เริ่มแล้ว 30 บาทรักษาทุกที่ทั่วไทย สปสช.มั่นใจเบิกจ่ายทุกวันพุธ ย้ำสังเกตโลโก้‘สีแดง’หน้าหน่วยบริการ เช็กหาหน่วยบริการ ใกล้บ้านผ่าน 4 ช่องทาง

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2568 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยถึงโครงการ “30 บาทรักษาทุกที่ทั่วประเทศ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ที่เริ่มเปิดระยะที่ 4 ครบ 77 จังหวัดในวันที่ 1 ม.ค.2568ว่า สำหรับโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นการให้บริการในผู้ที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กับหน่วยบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ที่เป็นภาครัฐ และหน่วยบริการที่เป็นของภาคเอกชนใน “7 หน่วยบริการนวัตกรรม”

สปสช. ได้จัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการฯ ในปี 2568 ได้แก่ 1.คลินิกการพยาบาล จำนวน 509.36 ล้านบาท 2.ร้านขายยา 492 ล้านบาท 3.คลินิกเทคนิคการแพทย์ 289.15 ล้านบาท 4.คลินิกทันตกรรม ทันตกรรมเคลื่อนที่ 101.37 ล้านบาท 5.คลินิกเวชกรรม จำนวน 77 ล้านบาท 6.คลินิกกายภาพบำบัด 41.45 ล้านบาท และ 7.คลินิกแพทย์แผนไทย 11.29 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้มีหน่วยบริการเข้าร่วมโครงการฯ แล้วกว่า 1 หมื่นแห่ง

ทพ.อรรภพร กล่าวว่า สำหรับความพร้อมของการดำเนินโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ทั่วประเทศนั้น ยืนยันว่ามีความพร้อม 100% ในเรื่องของการเบิกจ่ายที่ภาคเอกชนมีความกังวลนั้น สปสช. ยืนยันว่าจะมีการสรุปรายงานการเบิกจ่ายทุกวันจันทร์ และจะจ่ายเงินให้กับหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการฯ ทุกวันพุธก่อนเที่ยงคืน แต่ถ้าติดวันหยุดก็จะมีจ่ายในวันเปิดทำการถัดไป

จึงขอให้หน่วยบริการเอกชนมั่นใจว่าจะมีไม่ปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายอย่างที่เคยเป็นอุปสรรคในปี 2567 ที่มีการนำร่องมา ทั้งนี้ หน่วยบริการเอกชนบางแห่งที่ไม่เคยร่วมงานกับภาครัฐอาจไม่เข้าใจในระบบเบิกจ่ายของภาครัฐ ที่มีรายละเอียด มีการตรวจสอบหลายขั้นตอน ซึ่ง สปสช. ได้ประชุมทำความเข้าใจกับภาคเอกชนไปแล้วเมื่อสิ้นเดือนธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา

ด้านคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์นั้น สปสช. ได้มีความร่วมมือกับทุกสภาวิชาชีพ ซึ่งสัปดาห์นี้แต่ละสภาวิชาชีพ จะทำการประชุมทำความเข้าใจกับสมาชิก เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการให้บริการประชาชน

รองเลขาธิการสปสช. กล่าวต่อว่า สำหรับประชาชนที่จะเข้ารับบริการทางการแพทย์ในโครงการฯ สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำคือ การดูป้ายสัญลักษณ์สีแดง “30 บาทรักษาทุกที่” ที่จะติดอยู่หน้าหน่วยบริการนั้น ๆ ถ้าหน่วยบริการใดไม่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว หมายความว่าไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ประชาชนก็จะไม่สามารถเข้ารับบริการได้

โดย สปสช. ขอเชิญชวนหน่วยบริการต่าง ๆ มาเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่เข้ารับบริการในหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว พบปัญหา ขอให้ติดต่อมาที่สายด่วน สปสช. 1330 แจ้งเหตุปัญหาแล้วทางสายด่วน จะประสานไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขต ทั้ง 13 สาขาทั่วประเทศ ให้แก้ไขปัญหาโดยด่วน

“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า หากเข้ารับบริการในหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการฯ ก็จะไม่เสียเงินค่ารักษาใดๆ ไม่ว่าจะทำฟัน ทำกายภาพบำบัด หรือรับยาที่ร้ายขายยา โดยประชาชนสามารถค้นหาหน่วยบริการในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ใกล้บ้านผ่าน 4 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ สปสช., สายด่วน 1330, แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง และทางรัฐ ซึ่งจะระบุหน่วยบริการใกล้ท่านในระยะทาง 50 กิโลเมตร ตรงนี้ก็จะทำให้ประชาชนสะดวกมากยิ่งขึ้น” ทพ.อรรถพร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน