ถกเสียงแตก! หนุ่มผู้โดยสารชาวอเมริกัน ร้องเรียน “เด็กทารก” บนเครื่องบิน ร้องไห้ไม่หยุด ลั่น ‘ทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้’ กระตุ้นดราม่าสุดเดือดในสังคมออนไลน์

10 มิ.ย. 2568 สื่อต่างประเทศเผย ผู้โดยสารรายหนึ่งในสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์อย่างหนัก หลังออกมาบ่นเรื่องเด็กทารกที่ร้องไห้บนเที่ยวบินที่ล่าช้า และร้อนอบอ้าว

โดย แพต แมคออลิฟฟ์ (Pat McAuliffe) คอลัมนิสต์จาก “Barstool Sports” ได้แชร์วิดีโอของตัวเองขณะที่อยู่บนเครื่องบินของสายการบินเดลตา แอร์ไลน์ ซึ่งมีเสียงเด็กร้องไห้ดังอยู่เบื้องหลัง ซึ่งสีหน้าของชายรายนี้ในคลิป เขาดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดจากเสียงร้องของเด็ก

ภาพประกอบจาก reuters

แพต เขียนแคปชันในโพสต์ว่า “ถ้าลูกคุณกำลังกรีดร้องบนเที่ยวบิน (ที่ล่าช้า ไม่มีแอร์ และยังไม่บิน @เดลตา) ก็เปิดโทรศัพท์ให้ดูสักหน่อยเถอะ”

พร้อมเสริมว่า “ให้เด็กดู TikTok จนเงียบไปเลยก็ได้! มันขอมากไปเหรอ?”

โพสต์ดังกล่าว มียอดรับชมทะลุ 18.4 ล้านวิว และจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล ทั้ง “ฝ่ายที่เห็นใจเขา” และ “ฝ่ายที่ตำหนิเขา” ว่าไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้ปกครอง และเด็กเล็กเอาเสียเลย

หลังจากนั้น ในวิดีโอที่โพสต์ตามมา ผู้โดยสารหนุ่มรายนี้ก็ยังคงถ่ายคลิปบนเครื่องบินลำเดิม โดยที่เด็กเล็กก็ยังคงร้องไห้อยู่เหมือนเดิม

โดยเขาเขียนระบุในแคปชันว่า “ผมก็รู้สึกแย่กับทางพ่อ-แม่ของเด็กนะ แต่พอถึงจุดหนึ่ง คุณต้องลองทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง พาเด็กเดินขึ้นลงตามทางเดิน เบี่ยงเบนความสนใจเขา”

“ทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้! เพราะเด็กยังร้องอยู่เลย แค่นั่งภาวนาให้เด็กหยุด แบบนั้นมันไม่โอเคหรอก”

สำหรับโพสต์ที่สาม ผู้โดยสารรายนี้ยังได้ตั้งคำถามว่า “เสียงกรีดร้องของเด็ก จะถือว่าเป็น ‘เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์’ ได้เมื่อไหร่? เพราะเด็กคนนี้ ร้องมา 2 ชั่วโมงแล้ว!”

แพต ยังได้วิจารณ์พ่อ-แม่ของเด็กอีกว่า “แล้วทำไมสองคนนั้นถึงไม่พูดกับลูกเลย อย่างน้อยก็พยายามปลอบหน่อย? ลุกขึ้นมาเดิน พาเขาไปรอบ ๆ เครื่องบินสิ!”

เมื่อคลิปวิดีโอของหนุ่มคอลัมนิสต์รายนี้ถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยหลายคนรวมถึงบรรดาพ่อ-แม่ ต่างวิจารณ์ว่าเขาตอบโต้เหตุการณ์เด็กทารกร้องไห้อย่างรุนแรงเกินไป

โดยผู้ใช้รายหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า “ดูเหมือนคุณจะร้องเสียงดังกว่าเด็กอีกนะ”

ขณะที่อีกคน ซึ่งระบุว่าเป็นพ่อ-แม่ ลูกสาม แสดงความคิดเห็นว่า “ในฐานะพ่อลูกสาม ขอโทษนะ แต่หุบปากไปซะ! ใส่หูฟังแล้วก็สนุกกับเที่ยวบินไปเหอะ พ่อ-แม่ของเด็กคนนั้น พวกเขาอยู่ในนรกอยู่แล้ว”

ผู้ใช้อีกรายกล่าวว่า “ผมรับประกันได้เลยว่าพ่อแม่ของเด็กเครียดกว่าคุณเยอะ ทั้งที่คุณบินคนเดียวพร้อมหูฟัง ใจกว้างหน่อยเถอะ” โดยที่อีกคนเสริมว่า “มันยากมากเหรอที่จะซื้อหูฟังตัดเสียงดี ๆ สักอัน?”

ภาพประกอบ

สำหรับชาวเน็ตรายหนึ่ง ผู้ที่แสดงความคิดเห็นอย่างมีน้ำใจว่า “พี่ชาย ถ้านี่คือเรื่องแย่ที่สุดในชีวิตของนาย นายโชคดีมากแล้วล่ะ ลุกขึ้นมาช่วยดูแม่เด็กหน่อยว่าเขาโอเคไหม? ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม? เธออาจจะพยายามอย่างเต็มที่อยู่ก็ได้”

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางเสียงในโซเชียลที่เห็นด้วยกับ แพต แมคออลิฟฟ์ โดยพวกเขามองว่า “พ่อ-แม่ ควรมีวิธีจัดการกับลูกที่ร้องไห้บนเครื่องบิน!”

โดยหนึ่งในผู้ใช้งานคอมเมนต์ว่า “เห็นด้วยเลย มันเป็นความผิดของพ่อ-แม่ ผมมีลูกสองคน และเราก็หาทางให้ลูกเพลิดเพลินบนเครื่องบินได้อยู่เสมอ”

ภาพประกอบ

ขณะที่อีกคนให้ความเห็นว่า “ผู้ปกครองที่มีความรับผิดชอบ ควรปรึกษาทาง ‘หมอเด็ก’ ก่อนขึ้นเครื่อง เพื่อขอคำแนะนำในการทำให้ลูกสบายระหว่างบิน”

จากกรณีของ แพต แมคออลิฟฟ์ สะท้อนประเด็นอ่อนไหวในสังคมยุคใหม่ ระหว่างความคาดหวังของผู้โดยสารกับความเป็นจริงของการเดินทางร่วมกับเด็กเล็ก แม้บางคนจะเห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของเขา แต่หลายเสียงก็เรียกร้องให้มีความเห็นใจ และเข้าใจต่อพ่อ-แม่ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ท้ายที่สุด “ดราม่า” นี้ ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าใคร ‘ผิด’ หรือ ‘ถูก’ แต่กลับเปิดเวที ให้กับสังคมได้ถกเถียงกันว่า “บนเครื่องบิน เราควรอดทนให้กันมากแค่ไหน?”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน