สุดยอดสามี เปิดใจโอปป้า เล่านาทีห่วงเมียลูก ตัดสินใจโดดข้ามทางเชื่อมคอนโด ขณะแผ่นดินไหว อยากเป็นกำลังใจให้ประเทศไทยและคนไทยทุกคน
จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อก @weyurieco_ceo โพสต์คลิปเหตุการณ์ โอปป้าวิ่งข้ามสะพานที่กำลังจะแยกออกจากกัน ก่อนวิ่งลงบันไดจากตึกชั้น 52 ลงมาข้างล่าง เพื่อตามหาลูกและภรรยา จนชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดวันที่ 2 เม.ย.68 คุณสุกัญญา ยาท้วม หรือคุณโบว์ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว และคุณควอนยองจุน หรือโอปป้า ที่วิ่งข้ามสะพานเชื่อมถล่ม เพื่อมาช่วยลูกและภรรยา เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนตื่นเช้ามาทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ ตนมีไลฟ์สดแจกโปรโมชั่นลูกค้าตอนเวลา 12.00 น. จึงให้โอปป้าไปออกกำลังกายแล้วค่อยมาไลฟ์ด้วยกันอีกรอบตอนกลางคืน ด้านโอปป้าก็ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสบนชั้น 53 ของตึกซี ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในคอนโด ส่วนตนกับลูกอยู่ในห้องชั้นที่ 30 ของตึกบี สามารถเดินข้ามไปด้วยสะพานเชื่อมที่ชั้น 52
ต่อมาโอปป้าที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายไปได้ไม่กี่นาที รู้สึกได้ยินเสียงดังมาจากท้องฟ้า พอไปหยิบมือถือจะดูยูทูบก็รู้สึกว่าพื้นเริ่มสั่น ทรงตัวไม่ได้ เขาจึงคิดแล้วว่าต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าเป็นแผ่นดินไหว คิดว่าเป็นไต้ฝุ่น ลมแรง
พอลงมาจากชั้น 53 เปิดประตูออกมาเจอสระว่ายน้ำขนาดใหย่ของตึกซี ที่กำลังกระเพื่อมแรงมาก ตอนนั้นโอปป้าก็คิดว่ารอไม่ได้แล้ว ต้องรีบไปช่วยตนกับลูกให้ไวที่สุด เพราะแรงสั่นมันแรงถึงขนาดที่กำลังลงบันไดก็ล้ม
“สถานการณ์ตอนนั้น เขาไม่มีเวลาหันกลับไปมองอะไร เขาใช้พลังที่มีทั้งหมดพยายามวิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว พอเจอสะพานก็เห็นว่ามีรอยแตกร้าวของหินกระเบื้องขึ้นมา เห็นโครงสร้างขึ้นมาแล้ว แต่ไม่ได้เห็นว่ามีรอยแยก และยังมีความรู้สึกว่าเหมือนมีใครมาผลักอยู่ข้างหลัง ซึ่งคิดว่าคือแรงลมที่เคลื่อนไหว ระหว่างที่วิ่งข้ามมาตึกบี ก็มีเสียงดังมากๆ แต่เขาไม่ได้หันกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เมื่อโอปป้ามาถึงตึกบี ที่ชั้น 52 ซึ่งเป็นทางเชื่อม เขาก็รีบวิ่งเข้าตึกให้เร็วที่สุดและไปที่ลิฟต์ก่อน ตอนนั้นมีชาวต่างชาติคนอื่นๆ ประมาณ 4 คน กำลังรออยู่หน้าลิฟต์ ซึ่งตอนนั้นทุกคนเริ่มร้องโวยวายและไม่มีสติแล้ว พร้อมตัดสินใจไปใช้บันไดหนีไฟกัน พอโอปป้าลงไปประมาณชั้น 40 ของตึกบี ก็โทรหาตน ซึ่งกำลังจะโทรหาเขาก็เลยรับโทรศัพท์ทันทีและบอกว่าตนกับลูกอยู่ข้างนอกตรงชั้นที่ 1 แล้ว โอปป้าก็บอกว่ากำลังจะลงไป ตอนนั้นตนก็โล่งใจ แต่ก็ยังกลัวว่าตึกจะถล่ม ด้านโอปป้าพอรู้ว่าตนและลูกปลอดภัยแล้วก็โล่งใจเช่นกัน พร้อมตั้งใจว่าตัวเองต้องเอาชีวิตรอดไปเจอครอบครัวให้ได้
ขณะที่กำลังลงบันไดไปเรื่อยๆ โอปป้าก็รู้สึกเหนื่อยมาก จนขาไม่มีเรี่ยวแรง พอลงไปถึงประมาณชั้น 30 กว่า เขาก็รู้สึกว่าลงต่อไปไม่ไหวแล้ว เลยเปิดประตูเข้าไปในตึก ตอนนั้นทั้งฝ้าและไฟร่วงเป็นรอยแตกลงมา จึงรีบวิ่งกลับไปที่บันไดเหมือนเดิม ตอนที่วิ่งลงไปตึกก็ส่าย ทำให้แขนไปชนกับผนังจนเป็นรอยถลอก
พอลงถึงชั้นที่ 1 ก็ไปเจอชาวต่างชาติที่ไปเจอตอนแรกที่ชั้น 52 ชาวต่างชาติก็บอกว่าอย่าออกไปนะ ข้างหน้ามีหลังคา ถ้าออกไปอันตราย เพราะว่าอาจจะมีของตกลงมาก็ได้ แต่โอปป้าคิดว่าต้องออกไปเจอครอบครัวที่รออยู่ข้างนอก จึงตัดสินใจวิ่งออกไป โดยไม่ได้ฟังคำเตือนของใครเลย เมื่อออกมาก็ได้เจอตนกับลูกในที่สุด
“ตอนนั้นโอปป้าเหนื่อยมาก พร้อมบอกว่าความรู้สึกตอนนั้น มันไม่มีอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย เป็นหมื่นล้านคำที่อยู่ในใจ ยิ่งพอได้มาเห็นคลิปที่สะพานถล่มลงข่าว ทั้งตัวเองและโอปป้าก็ตกใจกันมาก โอปป้ายังตกใจเลยว่าเขาทำได้อย่างไร จึงเข้าไปกอดเขาแล้วน้ำตาคลอ พร้อมบอกว่า ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก”
ตอนนี้ครอบครัวตนก็รู้สึกโอเคแล้วว่า ทุกอย่างปลอดภัยแล้ว ถือว่าเป็นโชคดีของเรา แต่ตอนนี้ยังมีผู้เสียหายจากที่ตึกถล่มด้วย โอปป้าจึงอยากเป็นกำลังใจให้ประเทศไทยและคนไทยทุกคน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้เห็นว่าคนไทยรักและคอยช่วยกัน ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ก็หวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นประสบการณ์ให้ประเทศไทย รวมถึงให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมตัวรับมืออยู่ตลอดเวลา รวมถึงมีสัญญาณเตือนได้เหมือนประเทศเกาหลี มีการคุ้มครองความปลอดภัยมากขึ้น
