อ.ตฤณห์ เตรียมเปิดโปงคดีใหญ่ โยงวัด-นักการเมือง-ดารา-หมอดู ตร.เร่งสอบเงินบริจาค เปลี่ยนเป็นกระเป๋า เป็นรถ เป็นบ้าน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ส.ค.68 หลังจบรายการโหนกระแส ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ฯ ม.มหิดล นักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรม เปิดใจถึงกรณีหมอปลายว่า ตนไม่เกี่ยวข้องกับการแจ้งความ เรื่องแจ้งความ เป็นเรื่องของทนายรณรงค์ ข้อกังวลของตน คือ เรื่องความเชื่อและความศรัทธาของคนไทยฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมไทยมานานแล้ว

สิ่งที่น่ากลัวคือ เราเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม เช่น การไหว้ศาลเพียงตา การไหว้ต้นไม้ที่ผูกผ้าหลายหลายสี จบตามจำนวนดอกที่ปักอยู่ และการสวดคำภาษาบาลีที่เราไม่รู้ความหมาย คนที่ทำแบบนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไปเพื่ออะไร เป็นการทำตามๆ กัน โดยไม่เคยตั้งคำถามเลย ทำให้ไม่เกิดสติปัญญา และเป็นการสร้างความตระหนกให้กับตัวเองและคนรอบตัว

ดร.ตฤณห์ กล่าวว่า โดยเฉพาะคำทำนายในช่วงเวลาสงครามเป็นช่วงเวลา 10 เปราะบาง ไม่ควรเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ หรือกองทัพ เรื่องข่าวสารมีความสำคัญมากในช่วงสงคราม การสื่อสารจึงจำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงและอยู่ในกรอบที่กำหนด ไม่ควรสร้างความ ตื่นตระหนกหรือตกใจให้กับประชาชน เป็นเรื่องที่ไม่ดี

เมื่อถามว่าเรื่องที่โพสต์ในเมื่อคืนนี้ ดร.ตฤณห์ ตอบว่า ตนโพสต์แล้วก็นอนหลับฝันดี แต่คนที่เกี่ยวข้องอาจนอนไม่หลับ เพราะเป็นคนที่กลัว กลัวเรื่องจะโดนเปิดโปง จริงๆ เรื่องนี้ตนและกองปราบฯ ทำมานานแล้ว แต่ไม่ได้สื่อ เพราะอยู่ในกระบวนการที่เก็บหลักฐาน เรามีหลักฐานมากพอดำเนินคดีได้แล้ว แต่ต้องการอีก การออกมาของตนแล้วคุณเดือดร้อนรู้สึกกลัว มีการย้ายของ โยกย้ายเงินอันนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องป่วย ไม่ต้องหนี ไม่ต้องไปต่างประเทศ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนหลายวงการ ไม่ใช่แค่วงการหมอดูเท่านั้น มีผู้เสียหายเยอะด้วย ตนพูดได้เท่าที่ตนโพสต์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมคนก่อเหตุต้องเอาตัวเองไปเกี่ยวกับวัด ดร.ตฤณห์ ตอบว่า เพราะวัดเงินเยอะ แล้วคนไทยไม่เคยถามถึงเงินบริจาค อย่างเราบริจาค 1,000 บาท เงินไปอยู่ตรงไหน เงินวัดสะพัดปีละเท่าไหร่ นอกจากพระแล้ว จะมีคนที่มาเกาะพระเกาะวัด เพื่อหาเงินอีก เป็นเรื่องปกติของคนเลว คนชั่วก็หาทุกวิถีทาง เอาตัวเองไปทำทุกอย่างในวัด โดยที่ไม่ใช่ธุระของตัวเอง ก็อยู่ที่ว่าตกลงกับวัดยังไง หรือบางทีอาจตกลงแบบหนึ่งทำอีกแบบหนึ่งก็ได้ แล้วแต่ระดับความเลว

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมเริ่มสงสัยคดีนี้ ดร.ตฤณห์ ตอบว่า จริงๆ แล้วคาบเกี่ยวกับคดีอื่นที่ตนดูอยู่ แต่น่าสงสัยและผิดปกติ ตนเลยหันไปค้นหาข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ แล้วเจอข้อมูลที่ใหญ่เลยคิดว่าอันนี้ต้องแตกอีก จริงๆ ในแง่ของอาชีพของตน คือพยานผู้เชี่ยวชาญในบางคดีเท่านั้น แต่มันเกี่ยวพันกันแล้วตนเป็นจุดรวมผู้เสียหายแล้วก็ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ฉะนั้นเป็นการช่วยเหลือกันในสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางด้านกฎหมาย และการสืบสวนสอบสวน

เมื่อถามว่าเงินเยอะขนาดไหน ดร.ตฤณห์ กล่าวว่า ก็สามารถซื้อกระเป๋า ซื้อรถ ซื้อบ้านได้ในหลายหลัง ส่วนหลักฐานการเชื่อมโยงไปถึงพระ อยู่ที่ท่านสึกไม่สึก ถ้าไม่สึกก็ถือว่าหน้าด้าน ส่วนคนที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ เขาก็สร้างโปรไฟล์ของเขา ให้คนเชื่อถือ เพราะคนไทยมีความเชื่ออยู่แล้ว ใครที่แสดงอภินิหาร คนก็จะเชื่ออยู่แล้ว แต่ถ้ามาทำแบบนี้ในโรงพยาบาล จะโดนจับฉีดยาเลย คนไทยชอบจะบูชา แล้วเอาเงินไปให้

ดร.ตฤณห์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องหมอดูที่ชอบอ้างตัวเองทำนายแม่น รู้ข้อมูลคนดูดวง ตรงนี้อาจจะผิดพีดีพีเอและข้อมูลส่วนตัวของคนที่จะไปดูดวง อยู่ในโซเชียลของท่านเอง ไม่ต้องตกใจ ถ้าหมอดูจะรู้ หมอดูคงหาข้อมูลไว้ก่อน ด้วยการเซิร์ชชื่อลูกค้าไว้ก่อน สำหรับตนคิดว่าวิธีการแบบนี้ คือวิธีการหลอกลวง โดยใช้กลไกความน่าเชื่อถือ หรือใช้หลักธรรมะ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสอบสวนว่าเงินบริจาคไปไหน เปลี่ยนเป็นกระเป๋า เป็นรถ เป็นบ้านหรือไม่

ดร.ตฤณห์ กล่าวว่า ส่วนของผู้เกี่ยวข้องมีหลากหลายอาชีพแน่นอน อย่างเช่นวงการบันเทิง นักการเมือง และวงการเวทมนตร์ บุคคลเหล่านี้ จะเป็นผู้ร่วมกระบวนการ กระทำความผิดร่วมกัน ถ้าเปิดหลักฐานมาเชื่อว่าพวกเขาจะดิ้นไม่หลุดแน่นอน ส่วนเรื่องจะจับกุมวันไหน ต้องไปถามตำรวจ ส่วนเรื่องการโพสต์ ตนมองว่าสนุกดี เป็นการโพสต์ก่อนนอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน