Doc Club & Pub. หยุดฉายหนัง หลัง ‘โรงหนังเล็ก’ ไม่อยู่ในนิยามที่อนุญาตตามกฎหมายโรงมหรสพ ชี้เจออุปสรรคหลายด้าน แนะแก้กฎหมายใหม่ เพื่อเปิดโอกาสโรงหนังขนาดเล็ก
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 คอหนังนอกกระแส-สารคดีเศร้า เมื่อ Doc Club & Pub. ออกมาแจ้งข่าวเศร้า หยุดให้บริการในส่วนของการฉายภาพยนตร์แล้ว
โดยทางเพจ Doc Club & Pub. เขียนข้อความระบุว่า “เพื่อน ๆ คะ เรามีเรื่องต้องแจ้งให้ทราบค่ะ Doc Club & Pub. ต้องหยุดให้บริการในส่วนของการฉายภาพยนตร์ลงแล้วค่ะ (ในส่วนของคาเฟ่ยังคงเปิดให้บริการตามปกตินะคะ)”
พร้อมแจ้งเหตุผล ดังนี้
1.รับไม้ต่อพื้นที่ในช่วงการแพร่ระบาด โควิด-19
เราเข้ามาทำพื้นที่ส่วนนี้ต่อจากเจ้าของเดิมที่ตัดสินใจเลิกกิจการไปในช่วงโควิด-19 เนื่องจากเรามีความใฝ่ฝันอยากมีสเปซฉายหนังนอกกระแสและหนังสารคดีเป็นของตัวเองมานานแล้ว และน่าเสียดายหากที่ที่มีความพร้อมด้านองค์ประกอบต่าง ๆ แทบทุกอย่างแห่งนี้จะต้องถูกรื้อถอนทิ้งไป
2.ขออนุญาตการเป็นโรงมหรสพ
แต่แม้เราจะทำงานเกี่ยวข้องกับหนังกันมานาน เราก็ขาดความรอบรู้เพียงพอในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำที่ฉายหนัง อันเป็นกิจการที่เราไม่เคยทำมาก่อน หนึ่งในนั้นคือการไม่รู้ว่าที่นี่ยังขาดการขออนุญาตการเป็นโรงมหรสพ

ภาพประกอบ
3.ดำเนินการจัดเตรียมเอกสารยื่นขออนุญาตเป็นโรงมหรสพ
เราทำงานด้วยความไม่รู้นั้นมาเรื่อยๆ จนเมื่อเราจัดฉายหนังเรื่องหนึ่งที่ได้เรต 20+ ทำให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจว่าเราควบคุมการเข้าชมของผู้ชมถูกต้องหรือไม่ และวันนั้นเองที่ทำให้เราถูกถามเรื่องการขออนุญาตเป็นโรงมหรสพดังกล่าวพ่วงไปกับการตรวจด้วย เมื่อได้รู้แล้วเราจึงลงมือดำเนินการจัดเตรียมเอกสารแล้วไปยื่นขอตามที่เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ
4.micro cinema หรือโรงภาพยนตร์/ที่ฉายหนังขนาดเล็ก ๆ ทั่วประเทศ
ในช่วงระยะเวลาร่วมปีที่คาบเกี่ยวกันนั้น เป็นช่วงที่พวกเรากำลังพยายามมีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า micro cinema หรือโรงภาพยนตร์/ที่ฉายหนังขนาดเล็ก ๆ ทั่วประเทศ เพราะตลอดการทำงานที่ผ่านมา เราพบว่ามีสเปซมากมายในหลากหลายจังหวัดที่อยากนำหนังนอกกระแสไปเผยแพร่ มีกลุ่มผู้ชมที่ไม่สามารถพบเจอหนังเหล่านี้ในโรงทั่วไปและเฝ้ารอโอกาสที่จะได้ชม เราจึงพยายามส่งหนังของเราไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการชมหนังด้วยกันอย่างหลากหลายและเป็นอิสระ เพราะเราเชื่อว่านี่แหละคือรากฐานที่สำคัญของการมีอุตสาหกรรมหนังที่แข็งแรง

ภาพประกอบ
5.หลักเกณฑ์ในการอนุญาตตัวอาคารและโรงมหรสพ
และเป็นเพราะการทำงานในข้อ 4 นี้เอง ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดที่จะทำให้ micro cinema เกิดขึ้นได้ยากนั้น ไม่ใช่เรื่องของโลเคชั่น ทุน หรือแม้แต่คอนเทนต์ มากเท่ากับการที่พรบ.ภาพยนตร์และกฎกระทรวงในปัจจุบันซึ่ง “ใช้หลักเกณฑ์ในการอนุญาตตัวอาคารและโรงมหรสพ เกณฑ์เดียวกันทั้งหมด” ไม่ว่าจะเป็นโรงขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ หรือห้องฉายหนังเล็กจิ๋วในอาคารห้องแถว ทั้งเรื่องการกำหนดระยะทางเดิน ความกว้างของบันได ฯลฯ
(ย่อหน้านี้ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อความเพื่อความชัดเจน) หรือกล่าวง่าย ๆ ก็คือ กฎหมายเรื่องอาคารและความปลอดภัยดังกล่าวเป็นกฎหมายที่บังคับใช้มายาวนานตั้งแต่ยุคสมัยที่โรงหนังอิสระขนาดเล็กยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้อาคารที่เราตั้งอยู่และอาคารโดยทั่วไปส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นในประเทศนี้จะไม่สามารถได้รับอนุญาตให้เป็นที่ตั้งของห้องฉายหนังได้เลย สิ่้งที่เรียกว่า “โรงหนังห้องแถว” ไม่สามารถมีอยู่จริงได้ในบริบทนี้ และสำหรับประเทศของเรา โรงมหรสพจะเกิดขึ้นได้ก็เฉพาะในอาคารที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เท่านั้น
น่าสนใจที่ในอารยประเทศ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนาม เขาไม่นับโรงเล็ก ๆ เหล่านี้ว่าเป็น “โรงมหรสพ” ค่ะ และเขามีกฎหมายที่ถูกปรับแก้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ฉายประเภทนี้กันแล้วทั้งสิ้น
6.ไม่เคยมีที่ฉายหนังไปขออนุญาตมาก่อน
มีเรื่องเล่าเพิ่มเติมเล็กน้อยค่ะว่า ในวันที่เราไปยื่นเอกสารขอจดเป็นโรงมหรสพและถูกท้วงติงกลับมาว่ายังขาดใบอนุญาตอาคารนั้น เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลด้วยว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยมีที่ฉายหนังแบบเราไปขออนุญาตมาก่อนเลย จึงสงสัยอยู่เหมือนกันว่าควรจะทำอย่างไร

ภาพประกอบ
7.ได้รับจดหมายจากกระทรวงแจ้งว่า Doc Club & Pub. เปิดกิจการฉายหนังโดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังจากนั้น เราได้พยายามสื่อสารถึงอุปสรรคข้อนี้ออกไปในที่สาธารณะและเวทีพูดคุยเรื่อง micro cinema ต่าง ๆ โดยนำเสนอความคิดเรื่องการปรับแก้กฎกระทรวงให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นไปยังผู้ที่อาจจะเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดี ความพยายามของเราไม่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทันการ ไม่กี่วันหลังจากไปพูดบนเวทีดังกล่าว เราก็ได้รับจดหมายจากกระทรวงแจ้งว่า พวกเราทำการเปิดกิจการฉายหนังโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่งซึ่งสูงพอสมควร (โชคยังดีเล็กน้อยที่คำตัดสินให้เลือกได้ว่าจะถูกลงโทษด้วยการบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะแทนก็ได้หากไม่มีเงิน ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องเลือกข้อนี้)
8.คำสั่งให้ Doc Club & Pub. หยุดการฉายภาพยนตร์
นั่นเป็นจดหมายฉบับแรกค่ะ เรายังพยายามเสนอความคิดเรื่องการแก้กฎหมายต่อไปเพราะหวังว่าอย่างน้อย หลังจากนี้ทั้งเราและทุกคนควรจะมีโอกาสได้ทำที่ฉายหนังเล็ก ๆ ได้เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการดูหนังได้ แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้น จดหมายฉบับที่สองซึ่งว่าด้วยตัวอาคารก็ตามมา พร้อมคำสั่งให้เราหยุดการฉายภาพยนตร์

ภาพประกอบ
9. Doc Club & Pub. หยุดให้บริการเฉพาะในส่วนของการฉายภาพยนตร์
ดังนั้น Doc Club & Pub. จึงจำเป็นต้องหยุดให้บริการเฉพาะในส่วนของการฉายภาพยนตร์และจำหน่ายบัตรดังที่ทำอยู่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
แต่เรายังเปิดส่วนคาเฟ่ตามปกติ และจะยังจัดกิจกรรมอื่น ๆ ต่อ พร้อมกับมองหาอาคารสถานที่แห่งใหม่ที่จะเอื้อให้เรากลับมาทำพื้นที่ฉายภาพยนตร์เล็ก ๆ ได้ค่ะ
(ย่อหน้านี้ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อความเพื่อความชัดเจน) อย่างไรก็ตาม เรายังขอยืนยันว่ากฎหมายที่มีอยู่นั้น จำเป็นที่สุดที่จะต้องถูกแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อให้พื้นที่ฉายหนังขนาดเล็กเกิดขึ้นได้อย่างเป็นอิสระ หรืออย่างน้อยก็อยู่ภายใต้กฎกติกา (โดยเฉพาะเรื่องอาคารและความปลอดภัย) ที่เหมาะสมกับขนาดพื้นที่และจำนวนผู้ใช้บริการตามลักษณะของโรงนั้นตามจริง และที่สำคัญคือ กฎหมายควรมุ่งเน้นการส่งเสริม ไม่ใช่มุ่งปราบปรามทำลาย
10. สุดท้ายนี้ เราขอขอบคุณทุก ๆ ท่านมาก ๆ นะคะที่กรุณาสนับสนุน Doc Club & Pub. มาโดยตลอด หากไม่มีทุกท่าน เราก็ไม่สามารถจะยืนอดทนมาจนถึงตอนนี้ได้แน่นอน และต้องขออภัยอย่างที่สุดที่ความอ่อนด้อยทำให้เราเดินมาถึงได้แค่ตรงนี้
แต่หากสิ่งที่เราทำยังพอมีความสำคัญสำหรับท่าน เราก็จะพยายามหาโอกาสเผยแพร่หนังดี ๆ อีกจำนวนมากที่เราติดต่อไว้ และทำกิจกรรมอีกหลายอย่าง รวมถึงเทศกาลหนังที่เราวางแผนไว้ค่ะ
ขอบพระคุณมาก ๆ ค่ะ
ทีมงาน Doc Club & Pub.
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากโลกโซเชียลที่ปลุกให้กระแสการถกเถียงถึงกฎหมายดังกล่าวกลับมาถกเพื่อปรับแก้ไขกันอีกครั้ง