กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ฝนสะสม 5-19 ก.พ. ปลายฤดูหนาว ฝนกระจายเพิ่มขึ้น อากาศแปรปรวน ต้องติดตามช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูกาล ฝนอาจมาเร็ว

วันที่ 5 ก.พ.2568 กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.)15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 5- 19 ก.พ.68 init. 2025020412 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อย : แบ่งช่วงการพยากรณ์อากาศดังนี้

  • วันนี้ (5 ก.พ.68)

มวลอากาศเย็นยังแผ่ปกคลุมภาคอีสานตอนบน ทำให้ลมหนาวยังพัดปกคลุมมีกำลังปานกลาง อากาศเย็นลงเล็กน้อยบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง สถานการณ์ฝุ่นสะสมน้อยลงบ้าง (จากลมที่ยังพัดอยู่ แต่ฝุ่นยังไม่หายไปไหน) ภาคใต้มีฝนบางแห่ง ปริมาณฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง คลื่นลมมีกำลังปานกลาง

  • ช่วง 6-7 ก.พ.68

มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมมีกำลังอ่อนลง ลมเริ่มเปลี่ยนทิศทาง มีลมทิศใต้ ตะวันออกเฉียงใต้ พัดปกคลุม เช้าอากาศเย็นมีหมอกบางพื้นที่ อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น กลางวันอากาศร้อนขึ้น ในระยะนี้ทิศทางลมมีทิศทางแปรปรวน

  • ช่วง 8-10 ก.พ.68

มวลอากาศเย็นกำลังปานกลาง แผ่เสริมลงมาปกคลุมอีกช่วง เป็นปลายช่วงฤดูหนาวปีนี้ และมีกระแสลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ ทำให้มีเมฆเพิ่มขึ้น ฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง เกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นบ้าง

  • ส่วนปลายช่วง 11 – 19 ก.พ.68

มีกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ และมีลมทิศใต้ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ทำให้เริ่มมีฝนกระจายเพิ่มขึ้น ยังต้องติดตามเนื่องจากเป็นช่วงของการเปลี่ยนถ่ายฤดูกาล สภาพอากาศมีความแปรปรวน ฝนอาจมาเร็วขึ้น

(ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามข้อมูลนำเข้าและประมวลผลใหม่ ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศ)

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า: ในช่วงวันที่ 6–7 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางที่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1–3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้มีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 8-11 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิลดลง กับมีลมแรง

โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 2–4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้นเป็นกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น

โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง: ในช่วงวันที่ 6–7 ก.พ. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้ง รวมทั้งระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

ในช่วงวันที่ 8-10 ก.พ. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมทั้งระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน