลเซียส แต่ถ้าน้ำแข็งแห้งที่ทำการวิจัยจะอยู่ที่ประมาณ -70 องศาเซลเซียส ซึ่งให้ผลได้ดีกว่าหลายเท่า
ระดับ 7000 เป็นชั้นที่อุณหภูมิสูงเป็นที่กักของฝุ่นถ้าเราไปดูในกล้องในรูปก็จะเห็นชั้นดำดำอยู่นั่นคือชั้นฝุ่นเหนือชั้นฝุ่นไปนิดหนึ่งก็จะเป็นชั้นอุณหภูมิที่ร้อนแล้วร้อนก็จะตากฝนไว้ฝุ่นที่อยู่ข้างล่างก็จะไม่สามารถลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศข้างบนได้จะทำให้เกิดปัญหาฝุ่นเยอะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจึงต้องเป็นรถอุณหภูมิเพื่อให้ฝนระบายขึ้นไม่ลงมาเป็นเทคนิคที่หนึ่งส่วนเทคนิคก่อเมฆและเลี้ยงเมฆเดี๋ยวพรุ่งนี้น่าจะได้ทำซึ่งจะได้ผลดีกว่าวิธีนี้
ทั้งนี้ ตอนนี้ทางทีมมีเครื่องบินสเปรย์น้ำที่อยู่หัวหิน 2 ลำ ที่ จ.กาญจนบุรี 1 ลำ ที่ จ. ระยอง 1 ลำ บินมาร่วมทำงานที่จุดนี้วันละ 2 ครั้งต่อ 1 ลำ แยกกันเป็น 3 พื้นที่ ส่วนอีก 5 ลำ จะใช้ในการก่อเมฆและเลี้ยงเมฆที่ต้องรอให้สภาพอากาศพร้อมก่อน ส่วนการปฏิบัติการที่ต้องทำทุกวันแบบนี้เนื่องจากต้องการที่จะถยอยลดฝุ่น ด้วยความที่เครื่องบินเรามีน้อย พื้นที่ทำงานค่อนข้างเล็ก ต้องมีการบินทุกวัน ระบายฝุ่นไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ระบายจะเกิดการกักฝุ่นเป็นชั้นหนาๆ ไม่สามารถระบายฝุ่นสู่ชั้นบรรยากาศได้
โครงการนี้จัดทำขึ้นมาเพื่อพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ขอให้ทุกคนสบายใจได้ เราทำงานอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่เกิดภาวะฝุ่น ไม่มีวันหยุด ทั้งนี้ตนก็อยากฝากถึงเรื่องการใช้รถยนต์ เนื่องจากกรุงเทพฯนั้นมีรถสาธารณะอย่างเช่นรถไฟรถไฟฟ้าค่อนข้างเยอะพอสมควร จึงอยากให้ทุกคนใช้รถสาธารณะกันเพื่อลดฝุ่น ซึ่งชาวกรุงเทพฯอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังอยู่ในชั้นฝุ่นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพค่อนข้างเยอะ กว่ารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาแล้ว จึงขอให้ระวังเรื่องนี้ไว้ด้วย ในช่วงฤดูที่มีฝุ่นเยอะก็ควรที่จะใส่แมสเวลาออกนอกอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีภูมิแพ้






