หมอ เตือน อันตราย “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” อาจถึงขั้นอัมพาต แนะ วิธีสังเกตอาการ เผย ปัจจัยเสี่ยง หากสงสัยรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

วันที่ 3 มิ.ย.2568 ผศ.นพ.ปิลันธน์ ใจปัญญา ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและการผ่าตัดส่องกล้อง ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนวเวช กล่าวว่า อาการปวดหลังหรือปวดคอ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่รู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้อาจซ่อนภัยร้ายที่หลายคนมองข้าม

โดยเฉพาะ “ภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท” ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เป็นอัมพาตได้ โดยหมอนรองกระดูกเป็นแผ่นเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ มีหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกและช่วยให้กระดูกเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น

หมอ เตือน อันตราย "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" อาจถึงขั้นอัมพาต แนะ วิธีสังเกตอาการ เผย ปัจจัยเสี่ยง หากสงสัยรีบพบแพทย์เฉพาะทาง 

หมอ เตือน อันตราย “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” อาจถึงขั้นอัมพาต แนะ วิธีสังเกตอาการ เผย ปัจจัยเสี่ยง หากสงสัยรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

แต่เมื่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวหรือเสื่อมสภาพจนปลิ้นออกไปกดทับเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงในบริเวณแขน ขา หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของการกดทับ

ผศ.นพ.ปิลันธน์ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท หลัก ๆ เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่นและเสื่อมลงตามวัย, น้ำหนักเกินมาตรฐาน ทำให้กระดูกสันหลังต้องรับภาระมากขึ้น, ท่าทางในการใช้งานร่างกายไม่ถูกต้อง เช่น ก้มเงยนาน ๆ หรือยกของหนักผิดวิธี,

สูบบุหรี่ ที่ลดการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก ทำให้เสื่อมเร็วขึ้น และ กรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัวมีประวัติโรคนี้ ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นตาม ดังนั้น อาการที่ควรสังเกต เช่น ปวดคอหรือปวดหลังเรื้อรัง ไม่ทุเลาแม้พักผ่อน ปวดร้าวลงแขนหรือขา อาจมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ขยับมือหรือเท้าไม่สะดวก และ ในรายที่รุนแรง อาจมีปัญหาเรื่องการควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระ

ผศ.นพ.ปิลันธน์ กล่าวต่อว่า แนวทางการวินิจฉัย แพทยจะซักประวัติและตรวจร่างกาย ส่งเอกซเรย์ เพื่อดูแนวกระดูกและความผิดปกติ หรือตรวจ MRI ช่วยให้เห็นภาพเส้นประสาทและหมอนรองกระดูกได้ละเอียด

ขณะที่การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ในระยะเริ่มต้น สามารถปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงท่าทางที่กระตุ้นอาการ ระยะปานกลาง ใช้ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ พร้อมทำกายภาพบำบัด และ ระยะรุนแรง อาจต้องฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด หรือพิจารณาผ่าตัดในกรณีที่อาการรบกวนการใช้ชีวิต

อย่างไรก็ตาม การดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดหรือกลับมาเป็นซ้ำ เริ่มจากจัดท่าทางในการนั่ง ทำงาน และยกของให้ถูกหลัก หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ก้มคอนานๆ เช่น การเล่นมือถือ ควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอ โดยเน้นกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัว ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และงดสูบบุหรี่

“แม้ว่าอาการจะดูเล็กน้อยในตอนเริ่มต้น แต่หากละเลยการดูแล อาจนำไปสู่ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวได้หากคุณสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวอาจมีภาวะนี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินอาการและเริ่มการรักษาอย่างเหมาะสมโดยเร็วที่สุด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนวเวช โทร.1507” ผศ.นพ.ปิลันธน์ กล่าว

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง สำหรับงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ที่ทุกคนรอคอย งาน Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ จัดโดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยพันธมิตรสุขภาพ ทั้งภาครัฐและเอกชน

งานในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในทุกช่วงวัย ใครที่สนใจตรวจสุขภาพ งานนี้รวมโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 30 โรงพยาบาลมาให้บริการตรวจสุขภาพฟรี อาทิ บริการตรวจสุขภาพตา บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ บริการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และบริการอื่นๆ อีกมากมาย ย้ำอีกครั้งว่างานนี้ฟรี!

นอกจากนี้ ห้ามพลาดกับทุกเทรนด์เรื่องสุขภาพ ฟังเวทีเสวนาให้ความรู้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมเวิร์กชอปเพื่อสุขภาพ ยกทัพสินค้า ร้านค้า และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ รวมถึงกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจอีกมากมาย

เจอกันที่งาน Thailand Healthcare 2025 ในวันที่ 26-29 มิ.ย. 2568 เวลา 10.00–20.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เครือมติชน และเพจเฟซบุ๊ก Matichon Healthcare และสื่อในเครือมติชน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน