ไอซ์ รักชนก เปิดตำแหน่ง ทวีวัฒน์ เจ้าของ เงินสด 12 ล้าน ผ่านงานสำคัญเพียบ ที่ปรึกษาคู่ใจบอร์ด กสทช. เตรียมยื่น 3 หน่วยงานตรวจสอบ
จากกรณีมีคนพบเงินสดจำนวน 12 ล้านบาท ซุกอยู่ในลังพลาสติก ถูกนำมาทิ้งไว้ที่บริเวณจุดทิ้งขยะหน้าลิฟต์ ชั้น 4 ตึก P2 คอนโดเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายทวีวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) แสดงตนว่าเป็นเจ้าของเงิน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 9 มิ.ย.2568 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork” ระบุว่า คุณ ทวีวัฒน์ ลืมเงิน 12 ล้านถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง คุณคิดดดด….? ลองอ่านข้อมูลนี้ดูก่อน สาระน่ารู้เกี่ยวกัย นายทวีวัฒน์
- นายทวีวัฒน์ เป็นที่ปรึกษาบอร์ด กสทช. คือ นายต่อพงศ์
- นายทวีวัฒน์เป็นคณะอนุกรรมการใน กสทช. หลายคณะสำคัญ ๆ ทั้งนั้น เช่น
1.เคยเป็นคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจระหว่าง TRUE และ DTAC ซึ่งอนุตั้งเพื่อศึกษาและให้ความเห็นกรณีการควบรวมระหว่าง TRUE และ DTAC (ซึ่งทุกคนในคณะมีความเห็นว่า กสทช. มี “อำนาจเต็ม” ในการพิจารณาเรื่องการควบรวม สามารถห้ามหรืออนุญาตก็ได้ ยกเว้นอยู่คนเดียวคือ นายทวีวัฒน์ ลงมติว่า กสทช. มีอำนาจแค่ “รับทราบ” เท่านั้น ไม่มีอำนาจห้ามควบรวม)
2.เคยเป็นคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กสทช. สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลก กสทช. จ่ายเงิน 600 ล้าน สุดท้าย คนไทยไม่ได้ดูบอลโลกฟรี คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือ TRUE!
3.คณะอนุกรรมการเพื่อติดตามและประเมินผลการรวมธุรกิจ TRUE และ DTAC ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม (ติดตามกันไปถึงไหนแล้วไม่รู้ แต่เน็ตห่วยลง ค่ารายเดือนแพงขึ้น แถม กสทช. ไม่มีมาตรการหอกอะไรเลยในการคุ้มครองประชาชน)
4.คณะอนุกรรมการการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (กองทุน USO ผลประโยชน์เกือบ 30,000ล้าน! กองทุนนี้ฮั้วและเอื้อประโยชน์กันฉ่ำ กินกันแบบไม่สนการตรวจสอบใดใด)
5.คณะอนุกรรมการกรองงานของ กสทช. เกี่ยวกับการจัดสรรเงินกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส. ผลประโยชน์หลายหมื่นล้านเช่นกัน! เป็นกองทุนที่ใครมีอำนาจก็มักจะอนุมัติโครงการไปเอื้อประโยชน์ให้พวกตัวเอง)
ก็ต้องยอมรับว่า นายทวีวัฒน์เป็นคน ‘มีความสามารถมาก’ จริง ๆ ถึงได้รับความไว้วางใจให้ไปอยู่ในคณะที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติมหาศาล
ดิฉันไม่อยากยืนยันข้อเท็จจริงใดใด แต่ขอให้ประชาชนได้ลองใช้จินตนาถึงความเก่งกาจของนายทวีวัฒน์เอาเอง ไม่งั้นคงไม่มีเงินสด ๆ เก็บมากถึง 12 ล้านบาทหรอก
สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ต่อพงศ์ คนที่แต่งตั้ง นายทวีวัฒน์ ให้เป็นที่ปรึกษา
- ปี 2020 CP เคยแต่งตั้งนายต่อพงษ์ เป็น 1 ใน 7 คณะที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
- นายต่อพงษ์ ลาออกจากการเป็นคณะที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเพื่อมาเป็นบอร์ด กสทช. ถูกรับรองตำแหน่ง กสทช. โดย สว. ที่มาจากการรัฐประหาร
- ทางสำนักงาน กสทช. โดยรักษาการเลขาธิการ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล นำเสนอในวันที่ลงมติควบรวมทรู-ดีแทค ว่า กสทช. มีอำนาจเพียงรับทราบการควบรวม ไม่มีอำนาจอนุญาตหรือสั่งห้าม (นำเสนอแบบชี้ทางสว่างเวอร์ๆอ่า)
- ต่อพงษ์ ในฐานะบอร์ด กสทช. เห็นชอบตามความเห็นของ ทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ที่เห็นว่า กสทช. ไม่มีอำนาจห้ามการควบรวม True Dtac ทำได้แค่รับทราบเท่านั้น
- ประธาน กสทช. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ และ ต่อพงศ์ เป็นสองคนในบอร์ดที่ยืนยันว่า กสทช. มีอำนาจเพียงรับทราบ และ เมื่อเสียงเท่ากัน 2 – 2 (พิรงรอง รามสูต และ ศุภัช ศุภชลาศัย ไม่อนุญาต) และ 1 (ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ งดออกเสียง) และเป็นนายต่อพงศ์ เสลานนท์ ที่เป็นผู้เสนอให้ประธานโหวตซ้ำเพื่อชี้ขาด สุดท้ายจึงเกิดดีลที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ
*ซึ่งปัจจุบันข้อเท็จจริง เรื่องประธาน กสทช. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติและควรต้องพ้นจากตำแหน่งชัดเจนจนไม่มีอะไรชัดได้กว่านี้แล้ว แต่ก็ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน กสทช. ได้ และใช้อำนาจที่มีอนุมัติเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ และ เดือนนี้ก็กำลังจะมีเรื่อง ประมูลคลื่นความถี่ !
ทั้งหมดนี้ ดิฉันไม่ได้จะยืนยันข้อเท็จจริงใดใดทั้งสิ้น แค่เรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน กสทช. ให้ฟังเฉย ๆ แน่นอนมันเป็นเรื่องที่ไม่ sexy บางคนอาจจะสงสัยว่าเกี่ยวไรกับกูวะ
ดิฉันอยากบอกว่า กสทช. คือ องค์กรที่กุมผลประโยชน์แสนล้าน ถ้าทำงานอย่างแข็งขันประชาชนจะมีอินเตอร์ดีใช้ทั่วประเทศ ค่ายมือถือจะตั้งราคาที่เป็นธรรมไม่ขูดรีด หากค่ายมือถือทำผิดจะโดนลงโทษอย่างสาสมและ กสทช. ยังมีส่วนสำคัญใน ก า ร จั ด ก า ร แ ก๊ ง ค อ ล เ ซ น เ ต อ ร์ อีกด้วย แล้วทุกท่านคิดว่าตอนนี้ กสทช. ทำหน้าที่เป็นยังไง ?
มันไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ ที่สองเสียงของ กสทช. บอกว่ามีอำนาจแค่รับทราบ และ มันไม่ใช่ว่า กสทช.ไม่มีอำนาจลงโทษค่ายมือถือที่ทำสัญญาณล้ม และ เหตุผลที่เราจัดการแก๊งคอลเซนเตอร์ไม่ได้เพราะมันจะกระทบรายได้ค่ายมือถือ ทุกอย่างมันคือเรื่องอีหรอปเดียวกัน
ไอซ์อยากให้ทุกคนรู้ ว่านี่คือองค์กรที่เน่าเฟะจนถึงราก ทั้งคนมีอำนาจในบอร์ดและสำนักงาน ลุแก่อำนาจจงใจร่วมมือกันทำลายประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยกลุ่มทุนเข้ามามีอำนาจควบคุมให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการ
กระบวนการทั้งหมดนี้ เริ่มตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ ดังนั้นใครที่บอกว่าคิดถึงลุงตู่ ช่วยคิดถึง ค ว า ม ฉิ บ ห า ย ที่รัฐบาลลุงตู่สร้างไว้โดยการวางโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยวทำให้ประเทศเรามันเต็มไปด้วยคอรัปชันและเอื้อทุนใหญ่ทุกหย่อมหญ้าทุกวันนี้ด้วย
สุดท้ายนี้ ไอซ์ สส. พนิดา มงคลสวัสดิ์ – Phanida Mongkolsawat และ สส. Pukkamon Nunarnan – ภคมน ลิซ่า หนุนอนันต์ เรา 3 คน จะไปยื่นหนังสือ 3 ที่
- วันพรุ่งนี้จะไปยื่นหนังสือที่ สรรพากร ให้ตรวจละเอียดเรื่องเส้นทางการเงิน 12 ล้าน ของ นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว และคนใกล้ตัวที่เกี่ยวข้อง
- วันพรุ่งนี้จะไปยื่นหนังสือที่ ป.ป.ช. ว่าคู่สมรสของ นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ร่ำรวยผิดปกติหรือไม่
- ยื่น กสทช. ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ (รู้อยู่แล้วว่า ยื่น กสทช. ไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะจะฝั่งบอร์ดหรือฝั่งสำนักงานก็พวกเดียวกัน แต่ต้องยื่นยันว่าจะยื่น ก็ให้ๆรู้กันไป ว่าจะอุ้มกันเอง)
เงิน 12 ล้าน บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องตลก ขำขันแซวกันไป แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องนี้มันใหญ่พอๆกันกับตึก สตง. ถล่ม นี่คือฝีหนองมันแตก ดังนั้นใน กสทช. ควรต้องมีคนที่ต้องติดคุกได้แล้ว ใครได้รับสิทธิ์นั้น ก็อย่าลืมลากคอเพื่อนร่วมขบวนการไปลงนรกด้วยกัน องค์กรนี้จะได้สูงขึ้น
ข้อมูลทั้งหมดนี้เรียบเรียงเพื่อประโยชน์สาธารณะค่ะ

