เฮ! พบ แม่เสือโคร่ง รหัส F22 พร้อมลูกน้อย 2 ตัว ในป่าอุ้มผาง จ.ตาก ชี้สัญญาณดีของการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศในพื้นที่สมบูรณ์
วันที่ 1 เม.ย.2568 นายปรยุษณ์ ไวว่อง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายปิยะ ภิญโญ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ว่ากล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติได้บันทึกภาพแม่เสือโคร่ง พร้อมลูกน้อย 2 ตัว อย่างชัดเจน นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์เสือโคร่งของประเทศไทย ในการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกมาอย่างต่อเนื่อง
นายปรยุษณ์ กล่าวว่า เมื่อปี 2565 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประเทศไทย ในการสำรวจประชากรเสือโคร่งและสัตว์ที่เป็นเหยื่อ โดยใช้เทคโนโลยีกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (Camera traps) ติดตั้งตามจุดต่างๆ ในผืนป่าอุ้มผาง ซึ่งในปีนั้นนักวิจัยได้ค้นพบเสือโคร่งเพศเมีย ที่ได้รับการกำหนดรหัส F22 เป็นครั้งแรก ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและมีความหวังว่าเสือตัวนี้จะสามารถดำรงชีวิตและสืบทอดเผ่าพันธุ์ในผืนป่าแห่งนี้ได้

จนกระทั่งเมื่อเดือนธ.ค. 2567 เมื่อเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนลึกเข้าไปในป่าและได้พบรอยเท้าของเสือโคร่งแม่ลูก บริเวณป่ารอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก จึงต้องรีบติดตั้งกล้องถ่ายภาพอัตโนมัติในบริเวณดังกล่าวทันที
ด้านนายปิยะ กล่าวเสริมว่า ทีมงานได้ติดตั้งกล้องตั้งแต่เดือนม.ค.-มี.ค. 2568 เพื่อติดตามและรวบรวมหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของเสือโคร่งครอบครัวนี้ โดยวันที่ 15-16 ก.พ. 2568 พบภาพเสือโคร่งเพศเมีย รหัส F22 ปรากฏตัวพร้อมลูกเสือโคร่งอีก 2 ตัว เป็นภาพแม่เสือกำลังนำทางลูกเสือทั้งสองเดินตามกันเป็นแถว สภาพร่างกายของทั้งแม่และลูกดูแข็งแรงสมบูรณ์ดี สันนิษฐานว่าลูกเสือมีอายุประมาณ 4-6 เดือน
นายปรยุษณ์ อธิบายเพิ่มเติมถึงความสำคัญของการค้นพบครั้งนี้ว่า การพบเสือโคร่งเพศเมียพร้อมลูกเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศในพื้นที่มีความสมบูรณ์มากพอที่จะรองรับการเติบโตของประชากรเสือโคร่ง ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นสัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร
การพบครอบครัวเสือโคร่งในประเทศไทยจึงเป็นข่าวดีที่สร้างกำลังใจให้แก่วงการอนุรักษ์ทั่วโลก และนี่คือผลของการทำงานหนักของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคน เราจะยังคงเฝ้าติดตามครอบครัวเสือโคร่งนี้ต่อไป และหวังว่าลูกเสือทั้งสองจะเติบโตแข็งแรง เพื่อสร้างประชากรเสือโคร่งรุ่นใหม่ในผืนป่าตะวันตกของไทย เป็นความหวังของการอนุรักษ์เสือโคร่งไทยให้คงอยู่คู่ผืนป่าของเราตลอดไป
