เดือดระอุ เมียแฉ เชฟอินฟลูดัง ทำธุรกิจเนื้อด้วยกัน ถูกทิ้ง-นอกใจ อุ้มท้อง4เดือนอุ้มลูกอีก2ออกจากบ้าน เชฟ ก็ลั่นทนไม่ไหวพร้อมออกรายการ
จากกรณี เพจ ท่านเปา และ เพจ เจ๊ม้อย v+ โพสต์เรื่องราว เชฟอินฟลูคนดังมีผู้ติดตามร่วมครึ่งล้าน ซึ่งภรรยาออกมาแฉสามี ซึ่งเป็นเชฟชื่อดังและทำธุรกิจเนื้อวัวเกรดพรีเมียมด้วยกัน ซึ่งฝ่ายชายฟ้องฝ่ายหญิงฐานยักยอกทรัพย์ และระบุสามีไล่ออกจากบ้านขณะอุ้มท้อง 4 เดือน พร้อมลูกอีก 2 คน
โดย เพจท่านเปา โพสต์ว่า “กาลครั้งหนึ่ง มีเชฟอินฟลูฯ คนหนึ่ง ผู้ติดตามร่วมครึ่งล้านโด่งดังจากคลิปเนื้อ ดรายเอจ และเปิดร้านเนื้อกับคนรู้ใจชีวิตเหมือนจะไปได้สวย ทั้งงาน ทั้งครอบครัว จนวันหนึ่ง… ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเรื่องบางเรื่องที่ไม่ควรเกิด กลับเกิดขึ้นและมันไม่ได้กระทบแค่จิตใจแต่ยังสะเทือนไปถึงสุขภาพลูกตัวเอง หลายอย่างที่เคยสร้างมาด้วยกัน กลายเป็นฝ่ายหนึ่งต้องคืนทุกอย่างพร้อมคำพูดที่เจ็บยิ่งกว่ามีดบาด ว่า “เธอเป็นภาระ” แม้กระทั่งลูกน้องที่เคยร่วมฝ่าฟัน ก็โดนไล่ ถูกลดค่า เหมือนไม่เคยมีตัวตน วันนี้เธอเจ็บ แต่ไม่ยอมจมเธอบอกว่า “จะเดินต่อ เพราะยังมีลูกให้ก้าวไปด้วยกัน”
หลังจากนั้น ฝ่ายหญิง ก็โพสต์ว่า “จุดเริ่มต้นของคือคนในครอบครัวของเค้าค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกคน ที่ทำให้พังนะคะ มีทั้งคนตั้งใจทำให้พัง บางคนก็ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนดีก็มีเยอะ แต่คนไม่รู้เรื่องยังเข้าใจไม่หมดหรือไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนผัวคือคนที่โง่ที่สุด”
โดยฝ่ายหญิงบอกว่าถูกแทรกแซงในธุรกิจร้านเนื้อ จนทำให้ผัวเมียทะเลาะกัน และฝ่ายหญิงยังไปจับได้อีกว่าฝ่ายชายแอบมีคนอื่น โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของคอนโดหญิงอื่น
นอกจากนี้ฝ่ายหญิงบอกว่าถูกทำร้ายร่างกาย เวลาที่มีปากเสียงทะเลาะกัน ซึ่งปัญหาสะสมมานานเป็นปี จนกระทั่งล่าสุดรุนแรงถึงขั้นฝ่ายชายไล่ออกจากบ้าน เธอจึงต้องหอบลูก 2 คน (อายุ 4 ขวบ และ 5 ขวบ) และในท้องอีก 4 เดือน ออกจากบ้านที่ซื้อด้วยกันและหนีไปอยู่ พัทยา จ.ชลบุรี
ส่วนกิจการร้านเนื้อฝ่ายชายก็จะฮุบไปทั้งหมด ทำให้ฝ่ายหญิงแทบไม่เหลืออะไรเลยทั้งที่ก่อร่างสร้างตัวมาด้วยกัน ตอนคบกันใหม่ๆและเริ่มต้นทำธุรกิจร้านเนื้อ ฝ่ายหญิงเป็นคนยืนไลฟ์สดขายเสื้อผ้ามือสองที่ฝ่ายชายชอบดูถูกว่าเป็นขยะ แต่ก็นำรายได้ตรงนี้มาลงทุนให้ฝ่ายชายเปิดร้านเนื้อ
ฝ่ายหญิงยังลงคลิปวันที่ต้องหนีไปอยู่พัทยา ซึ่งจะมีของใช้บางส่วน เกี่ยวกับการไลฟ์สดขายเสื้อผ้ามือสองได้ให้ลูกน้องเอากลับไปเก็บไว้ที่บ้าน เพื่อต้องการให้ฝ่ายชายรู้ว่า จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจร้านเนื้อด้วยกันก็มาจากการขายเสื้อผ้ามือสองที่ฝ่ายชายดูถูกมาตลอด
ด้านฝ่ายชายก็โพสต์หลายโพสต์ พยายามชี้แจงว่า ปัญหาระหว่างตัวเองกับภรรยาสะสมมานานหลายปี จนเกิดจุดแตกหักเมื่อวันที่ 27 มกราคมต้นปีที่ผ่านมา
โดยฝ่ายชายบอกว่า ฝ่ายหญิงมีการด่าบุพการีของตน และในวันดังกล่าวก็บุกเข้ามาที่บ้านทำร้ายพ่อตน จนตนต้องไปแจ้งความไว้ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ และฝ่ายหญิงเคยบุกเข้ามาที่ห้องนอนตอนที่ตัวเองกำลังหลับอยู่และเข้ามาทำร้ายร่างกายตนด้วย
ฝ่ายชายยังโพสต์ชี้แจงจุดเริ่มต้นความบาดหมางว่า ตนเองไปจับได้ว่าภรรยาแอบยักยอกถอนเงินของบริษัทออกไปและมีการเปลี่ยนหุ้นจากเดิมที่เคยแบ่งกันไว้ตนเอง 70% , พ่อตนเอง 1% และ เมีย 29% , แต่มีการจับได้ว่าเมียแอบเปลี่ยนหุ้นของตนเองเหลือ 20% และเมีย 80% โดยที่ตัวของฝ่ายชายบอกว่าไม่เคยยินยอมหรือรับรู้มาก่อน จึงทำให้เริ่มต้นมีปัญหาทะเลาะกันในเรื่องของธุรกิจร้านเนื้อจนลามไปถึงเรื่องส่วนตัว
ทั้งนี้ฝ่ายชายเผยมีการฟ้องร้องกันอยู่หลายคดีไม่ว่าจะเป็นคดียักยอกทรัพย์ , ยักยอกหุ้นบริษัท ทำร้ายบุพการี , ฟ้องหย่า และที่ผ่านมาฝ่ายหญิงมีการข่มขู่ในการจะทำลายชีวิตรวมไปถึงธุรกิจด้วย ซึ่งที่ผ่านมา ฝ่ายชาย บอกว่า พยายามเงียบมาตลอดเพราะไม่ต้องการให้ลูกต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้ก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน รายการไหนอยากให้ไปชี้แจงตนยินดี
ส่วนคลิปเหตุการณ์ที่มีปากเสียงกับลูกน้องของฝ่ายหญิงที่มีการนำของกลับมาเก็บไว้ที่บ้านฝ่ายชายได้โพสต์อธิบายในถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า
1.ผมทำงานอยู่ในบ้าน (ถ่ายคอนเทนต์ ) มีรถกระบะขับเข้ามาจะเอาของมาลงที่บ้าน ซึ่งจริงๆตอนนั้น เราได้แยกกันแล้ว และเขาได้ส่งลูกน้องเขาคนที่เป็น LBTGQ มาคุกคามผมเป็นประจำ
2.ผมเดินออกไปและได้ทำการล็อกประตูบ้าน เขาคุยกันว่าถ่ายคลิปเลยๆ เหมือนเป็นการจงใจสร้างหลักฐาน แต่ตัวผมได้เดินเข้าบ้านไปเพราะไม่ต้องการปะทะ
3.เขายังไม่หยุดการกระทำโยนของเข้ามาในบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ผมจอดรถอยู่ และผมห่วงทรัพย์สินของผม จึงได้ทำการโยนของกลับออกไป เจตนาก็ดูกันเองครับว่าใครยั่วยุ ใครต้องการสร้างหลักฐาน
ล่าสุด เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้ไปสอบถามฝ่ายหญิง เปิดใจฝ่ายหญิงถึงปมปัญหากับ เชฟมาร์ค สามีว่า เมื่อปลายปี65 ญาติสามีเข้ามามีส่วนร่วมร้านเนื้อ โดยน้องสาวสามีมาเรียนรู้เรื่องเนื้อและก๊อปปี้สูตร แล้วไปเปิดร้านแบบเดียวกัน เลยไปคุยกับพ่อสามีให้ตักเตือนลูกสาวว่าทำไม่ถูกต้อง แต่พ่อสามีไปเข้าข้างลูกสาว จึงทะเลาะกัน บาดหมางตั้งแต่นั้นมา ขณะที่สามีเข้าข้างพ่อ และยังจับได้สามีไปมีหญิงอื่น เมื่อบอกพ่อสามีก็บอกว่าเรื่องปกติ
ทนจนถึงวันแตกหักเดือนมกราคม 68 ทะเลาะกับพ่อสามี ลูกชายคนโตมาล็อกคอ ทำร้ายร่างกาย พ่อสามีก็เข้าข้างลูกชายว่าฝ่ายหญิงหาเรื่องก่อน กระทั่งทั้งพ่อสามีและฝ่ายหญิงต่างฝ่ายต่างลงมือกัน ฝ่ายหญิงก็บาดเจ็บ พ่อสามีก็โดนข่วนและตบ
ฝ่ายหญิงย้ายออกจากบ้าน สามีตามง้อ ฝ่ายหญิงเห็นแก่ลูก เลยกลับไปดีด้วย และคิดจะขายเสื้อผ้ามือสองจริงจัง แต่สามีไม่พอใจดูถูกว่าเอาขยะมาขาย จนมารู็ว่าตัวเองท้องลูก 4 เดือน สามีไม่สนใจและบังคับให้ฝ่ายหญิงไปขอโทษครอบครัว ครั้งนี้ฝ่ายหญิงเลยไม่ทนขอเก็บเสื้อผ้าและไปอยู่พัทยา และตัดสินใจโพสต์ลงโซเชียล
“อยากให้จบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ไม่รู้จะยังไง ในส่วนที่ โบว์ ผิดจริง โบว์ ก็จะยอมรับผิดจริง แต่ในส่วนที่เขาผิด อยากให้เขายอมรับบ้าง ไม่ใช่มองโบว์เป็นถังขยะ”






