ทีมทนายความของ ยิ่งลักษณ์ เผยยังมีเวลาอุทธรณ์อีก 15 วัน หลังครบกำหนดชำระค่าเสียหายโครงการจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน 19 พ.ย.นี้ พร้อมยื่นฟ้อง “บิ๊กตู่-รมว.คลัง-วิษณุ” ปมออกคำสั่งปกครอง “ยิ่งลักษณ์”ควงพี่สาว ทอดกฐินพุทธสถานถ้ำเชตวัน ชาวน่านแห่ให้กำลังใจ ครูบาน้อยคืนซองปัจจัย บอกขอให้นำไปช่วยชาวนาซื้อข้าว ขณะที่ครูบาสมจิตก็นำเงินมามอบให้ช่วยชดใช้คดีข้าว เพื่อไทยแจง”ปู”ไม่ได้เบรกขายข้าว แค่ชะลอดูความเหมาะสม ระบุทหารไม่ได้สั่งห้าม ด้าน”วรชัย” แฉคนอ้างเป็นจนท.รัฐบุกคุกคามชาวนาภาคอีสานที่ขายข้าวให้อดีตนายกฯ จี้”บิ๊กตู่”สั่งหยุดพฤติกรรมข่มขู่ ปลัดเกษตรฯจ่อชงครม.ขยายวงเงินสินเชื่อนาแปลงใหญ่ คาดใช้งบฯเพิ่มอีก 5 พันล้าน กรธ.แจงแนวทางตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง โยนกก.สรรหาชี้ขาดคุณสมบัติกกต. ยื้อเวลาถกกม.เลือกตั้งส.ส.-ส.ว.

จ่อชงครม.เพิ่มสินเชื่อนาแปลงใหญ่

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมนำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพ เช่น นาแปลงใหญ่ ในการลดต้นทุนการผลิต โดยจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้แก่เกษตรกร ผ่านการขยายวงเงินสินเชื่อเงินกู้สูงสุดเป็น 10 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืน 5 ปี มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 จากเดิมเกษตรกรสามารถขอสินเชื่อสูงสุดได้ 5 ล้านบาท ระยะเวลาชำระคืน 3 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 คาดว่าจะใช้งบประมาณเพิ่มจากมาตรการเดิม 5,000 ล้านบาท รวมโครงการดังกล่าวจะใช้เงินอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อกำหนดมติที่ชัดเจนจากกระทรวงเกษตรฯ ก่อนเสนอ ครม.

นายธีรภัทรกล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวที่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมติดตามการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ในสัปดาห์นี้นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการจากทางนายกฯ มีเพียงกระแสข่าวเท่านั้น โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมรายงานการดำเนินงานให้นายกฯ ได้รับทราบทุกเมื่อ

“จ้อน”แนะพรรคเลิกตอบโต้ราคาข้าว

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวถึงการตอบโต้ทางการเมืองระหว่างนักการเมืองและพรรคการเมืองกรณีปัญหาราคาข้าวว่า รู้สึกไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ ดังกล่าว จึงอยากขอร้องนักการเมืองและพรรคการเมืองให้สำรวมกิริยาด้วยการ “ลด-ละ-เลิก” กิจกรรมทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งตอบโต้กันและกันในช่วงการไว้อาลัย ซึ่งตนเห็นว่าบางเรื่องก็ควรทำแบบปิดทองหลังพระ ทำโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศออกหน้าออกตาและไม่ต้องกล่าวโจมตีกันจนกลายเป็นวิวาทะทางการเมืองและถูกนำเสนอในสื่อต่างๆ อย่างที่ผ่านมา

ชาวน่านแห่ให้กำลังใจ”ปู”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมด้วยนางเยาวเรศ ชินวัตร พี่สาว นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเพื่อไทย อาทิ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตส.ส.กทม. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตส.ส.ขอนแก่น นายชลน่าน ศรีแก้ว และนาง สิรินทร รามสูต อดีตส.ส.น่าน ร่วมกับประชาชนถวายกฐินสามัคคีมหากุศล เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาหลวงสุดเจ่นตา มหาบารมี 3 ปี 3 เดือน 3 วัน และบรรจุหัวใจถวายพระพุทธรูปองค์พระประธานศาลาหลวง ที่พุทธสถานถ้ำเชตวัน ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน โดยประชาชนที่มาร่วมทำบุญได้เข้ามาอวยพรให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ผ่านพ้นอุปสรรค ที่ผ่านมาทำดีแล้วขอให้สู้ต่อไป และอยู่เป็นแรงใจของประชาชนอย่างนี้ตลอดไป

ครูบาน้อยขอให้ช่วยชาวนา

จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์กราบนมัสการท่านครูบาน้อย พระญาณวิไชยภิกขุ ที่หน้าประตูถ้ำเชตวัน เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งครูบาน้อยอยู่ระหว่างเข้าปฏิบัติธรรมในถ้ำเป็นเวลา 3 ปี และจะออกจากถ้ำในปี 2560 นี้ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กับครูบาน้อยได้โต้ตอบกันผ่านทางจดหมายน้อย โดยการเขียนตอบส่งกัน เพราะครูบาน้อยจะไม่เปล่งวาจาพูดคุยกับใครตลอดการเข้าถ้ำ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ถวายซองปัจจัยให้แก่ครูบาน้อย แต่ครูบาน้อย ได้ส่งคืนกลับมา พร้อมระบุว่า ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เก็บไว้เพื่อเอาไปซื้อข้าวช่วยชาวนา

นอกจากนี้ในงาน ครูบาสมจิต จากวัด สะแล่ง อ.ลอง จ.แพร่ ที่เดินทางมาร่วมงาน ได้นำเงินมามอบให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวน 3,000 บาท เพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เอาไว้สู้คดีจำนำข้าวด้วย

จี้”บิ๊กตู่”สั่งจนท.เลิกข่มขู่ชาวนา

นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวจากชาวนามาขายนั้น ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 12 พ.ย. มีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ไปหาชาวนาคนหนึ่งในจังหวัดทางภาคอีสานที่ขายข้าวให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงกว่า 10 ครั้ง พยายามสอบถามเรื่องการขายข้าวดังกล่าว และยังมีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเข้าไปพบที่บ้านและตรวจสอบเรื่องนี้เช่นกัน ต่อมาช่วงเย็นมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปที่บ้านอีกด้วย แต่ไม่ได้พบ ซึ่งถือเป็นการข่มขู่คุกคาม จึงขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ตรวจสอบเรื่องนี้ และขอให้บอกลูกน้องว่าอย่าคุกคาม ชาวนาเดือดร้อนจริงๆ เมื่อขายได้ราคาเพิ่มก็ขาย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง หากทำแบบนี้ชาวนาก็ไม่กล้าขายข้าวทำให้เดือดร้อนขึ้นไปอีก

“อยากถามว่าพล.อ.ประยุทธ์สั่งให้ไปหรือเจ้าหน้าที่ทำเอง ถ้าทำเอง พล.อ.ประยุทธ์ควรบอกให้หยุดพฤติกรรมคุกคามได้แล้ว แต่ถ้านายกฯ เป็นคนสั่งก็ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้รัฐบาลเสียหาย เราอยากช่วยชาวนาไม่ได้สร้างภาพ ทั้งนี้ เรื่องของพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่มีข่าวการกระทำส่อทุจริต เราไม่เคยเข้าไปจี้ให้ตรวจสอบเพราะเป็นลูกผู้ชายพอ จึงอยากให้มีการกระทำแบบลูกผู้ชายด้วย” นาย วรชัยกล่าว

เย้ย”วรงค์”กลัวเสียผลประโยชน์

นายวรชัยกล่าวว่า กรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันการขายข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นการทุบราคาข้าวนั้น ตนก็ขอยืนยันว่าได้ศึกษาเรื่องข้าวมาทั่วประเทศ ตนเป็นลูกชาวนา พ่อแม่ญาติพี่น้องก็เป็นชาวนา ศึกษาจนได้ข้อมูลจริงมาแล้วว่าข้าวเปลือกต่อตันเป็นข้าวสารจะได้เท่าไร อีกทั้งชาวนายังได้แกลบ รำ ปลายข้าวด้วย นพ.วรงค์อย่าบิดเบือน อยู่พื้นที่ชาวนาก็น่าจะรู้ดี แต่อย่าคิดว่ารู้คนเดียว และอยากถามว่ามาตรการเรื่องข้าวของรัฐบาลนี้คล้ายกับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำไม นพ.วรงค์ไม่ว่าอะไร นอกจากนี้ได้ข่าวว่า นพ.วรงค์มีญาติเป็นเจ้าของโรงสี กลัวเสียประโยชน์จากกลไกตลาดหรือไม่

ชี้”ปู”ช่วยขายข้าว-แก้ตรงจุด

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยมีผลผลิตข้าวปีละ 32-35 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 20-21 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งข้าวเปลือก 1 ตันแปรสภาพเป็นข้าวสารได้ 0.6 ตัน คนไทยบริโภคข้าวสารปีละ 8 ล้านตัน เราจึงมีข้าวสารเกินจากการบริโภคประมาณ 12 ล้านตัน ที่ต้องส่งออก แต่ปัญหาของชาวนาคือราคาข้าวเปลือกตกต่ำซึ่งเป็นปัญหาการตลาดไม่ใช่การผลิต ภาพที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกไปช่วยชาวนาขายข้าวสาร คือการช่วยด้านการตลาด ซึ่งตรงกับปัญหา ส่วนภาพทหารและนักการเมืองบางพรรคที่คิดเหมือนกันและออกไปช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวคือส่วนของการผลิต แม้จะทำด้วยเจตนาดีแต่สะท้อนถึงการไม่เข้าใจสาเหตุแห่งปัญหา รัฐบาล คสช. กับบางพรรคจึงคิดต่างจากพรรคเพื่อไทยโดยสิ้นเชิง

เชื่อจำนำยุ้งฉาง-ซ้ำเติมราคาข้าว

นายวัฒนา ระบุว่า การช่วยเหลือชาวนาจะต้องเอาผลผลิตส่วนเกินออกจากตลาด แต่นโยบายรับจำนำยุ้งฉาง ที่มียุ้งฉางเก็บข้าวเปลือกได้ไม่เกิน 1 ล้านตัน จะไม่ช่วยพยุงราคาเพราะข้าวเปลือกที่เหลือจะออกสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้ราคาตกต่ำ ส่วนเงินที่รัฐบาลจ่ายให้ชาวนาที่ไม่มียุ้งฉางตันละ 2,000 บาท คือแนวทางประกันราคาข้าวเปลือกที่เคยดำเนินการมาแล้วแต่ไม่ได้ผล เพราะไม่ได้ช่วยลดอุปทาน ทำให้ราคาข้าวเปลือกถูกกดต่ำลงไปอีก ด้านการส่งออกมีปัญหา แต่รัฐบาลกลับสนุกกับการทำลายฝ่ายตรงข้ามเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองที่ได้มาโดยไม่ชอบ และยังไม่มีแนวทางแก้ปัญหา เศรษฐกิจไทยจึงไม่มีทางฟื้นตัว ปีนี้ที่ว่าแย่ยังแค่การทอดผ้าบังสุกุล ปีหน้าคือการเผาจริง เชื่อพุทธศาสนสุภาษิตหรือยังว่า พาโล อปริณายโก

เผย”ปู”ยังมีเวลาอุทธรณ์ชดใช้ข้าว

รายงานข่าวจากทีมทนายความพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า สำหรับความคืบหน้าการยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีโครงการรับจำนำข้าว เป็นเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งแจ้ง ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 19 พ.ย. หากพ้นเวลา กระทรวงการคลังจะดำเนินการตามมาตรการทางปกครอง ตามมาตรา 57 ของพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 นั้น โดยหลักการทางกฎหมายยังมีเวลาอีก 15 วัน ที่กระทรวงการคลังจะทำหนังสือแจ้งเตือนครั้งสุดท้ายให้ชำระค่าเสียหาย แต่หากครบกำหนดเวลารวม 45 วัน แล้วจำเลยยังไม่ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง จึงจะใช้มาตรการวิธีทางปกครอง

ดังนั้น ฝ่ายจำเลยยังมีเวลาทบทวนและพิจารณาเนื้อหาในข้อกฎหมาย และตรวจทานรายละเอียดให้รอบคอบก่อนจะยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งยื่นก่อนวันที่ 19 พ.ย.นี้ หรืออาจจะยื่นหลังจากนั้น หากทีมทนายหารือกันแล้วพบว่ามีประเด็นอื่นเพิ่มเติม แต่จะไม่เกินกำหนดเวลา 15 วันที่ยังสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย

ยื่นฟ้อง”บิ๊กตู่-อภิศักดิ์-วิษณุ”

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนเนื้อหาของคำร้องที่จะยื่นต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง จะแสดงต่อ ศาลว่าการออกคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากขั้นตอนกระบวนการพิจารณาเอาผิดคนดำเนินการไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมตั้งแต่ในขั้นต้น มีการเร่งรีบพิจารณาเพื่อเอาผิด อีกทั้งกระทรวงการคลัง ไม่มีอำนาจที่จะให้นายกฯ ชดใช้ค่าเสียหายที่มาจากนโยบายของรัฐ เนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในคำถอนท้ายฟ้องให้ เพิกถอนคำสั่ง จะดำเนินการฟ้องร้องผู้เกี่ยว ข้องในการออกคำสั่ง ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

“วิม”แจง”ปู”ไม่ได้เบรกขายข้าว

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และคณะทำงาน ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวกรณีมีกระแสข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเบรกโครงการขายข้าวช่วยชาวนาเอาไว้ก่อนว่า ไม่ใช่เบรกแต่ชะลอกิจกรรมออกไปก่อน เพื่อดูมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลออกมาช่วยชาวนา เช่น จำนำยุ้งฉางว่าจะช่วยเหลือได้ผลมากน้อยอย่างไร และจากการช่วยขายข้าว 2 ครั้ง ถือว่าประสบความสำเร็จ ตลาดมีการขยับราคาสูงขึ้น ชาวนานำข้าวมาขายได้โดยตรง และมีช่องทางจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น

นายวิม กล่าวว่า การขายข้าวของน.ส. ยิ่งลักษณ์ เป็นการขายเพื่อนำตลาด เมื่อราคาขยับปรับตัวก็ต้องมาดูความเหมาะสมที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งการชะลอขายข้าวในล็อตที่ 3 ไม่เกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ถือว่าเป็นคนละเรื่องกัน และไม่เกี่ยวกับการที่นพ.วรงค์ ออกมาจับผิด รวมถึงไม่มีการห้ามจากทหาร แต่มองว่าถ้าไปรับซื้ออีก จะไม่เหมาะสม เพราะไม่อยากไปแย่งกับคนที่มีหน้าที่โดยตรง ส่วนข่าวที่ออกไปเพราะมีสื่อถามว่าการขายข้าวล็อต 3 จะมีขึ้นเมื่อไร ซึ่งได้ตอบไปว่าอาจต้องชะลอออกไปก่อนเพราะขณะนี้ราคาข้าวสูงขึ้นแล้ว ไม่ได้เบรก

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาในภาคกลางขายข้าวบ้างหรือไม่ นายวิม กล่าวว่า ต้องดูมาตรการของรัฐที่ออกมา ช่วยได้มากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ข้าวในภาคกลางเป็นข้าวเพื่อการส่งออก เป็นข้าวขาวที่ใช้ทำแป้งและประกอบในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นรัฐบาลจะต้องหาทางช่วยเหลือโดยการเร่งระบายข้าว หาตลาดในการส่งออกและดำเนินมาตรการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี

กรธ.แจงตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง

นายเธียรชัย ณ นคร คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงแนวทางการตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (กกต.จังหวัด) ว่า เพื่อสร้างกลไกการตรวจสอบการเลือกตั้งระดับจังหวัดให้มีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น ไม่ให้ลำเอียงเลือกข้าง การที่พรรคการเมืองไม่เห็นด้วยอาจเป็นเพราะยังไม่ได้เห็นรายละเอียด โดยที่มาของผู้ตรวจการเลือกตั้งจะมีจากทั้งคนในและคนนอกพื้นที่ ส่วนอำนาจหน้าที่ก็ให้เป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ข้อบังคับที่ กกต.กำหนด

กรธ.กล่าวว่า ส่วนการสรรหา กกต.เพิ่มอีก 2 คน และพิจารณาว่า กกต.ชุดปัจจุบันคนใดมีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วต้องมีการสรรหาเพิ่มเติมหรือไม่นั้น เบื้องต้น กรธ.คุยกันว่าให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ตามมาตรา 203 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ยื้อชงกม.เลือกตั้งส.ส.-ส.ว.

นายเธียรชัยกล่าวว่า สัปดาห์หน้า กรธ. จะพิจารณาทบทวนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและร่างพ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. โดยจะนำข้อเสนอแนะจากทั้ง กกต. สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พรรคการเมือง และประชาชน มาประกอบการพิจารณาว่า ขาดตกบกพร่องหรือสอดคล้องกับหลักการของ กรธ.แล้วหรือไม่ ส่วนร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.นั้น กรธ.จะพิจารณาไปพลางๆ ก่อน แล้วจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาก็ต่อเมื่อร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมืองและร่างพ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.แล้ว เพราะกฎหมายการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกฎหมาย กกต.และพรรคการเมือง จึงต้องรอให้ 2 ฉบับนี้นิ่งที่สุด

สนช.เชิญกรธ.แจง-ปิดช่องตีความ

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 2 ของสนช. กล่าวว่า วันที่ 14 พ.ย.นี้ สนช.จะสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมพิจารณาพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่อาคารวุฒิสภา โดยนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ รองประธาน กรธ.คนที่ 2 ชี้แจงเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. และนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. อธิบายร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง จากนั้นนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 จะบรรยายหัวข้อกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อให้สมาชิก สนช.ที่จะทำหน้าที่ กมธ.วิสามัญจัดทำกฎหมายลูกเหล่านี้รับทราบหลักการและเจตนารมณ์ของ กรธ. ในกฎหมายลูกแต่ละฉบับ ช่วยให้การทำงานในชั้น สนช.สอดคล้องกันมากขึ้น หลีกเลี่ยงการเกิดประเด็นในภายหลัง หาก กรธ.หรือกรรมการองค์กรอิสระเห็นแย้งกับ สนช.จะต้องตั้ง กมธ.ร่วม ตามที่มาตรา 267 ของรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดไว้

วาง”สุรชัย”คุม 4 กม.เลือกตั้ง

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอขอสัดส่วนสมาชิกสปท. 2 คน ในการพิจารณากฎหมายลูกในชั้นกมธ. คงต้องรอความชัดเจนจากวิป สนช.ว่าจะกำหนดอย่างไร ส่วนแนวทางการทำงานของ สนช.ต่อการจัดทำกฎหมายลูก 4 ฉบับที่สำคัญต่อการเลือกตั้งนั้น ได้กำหนดให้ กมธ.สามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัยเป็นประธาน ขยายขอบเขตอำนาจมาทำหน้าที่คอยดูภาพรวมให้กฎหมาย ทั้ง 4 ฉบับมีความสอดคล้องกัน นอกจากนี้อยากให้ กรธ.คอยประสานการนำเสนอเนื้อหากฎหมายลูกมาให้ สนช.ดูไปพลางๆ ไม่ต้องรอเสร็จสมบูรณ์ เพื่อจะได้มีข้อมูลเตรียมตัวพิจารณา เพราะกรอบเวลาที่ สนช.มี 60 วันถือเป็นเรื่องสำคัญ

วิปสนช.ชงเก็บตัวถกกม.ลูก

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษก กมธ.วิสามัญกิจการ สนช. หรือวิปสนช. กล่าวถึงการพิจารณาร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับว่า สนช.มีกรอบเวลาพิจารณาร่างกฎหมายแต่ละฉบับ 60 วัน แต่ยังมีขั้นตอนของธุรการของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจตัดเวลาหัวท้ายประมาณ 10 วัน ระยะเวลาที่เหลือคือกรอบเวลาที่ สนช.จะพิจารณาได้จริง ถือว่าใกล้เคียงกับการร่างรัฐธรรมนูญในปี 2540 และปี 2550 ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือส.ส.ร. มีเวลาพิจารณา 45 วัน แต่มีการเก็บตัวเพื่อพิจารณากฎหมายลูกเพียงอย่างเดียว ขณะที่ สนช.มีร่างพ.ร.บ.อื่นๆ ที่ต้องพิจารณาด้วย ดังนั้น เราจึงมีแนวคิดจะให้ กมธ.ต้องเข้าค่ายเก็บตัวเพื่อพิจารณากฎหมายลูก แต่คงใช้เวลาไม่มากนักเหมือนส.ส.ร.

นพ.เจตน์กล่าวว่า ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุเมื่อ กรธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. และพรรคการเมืองเสร็จ รัฐบาลจะส่งให้ สนช.พิจารณาก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ได้นั้น คงพิจารณาแบบไม่เป็นทางการไปพลางก่อน โดยหารือในประเด็นที่ กรธ.ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจาก กกต.เสนอ ส่วนการพิจารณาอย่างเป็นทางการคงต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญโปรดเกล้าฯ ประกาศใช้ก่อน

กกต.ไม่ขัดตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงข้อเสนอของ กรธ.ที่จะให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด ว่า ก่อนหน้านี้ กกต.มีข้อเสนอต่อ กรธ.ว่า กกต.จังหวัดยังมีความจำเป็นอยู่ โดยให้เหตุผลต่างๆ ไว้หมดแล้ว แต่หากท้ายที่สุด กรธ.จะกำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาแทน กกต.จังหวัด กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติก็พร้อมดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนเรื่องคุณสมบัติของ กกต.นั้นตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะการไปพูดก่อนคงจะไม่ดี ดังนั้น ต้องขอดูรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน

สดศรีหนุนโละกกต.จว.-เขต

นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกกต. กล่าวถึงกรธ.จะกำหนดให้กกต.ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พ้นจากตำแหน่งและให้สรรหาใหม่ว่า แม้จะทำให้กกต.บางคนต้องพ้นไปและมีการสรรหาใหม่เข้ามาเพิ่ม เชื่อว่าการทำงานร่วมกันระหว่างคนเก่า กับคนใหม่ก็คงไม่มีปัญหา เพราะมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเป็นกำลังหลัก ก็ทำงานต่อไปได้ ทั้งนี้ หากกรธ.จะใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวกับกกต. ก็ต้องใช้กับกรรมการองค์กรอิสระอื่นๆ เหมือนกันหมด เพื่อความยุติธรรม เนื่องจากคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่นั้น แตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2550 มาก และเห็นว่า หาก กรธ.ผ่อนปรนเรื่องคุณสมบัติให้กับ ป.ป.ช ก็จะเกิดคำครหาตามมา ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับกรธ.และรัฐบาลเอง

นางสดศรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดกรธ.ที่ยกเลิกกกต.จังหวัด และให้มีคณะ ผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน เพราะที่ผ่านมา การเลือกบุคคลมาเป็นกกต.จังหวัด จะมีเรื่องอิทธิพลของนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่กกต.จังหวัดหลายแห่งเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของพนักงานประจำ และเปิดเผยข้อมูลการพิจารณาสำนวนทุจริต เช่นบอกว่ากกต.จังหวัดเสนอกกต.กลางให้ใบเหลืองใบแดง ทั้งที่กกต.กลางยังไม่ได้พิจารณา แต่เมื่อมีความเห็นออกไป ก็เหมือนบีบกกต.กลาง และเห็นว่าควรยกเลิกกกต.เขตด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน