เปิดจุดแข็ง “สถานบันเทิงครบวงจร” เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ประเทศไทย สะพัดไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้าน – เปิดโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่รั้งท้ายเอเชีย – คนไทยไม่พลาดคอนเสิร์ต-แมตช์กีฬาระดับโลก – พร้อมมาตรการสแกน “กาสิโน” เข้มงวด สกัดการฟอกเงิน-ป้องกันการพนัน

สถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หากมองในมุมหนึ่ง ถือเป็นโอกาสใหม่เศรษฐกิจของไทย หลังเครื่องจักรทางเศรษฐกิจของประเทศไทยหลายเครื่องยนต์อ่อนกำลัง เศรษฐกิจโลกฝืดตัว หลายประเทศสนับสนุนให้พลเมืองของตนท่องเที่ยวในประเทศ การท่องเที่ยวของประเทศไทย มีคู่แข่งจากต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น สิงคโปร์ เวียดนาม เกาหลีใต้ สปป.ลาว ฯลฯ ไม่ได้รับความนิยมเหมือนช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวไทย ยังคงพึ่งพาทรัพยากรบุญเก่า ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร แต่ GDP จะโตได้อีก ต้องเร่งเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่ๆ มาผลักดัน GDP ของประเทศ เพราะประเทศไทย จะพึ่งพาแต่การส่งออกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ การลงทุนโดยภาคเอกชนขนาดใหญ่หลัก 100,000 ล้าน อย่างสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จึงจะเป็นโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมถึงการดึงดูดนักท่องเที่ยว และกิจกรรมต่าง ๆ เข้าสู่ประเทศไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ

สถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นี้ จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้ 5-10% และช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวในช่วง Low Season ได้ 13% ลดความผันผวนทางรายได้ด้านการท่องเที่ยวเพื่อมาเยี่ยมชมการจัดแสดงต่าง ๆ คอนเสิร์ต เทศกาล อีเวนต์ระดับโลก การแข่งกีฬา ตลอดจนการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การจำหน่ายสินค้า OTOP ซึ่งโครงการนี้จะมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย แตกต่างจากการจัดให้มีกาสิโนในต่างประเทศ ที่มุ่งเน้นการทำบ่อนการพนันเป็นสำคัญ

จุดประสงค์ของสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นี้ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และสร้าง Man-made Destination ใหม่ ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้เข้ามาท่องเที่ยว และมีค่าใช้จ่ายต่อหัวมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ตัวเลขรายได้ที่ประเทศไทยจะได้รับ เช่น

1.) ทุนจดทะเบียนของผู้ประกอบการ ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท
2.) ทุนการก่อสร้างอย่างน้อย 100,000 ล้านบาท
3.) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตครั้งแรกสูงสุด ฉบับละ 5,000 ล้านบาท
4.) ค่าธรรมเนียมรายปีสูงสุด ปีละ 1,000 ล้านบาท
5.) การจัดเก็บภาษี Gross Gaming Revenue จากผู้ประกอบการกาสิโน

และในภาพรวมเศรษฐกิจจะดีขึ้น นักท่องเที่ยว และการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น ทั้งการเป็นแหล่งท่องเที่ยวของครอบครัว ซึ่งคาดการณ์รายได้ 119,000 ถึง 238,000 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปกว่า 66,000 บาท, เพิ่มอัตราจ้างงานได้ 9,000 ถึง 15,300 อัตรา รวมถึงสร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษีให้ประเทศได้ 12,000 ถึง 40,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ ยังไม่นับรวมภาษีที่จะเก็บได้จากรายได้การพนัน สามารถสร้างรายได้ ทำให้ประเทศไทยมีงบประมาณไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา การดูแลสวัสดิการสังคม และสาธารณประโยชน์อื่น ๆ

สถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ได้มีเพียงกาสิโนถูกกฎหมาย เพราะจะมีพื้นที่เพียง 10% ของพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดเท่านั้น แต่สถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะต้องมีหอประชุม หรือ ฮอลล์ขนาดใหญ่ สามารถรองรับการจัดกิจกรรมระดับโลกได้ เช่น คอนเสิร์ตจากศิลปินระดับโลก การแสดงสินค้า ฯลฯ และยังจะต้องมีสนามกีฬา เพื่อรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกได้

มีโรงแรม รองรับการพักค้างแรมของนักท่องเที่ยว และมีห้างสรรพสินค้า สวนน้ำ สวนสนุก ยอร์ชครูซซิ่งคลับ และพื้นที่ส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาหลายครั้งที่ประเทศไทย เคยพลาดโอกาสจากศิลปินระดับโลกทั้ง เลดี้กาก้า หรือ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ที่เลือกแสดงคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ เพราะแม้จะเป็นประเทศเกาะเล็ก แต่มี indoor stadium ขนาดใหญ่ ที่สามารถรองรับงานระดับโลกได้ทั้งปี และ Man-made Destination อย่างสวนสนุกขนาดใหญ่ เพื่อมาดึงดูดนักท่องเที่ยว

นอกจากนั้น การเข้าถึงกาสิโนของคนไทยไม่ได้เป็นไปอย่างเสรี เพราะมีการกำหนดค่าธรรมเนียม เพื่อป้องกันกลุ่มเปราะบาง สามารถกำหนดเงินเดิมพันขั้นต่ำได้ การเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง การกำหนดอัตราภาษี เพื่อเน้นลูกค้ากลุ่ม VIP โดยมีมาตรการในการกำกับ “กาสิโน” ที่มีพื้นที่เพียง 10% ของพื้นที่ใช้สอยในสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และการป้องกันไม่ให้คนไทยติดการพนันหลัก ๆ นั้น ได้กำหนดให้

1.) ห้ามอายุต่ำกว่า 20 ปี
2.) จะต้องลงทะเบียนเข้าใช้บริการ
3.) ต้องเสียค่าแรกเข้าใช้บริการ 5,000 บาท
4.) จะต้องมีบัญชีเงินฝากขั้นต่ำ 50 ล้านบาท
5.) บริษัทฯ ที่จะขอประกอบกิจการจะต้องยื่น “มาตรการลดผลกระทบทางสังคมและการเยียวยา” และมีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีประสบการณ์ มีมาตรฐานระดับโลก
6.) ข้อห้ามอื่น ๆ ที่สำนักงานฯ จะกำหนด

โดยรายได้ที่เข้ารัฐ จะมีการแบ่งเพื่อให้ประโยชน์ในประเทศ เช่น การเยียวยาปัญหาติดการพนัน และการบูรณาการสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

นอกจากนั้น ยังมีการป้องกันมาตรการป้องกันการฟอกเงินในกาสิโน หรือการป้องกันเป็นแหล่งซ่องสุมมิจฉาชีพภายในสถานบันเทิงครบวงจร จะมีองค์กร และหน่วยงานของภาครัฐ กำกับอย่างใกล้ชิด และมีข้อกำหนดที่เข้มงวด ประกอบด้วย

1.) ตรวจสอบและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย เช่น การฝาก-ถอนธุรกรรมจำนวนมาก หรือ น่าสงสัย ไม่สมเหตุสมผล
2.) ใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยติดตาม และตรวจจับการทำธุรกรรมที่น่าสงสัย ผิดปกติ และจะมีการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
3.) ระบบการยืนยันตัวตนบุคคลเข้าใช้บริการ โดยเฉพาะลูกค้าที่มีมูลค่าทางธุรกรรมสูง
4.) การตรวจสอบแหล่งเงินทุน และการเคลื่อนไหวทางการเงิน เพื่อป้องกันการฟอกเงิน

“กาสิโน” ที่มีพื้นที่เพียง 10% ของพื้นที่ใช้สอยในสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะไม่ทำให้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายที่มีอยู่เพิ่มขึ้น และจะช่วยลดปัญหาการพนันผิดกฎหมายลง โดยมาตรการที่เข้มงวด และมีแนวทางป้องกันการติดปัญหาพนัน

ถ้ามองให้กว้าง โครงการนี้ไม่ใช่การเปิดเสรีการพนัน แต่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่ครั้งสุดท้ายประเทศไทย มีการลงทุนใน Mega Project ขนาดใหญ่ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ครั้งหนึ่งมีผู้คัดค้านการก่อสร้างมากมาย แต่ปัจจุบันสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หรือหากต้องรอให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานพร้อมกับการสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน

ขณะที่ ภูมิภาคเอเชียที่เน้นนโยบายท่องเที่ยว ต่างมีสถานบันเทิงครบวงจรกันแล้ว ตั้งแต่ จีนมาเก๊า สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย และล่าสุดญี่ปุ่น ที่กำลังพัฒนา Integrated Resort (IR) ที่โอซากา ซึ่งจะมีกาสิโน และศูนย์บันเทิงขนาดใหญ่ หรือ ประเทศไทยจะต้องรอให้ลูกรังหมดเสียก่อน จึงจะมี Mega Project กับประเทศอื่นได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน